CRM คืออะไร? รวมสรุปของ CRM ที่แบรนด์ยุคใหม่ควรต้องรู้!
หากธุรกิจของคุณต้องการปรับปรุงและรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า ระบบ CRM ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์อันทรงพลังในการบริหารจัดการด้านการขาย แต่ในความเป็นจริงแล้ว CRM คืออะไร เหมาะกับธุรกิจแบบไหน และมีประโยชน์ต่อธุรกิจของคุณอย่างไร ในบทความนี้จะชวนไปไขข้อสงสัย พร้อมอธิบายกระบวนการทำงานของระบบ CRM อย่างละเอียด
CRM คืออะไร มีกี่ประเภท
ในโลกธุรกิจอันแสนท้าทาย การรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าให้แน่นแฟ้นถือเป็นหัวใจสำคัญ ข้อมูลจาก Forbes Insight ล่าสุดวันที่ 22 ม.ค. 2024 ระบุว่า 66% ของผู้บริโภค ยินดีจ่ายเงินเพิ่มเพื่อประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้น นั่นหมายความว่าการมอบประสบการณ์ลูกค้าที่ยอดเยี่ยม (CX) จึงไม่ใช่แค่เพียงโอกาส แต่เป็นความสำคัญ ซึ่งเครื่องมือที่จะช่วยให้คุณทำ CX ได้อย่างมีประสิทธิภาพก็คือ CRM (Customer Relationship Management)
CRM คือ ระบบซอฟต์แวร์ที่ช่วยจัดเก็บ บริหาร วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและติดตามพฤติกรรม นำไปสู่การวิเคราะห์วางแผนกลยุทธ์ โดยครอบคลุมทุก touchpoint ตั้งแต่การตลาด, การขาย, การบริการลูกค้า ไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เพื่อมอบประสบการณ์ที่ตรงใจ ดึงดูดลูกค้าใหม่ แต่ในขณะเดียวกันก็รักษาลูกค้าเก่าให้กลับมาใช้บริการซ้ำ
กลยุทธ์ CRM มีอะไรบ้าง โดยทั่วไปแล้ว CRM แบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก ๆ ได้ดังนี้
- CRM เชิงปฏิบัติการ (Operational CRM) : มุ่งเน้นการจัดการกระบวนการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า เช่น การขาย การบริการลูกค้า หรือการตลาด ซึ่งระบบการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ ประกอบไปด้วย 3 รูปแบบด้วยกัน คือ
- Sales Automation หรือระบบการขายอัตโนมัติ ที่จะช่วยทำให้การซื้อขายเป็นระเบียบและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
- Marketing Automation หรือระบบการตลาดอัตโนมัติ เป็นการทำการตลาดรูปแบบใหม่ที่สามารถเข้าถึงลูกค้าได้โดยที่ไม่ต้องลงแรงมาก เช่น การยิง Ads โฆษณาบนโซเชียลมีเดีย
- Service Automation หรือระบบบริการอัตโนมัติ เป็นส่วนหนึ่งของการให้บริการลูกค้าที่จะช่วยให้เกิดความประทับใจ ซึ่งมักจะมาในรูปแบบของคอลเซนเตอร์หรือการส่ง SMS เป็นต้น
- CRM เชิงวิเคราะห์ (Analytical CRM) : มุ่งเน้นการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าเพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการ ด้วยการรวบรวมข้อมูลทั้งหมดของลูกค้า แล้วนำมาวิเคราะห์ให้สามารถมองเห็นภาพรวมของการบริการลูกค้าได้ทุกช่องทาง และหาแนวทางการปรับปรุงประสิทธิภาพเพื่อรักษาลูกค้าต่อไป
- CRM เชิงประสานงาน (Collaborative CRM) : มุ่งเน้นการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างแผนกต่าง ๆ เพื่อให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ใช้สำหรับการแก้ปัญหาให้กับองค์กรที่ไม่มีไอเดียในการวางแผนกลยุทธ์ ซึ่ง Collaborative CRM มีอีกหนึ่งชื่อเรียกคือ Strategic CRM เป็นการวางกลยุทธ์ทางธุรกิจโดยใช้ข้อมูลลูกค้าเป็นตัวขับเคลื่อน เช่น ความชอบของลูกค้าว่าต้องการสินค้าแบบไหน ต้องการโปรโมชันอะไร โดยข้อมูลดังกล่าวจะทำให้เราสามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้ง่ายขึ้น
- CRM เชิงกลยุทธ์ (Social CRM) : มุ่งเน้นการใช้โซเชียลซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญในปัจจุบัน เพราะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าผู้คนส่วนมากใช้โซเชียลกันแทบทุกเวลา การนำโซเชียลมาใช้เป็น Social CRM ก็เป็นอีกหนึ่งการรักษาความสัมพันธ์ของลูกค้าได้ดีในเชิงกลยุทธ์ ด้วยการเน้นการสื่อสาร, แชร์ข้อมูลข่าวสาร, บทความน่าสนใจ หรือจะเป็นการแชทหาโดยตรงก็ได้เช่นกัน
หน้าที่สำคัญของระบบลูกค้าสัมพันธ์ CRM
ระบบ CRM คือ ซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถจัดเก็บ ติดตาม และวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทั่วไปแล้วการทำ CRM มีหน้าที่ดังนี้
- จัดเก็บข้อมูลลูกค้า : ระบบบริหารลูกค้าสัมพันธ์ คือ ระบบที่รวบรวมข้อมูลลูกค้าจากหลายช่องทาง เช่น เว็บไซต์, อีเมล, โซเชียลมีเดีย และอื่น ๆ เพื่อสร้างฐานข้อมูลลูกค้าที่สมบูรณ์
- ติดตามลูกค้า : ช่วยติดตามการติดต่อกับลูกค้า เช่น บันทึกการสนทนา การนัดหมาย และการส่งอีเมล
- วิเคราะห์ข้อมูล : ระบบ CRM มีเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลที่ช่วยให้ธุรกิจเข้าใจความต้องการของลูกค้ามากขึ้น และสามารถปรับแต่งกลยุทธ์ทางการตลาดให้ตรงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- เพิ่มยอดขาย : CRM เป็นกลยุทธ์สำคัญในการเพิ่มยอดขาย โดยการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าเพื่อหาลูกค้าเป้าหมาย แล้วนำเสนอสินค้าและบริการที่ตรงกับความต้องการ
ระบบ CRM มีประโยชน์ต่อธุรกิจอย่างไร?

CRM ส่งผลดีต่อธุรกิจในหลาย ๆ ด้าน เพราะ CRM คือกลยุทธ์ที่มีความสำคัญต่อองค์กรทุกประเภท โดยประโยชน์ของ CRM ได้แก่
- เพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการข้อมูลลูกค้า
ระบบ CRM จะรวบรวมข้อมูลลูกค้าไว้ในที่เดียว ช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงข้อมูลลูกค้าได้อย่างสะดวก รวดเร็ว เช่น ข้อมูลการติดต่อ ประวัติการซื้อสินค้า หรือบันทึกการให้บริการ ฯลฯ ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้ธุรกิจวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า ปรับแต่งกลยุทธ์การตลาดให้ตรงจุด และสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้น
- สร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า
การทำ CRM ช่วยให้ธุรกิจติดตามปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าได้อย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นการติดตามการขาย บริการหลังการขาย หรือการจัดการข้อร้องเรียน ระบบจะช่วยให้ธุรกิจตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ทันท่วงที ส่งผลให้ลูกค้ารู้สึกได้รับความสำคัญและพึงพอใจ ทั้งยังมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า เช่น การตอบสนองอย่างรวดเร็ว การแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ และการนำเสนอสินค้าและบริการที่ตรงกับความต้องการ
- เพิ่มยอดขายและกำไร
ด้วยข้อมูลเชิงลึกจากระบบ CRM ธุรกิจสามารถวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า นำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ตอบโจทย์ นอกจากนี้ยังสามารถนำเสนอโปรโมชันที่ตรงใจลูกค้าแต่ละราย เพิ่มโอกาสในการปิดการขายและสร้างรายได้มากขึ้น
- ลดต้นทุนและค่าใช้จ่าย
CRM marketing คือ ระบบที่จะช่วยให้แต่ละแผนกในองค์กรทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น ลดเวลาในการค้นหาข้อมูลลูกค้า ลดความผิดพลาดในการติดต่อ ตลอดจนลดความซ้ำซ้อนในการทำงาน ส่งผลให้ธุรกิจประหยัดต้นทุนและค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้
- สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน
ในยุคดิจิทัลที่ลูกค้ามีทางเลือกมากมาย การมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าถือเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ ระบบ CRM สามารถช่วยให้ธุรกิจเข้าใจความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง นำไปสู่การสร้างความพึงพอใจและสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งในตลาด
ธุรกิจใดบ้างที่เหมาะกับการทำ CRM
CRM เหมาะกับธุรกิจทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก กลาง หรือใหญ่ โดยเฉพาะธุรกิจที่มีฐานลูกค้าจำนวนมาก หรือธุรกิจที่ต้องการยกระดับการบริการลูกค้า เน้นการขายสินค้าและบริการให้กับลูกค้าเป็นหลัก แต่โดยทั่วไปแล้วเราสามารถแบ่งประเภทของธุรกิจได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่
- ระบบ CRM กับบริษัท Business to Business (B2B)
บริษัท B2B มักใช้ต้นทุนสูงในการหาลูกค้า มีการตัดสินใจซื้อที่ซับซ้อนและใช้เวลานาน ดังนั้น การสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับลูกค้าจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยระบบ CRM จะเข้ามาช่วยให้บริษัทจัดเก็บข้อมูลลูกค้าได้อย่างเป็นระบบ ทำให้ทีมขายสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าเพื่อสร้างข้อเสนอที่ตรงใจ และปรับกลยุทธ์การขายให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งมีการติดตามความคืบหน้าของลูกค้าในแต่ละขั้นตอนของกระบวนการขาย ตั้งแต่การติดต่อครั้งแรกไปจนถึงการตัดสินใจซื้อ
- ระบบ CRM กับบริษัท Business to Customer (B2C)
บริษัท B2C เป็นธุรกิจที่ซื้อขายสินค้าและบริการที่มีมูลค่าสูง มีการตัดสินใจซื้อรวดเร็ว เช่น ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์, เครื่องเพชร, อัญมณี หรือจำพวกธุรกิจรถยนต์ที่มีมูลค่าสูง ซึ่งกลยุทธ์ CRM จะช่วยแบ่งกลุ่มลูกค้าตามพฤติกรรมการซื้อ ทำให้บริษัท B2C สามารถส่งข้อเสนอที่ตรงใจแต่ละกลุ่มเป้าหมาย ช่วยติดตามการโต้ตอบของลูกค้าในทุกช่องทาง เช่น เว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย และอีเมล ที่สำคัญยังสามารถใช้วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าเพื่อค้นหาเทรนด์ใหม่ ๆ และพัฒนาสินค้าและบริการให้ตรงกับความต้องการของตลาดได้
ข้อควรระวังในการทำ CRM ที่เจ้าของธุรกิจควรตระหนัก
แม้ว่าการนำ CRM (Customer Relationship Management) มาใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้าจะได้ผลลัพธ์อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ก็มีข้อควรระวังหลายประการที่ผู้ประกอบการควรตระหนักถึง ดังนี้
- อย่าโฟกัสเพียงแค่ยอดขาย
CRM ไม่ใช่แค่การเพิ่มยอดขาย แต่เป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับลูกค้า การมุ่งเน้นเพียงยอดขายอาจทำให้ละเลยการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้า ซึ่งส่งผลเสียในระยะยาวได้
- ระวังการนำข้อมูลลูกค้ามาใช้
ข้อมูลของลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญ จึงต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการใช้ข้อมูลที่ละเอียดอ่อนหรือไม่เกี่ยวข้องกับการให้บริการ และควรได้รับความยินยอมจากลูกค้าก่อนนำข้อมูลไปใช้
- หลีกเลี่ยงการสื่อสารที่ไม่เหมาะสม
การสื่อสารกับลูกค้าควรเป็นไปอย่างมืออาชีพ หลีกเลี่ยงการใช้คำไม่สุภาพ หรือการส่งข้อความซ้ำซ้อนมากเกินไป
- ไม่ควรละเลยการฝึกอบรมพนักงาน
พนักงานเป็นหัวใจสำคัญของระบบ CRM การฝึกอบรมพนักงานให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ CRM และการให้บริการลูกค้าอย่างดี จะช่วยให้การดำเนินการประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้น
- อย่าละทิ้งช่องทางการสื่อสารแบบดั้งเดิม
แม้ระบบ CRM จะมีความสำคัญ แต่การสื่อสารแบบดั้งเดิม เช่น การโทรศัพท์ คอลเซนเตอร์ หรือการส่งจดหมาย ก็ยังคงมีความจำเป็นสำหรับลูกค้าบางกลุ่ม
สรุป CRM คืออะไร มีความสำคัญต่อธุรกิจอย่างไร?
CRM คือ กลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้องค์กรธุรกิจบริหารจัดการลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เกิดความพึงพอใจของลูกค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ธุรกิจมีการแข่งขันสูงเช่นนี้ CRM เปรียบเสมือนกองหนุนสำคัญที่จะพาองค์กรก้าวไปข้างหน้า สร้างความสำเร็จอย่างยั่งยืน เพียงเลือกฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์และสอดคล้องกับเป้าหมายธุรกิจ เพื่อยกระดับการบริหารจัดการลูกค้าให้ก้าวไปอีกขั้น ไม่ว่าจะธุรกิจขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ การให้ความสำคัญกับลูกค้าคือหัวใจสำคัญในการทำธุรกิจมากที่สุด

