TCEBลุยไมซ์4โปรเจกต์ชิงเวิลด์ไพรด์-หนุนโครงการส่วนพระองค์ชุมพร

12.06.24 | 14:40 น.

TCEB เร่งเครื่องครึ่งหลังปี’67 ดันตลาดไมซ์เพิ่มรายได้ 4 โปรเจ็กต์ “ชิงเจ้าภาพ” จัด World Pride 2030 สนับสนุน “โครงการส่วนพระองค์ชุมพร(บางเบิด)” ดึงคอร์ปอเรตจัดอีเวนต์/ประชุม/อินเซ็นทีฟ ลุยเพิ่มยอดไมซ์ในประเทศด้วยแคมเปญ “ยกทีมประชุม รุมรักเมืองไทย” และปลุกตลาดอินเตอร์บุก“โร้ดโชว์” จีน อินเดีย

นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” เปิดเผยว่า ช่วงครึ่งปีหลัง 2567 กำลังเร่งขับเคลื่อนไมซ์ในและต่างประเทศตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลไฮไลต์ 4 โครงการ ได้แก่ โครงการแรก วางแผนนำหน่วยงานเกี่ยวข้องนำเสนอประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดงาน World Pride 2030 ปี 2573 โดยใช้โอกาสที่ทั่วโลกมารวมตัวกันจัดงาน Pride Month ในไทยตลอดมิถุนายน 2567 ช่วงต้นเดือนเปิดเทศกาลวันแรกอย่างยิ่งใหญ่ผู้มีความหลากหลายทางเพศทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมเกือบ 3 แสนคน สามารถช่วยปูพรมทำให้นานาประเทศเข้าถึงเมืองไทยได้มากขึ้นโดยเฉพาะเรื่องการดึงงานระดับโลก เวิลด์ ไพรด์ 2573 มาจัดในไทย

ขณะนี้รัฐบาลให้การสนับสนุนทีเส็บเต็มที่ในการเสริมความแข็งแกร่งร่วมกับคอมมูนิตี้ไพรด์ที่อยู่ในไทยเริ่มจากเดือนพฤษภาคม 2567 จับมือกันกว่า 25 องค์กร และตัวแทนจากทุกจังหวัดเข้ามานำเสนอศักยภาพขอเป็นสถานที่จัดเวิลด์ ไพรด์ ขณะนี้คัดจนเหลือเพียง 3 จังหวัด คือ ภูเก็ต เชียงใหม่ ขอนแก่น จะต้องโหวตเลือก 1 ใน 3 จังหวัดนี้ภายในวันที่ 11 กรกฎาคม 2567

ส่วนวิธีการนำประเทศไทยเข้าประมูลเป็นเจ้าภาพงาน “เวิลด์ ไพรด์ 2030” จะต้องเตรียมอีกหลายขั้นตอนควบคู่กันไป ประกอบด้วย

Advertisement

ขั้นตอนที่ 1 ทีเส็บได้เข้าไปมีส่วนร่วมช่วยก่อตั้ง ASEAN Pride Alliance ล่าสุดตัวแทนซึ่งบทบาทสำคัญของวงการไพรด์เข้าพบนายกรัฐมนตรีเมื่อ 4 มิถุนายน 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล ได้แก่ คุณมิเชล มิว แอมบาสเดอร์เวิลด์ไพรด์ คุณโอลิเวีย จากญี่ปุ่น คุณเฮนรี่ จากฮ่องกง คุณทีตาร์ จากบังกลาเทศ ได้รับการยืนยันจากรัฐบาลพร้อมช่วยสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อผลักดันให้ไทยเป็นสถานที่จัดเวิลด์ไพรด์ ทางรัฐบาลไทยจะประกาศความชัดเจนวันที่ 18 มิถุนายน 2567 ผ่านเวทีวุฒิสภาเรื่องการอนุญาตใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมผ่านร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว

ขั้นตอนที่ 2 ไทยจะต้องจัดเตรียมความพร้อมส่วนต่าง ๆ ต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 4 เดือน เพื่อแข่งกับอีกหลายประเทศก็สนใจเข้าร่วมประมูลเป็นเจ้าภาพ เวิลด์ ไพรด์ 2023 ซึ่งหมุดดหมายของแต่ละประเทศจะต้องทำนอกเหนือจากความเท่าเทียมตามมาตรการของสหประชาชาชาติแล้ว ยังต้องสะสมการจัดอีเวนต์ที่เกี่ยวข้องเพื่อแสดงถึงศักยภาพของเมืองไทยควบคู่กันไปด้วย

โครงการที่ 2 สนับสนุนโครงการส่วนพระองค์จังหวัดชุมพร (บางเบิด) รณรงค์สร้างอุตสาหกรรมไมซ์ที่ยั่งยืนในเมืองรอง ทีเส็บจับมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำแผนที่เมืองท่องเที่ยวรองหรือเมืองน่าเที่ยว 55 จังหวัด ทยอยสร้างมาตรฐานประกาศเป็นเมืองไมซ์ หรือ MICE City ไปพร้อมกัน ๆ ด้วย ปัจจุบันมีแล้ว 10 เมือง สิ่งสำคัญคือจะต้องเร่งจัด “กิจกรรม” ขึ้นตามเมืองต่าง ๆ เพราะการจัดงานไมซ์ดีที่สุดต้องสามารถกระจายรายได้เข้าถึงชุมชนทุกพื้นที่อย่างสมดุล

สำหรับการส่งเสริม “โครงการพัฒนาส่วนพระองค์จังหวัดชุมพร” หรือ “บางเบิด” ของในหลวงรัชกาลที่ 9  ทรงมีพระราชประสงค์ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ ตั้งอยู่ในพื้นที่ 448 ไร่ บริเวณบ้านน้ำพุ ตำบลปากคลอง อำเภอประทิว ปัจจุบันพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ทรงมีพระปณิธาน สืบสาน รักษา ต่อยอด ประกอบกับปี 2567 ถือเป็นปีมหามงคลฉลองพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา

ทางทีเส็บร่วมกับ บริษัท มงคลชัยพัฒนา จำกัด กระตุ้นให้องค์กรต่าง ๆ เกิดการเดินทางเลือกไปจัดกิจกรรมไมซ์ รวมถึงเปิดให้องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) และหน่วยงานต่าง ๆ เข้าไปร่วมกิจกรรมศึกษาธรรมชาติ เส้นทางปั่นจักรยาน และกิจกรรมอีกมากมาย เช่น การเลี้ยงชะมดนำมาทำเป็นกาแฟคุณภาพมูลค่าราคาขายสูง เป็นแหล่งศึกษาพันธุ์พืชชนิดต่าง ๆ

ด้วยศักยภาพของโครงการบางเบิดอยู่ห่างจากหัวหิน บางสะพาน ประจวบคีรขันธ์ และมีศักยภาพความพร้อมทั้งทางด้านทัศนียภาพธรรมชาติสวยงาม เหมาะกับกลุ่มองค์กรที่มีเครือข่ายขนาดใหญ่หรือคอร์ปอเรตที่มีการจัดการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัลแก่พนักงานหรือบุคคลในองค์กร (incentive)

นายจิรุตถ์กล่าวว่าระหว่างวันที่ 9-11 มิถุนายน 2567 ทีเส็บได้นำคณะต่าง ๆ เข้าเยี่ยมชมโครงการส่วนพระองค์ชุมพร (บางเบิด) ภายในบริเวณพื้นที่มีจัดนิทรรศการกึ่งถาวรให้ความรู้ด้านต่าง  ๆ เพื่อให้กลุ่มตลาดไมซ์ นักท่องเที่ยว หรือคนในท้องที่ ได้ศึกษาเรียนรู้ไปด้วยกัน เป็นหนึ่งในกิจกรรมภายนอกและภายในที่ทีเส็บมุ่งมั่นทำในโอกาส 72 พรรษา ซึ่งทางทีเส็บพร้อมอำนวยความสะดวกให้ทุกหน่วยงานเข้าไปเยี่ยมชมได้หลังกลางเดือนมิถุนายนนี้เป็นต้นไป

โครงการที่ 3 เปิดตัวแคมเปญ “ยกทีมประชุม รุมรักเมืองไทย” ระหว่าง มิถุนายน-พฤศจิกายน 2567 กระตุ้นไมซ์ในประเทศต่อจากเดิมมีโครงการประชุมเมืองไทย ภูมิใจช่วยชาติ แล้วปีนี้ปรับใหม่เป็นการประกวดแข่งขันกันจัดงานประชุมทั่วประเทศเพื่อชิงรางวัลมูลค่ารวมกว่า 1.5 ล้านบาท สร้างสีสันใหม่ด้วยการกระตุ้นให้เกิดแนวคิดจัดงานประชุมเทรนด์ใหม่ ๆ

โดยหวังผลสำเร็จจากแคมเปญนี้ ช่วยกระตุ้นตลาดเจนวายหันมาจัดประชุมเทรนด์ใหม่ ๆ ขยายฐานการเติบโตอย่างรวดเร็ว และสร้างสีสันแคมเปญให้สนุกสนานได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น สอดคล้องตามมติคณะรัฐมนตรีใหม่ล่าสุดเรื่องมาตรการลดหย่อนภาษีการเดินทางจัดประชุม สัมมนา อินเซ็นทีฟ ในเมืองน่าเที่ยวทั่วประเทศลดหย่อนถึง 2 เท่า โดยหารือร่วมกับ ททท.สร้างทำโครงการเด่น ๆ ร่วมกัน ทยอยออกแคมเปญต่าง ๆ เป็นระยะ ๆ

โครงการที่ 4 ทำโร้ดโชว์กระตุ้นไมซ์ “ตลาดต่างประเทศ” เดือนมิถุนายน 2567 เตรียมไปเซี่ยงไฮ้ กวางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน จะบุกตลาดประชุม อินเซ็นทีฟ จัดงานแสดงสินค้า หรือ MIC ส่วน “อินเดีย” เตรียมนำเสนอการจัดงาน President Awards 2024 วันที่ 25 ตุลาคม 2567 จะคัดเลือกและเชิญเจ้าของบริษัททำอินเซ็นทีฟแถวหน้าของอินเดียมารับรางวัลในเมืองไทย เพิ่มรายได้และจำนวนเข้าประเทศช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2567 ส่วนแผนงานช่วงกรกฎาคม-สิงหาคม นี้ ทางทีเส็บก็จะไปประมูลงานไมซ์ต่าง ๆ มาจัดในไทย เพื่อทำรายได้เป็นไปตามเป้าหมายตลอดทั้งปี

เรื่องโดย…#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza, www.facebook.com/penroongyaisamsen