TCEB-3องค์กรเปิดวันสต็อปMICE5สนามบินนำไทยฮับอีเวนต์โลก

15.07.24 | 17:29 น.

TCEB ลุยเปิดโครงการ Thailand MICE One Stop Service” ผนึกพันธมิตร “AOT-กรมการกงศุล-ตม.” เดินหน้า 9 ภารกิจ นำร่องปี’67-69 รวม 5 สนามบิน “สุวรรณภูมิ-ดอนเมือง-ภูเก็ต-เชียงใหม่-อุดร” ดึงงานอีเวนต์อินเตอร์จัดในไทยดันขึ้นฮับอีเวนต์โลก

นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” เปิดเผยว่า ทีเส็บประกาศทำโครงการ “Thailand MICE One Stop Service :ศูนย์ประสานงานเพื่ออำนวยความสะดวกอุตสาหกรรมไมซ์ในท่าอากาศยานหลักของประเทศไทย เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับไมซ์ตลาดต่างประเทศ นับจากนี้เป็นต้นไปจะทำงานตามอย่างชัดเจนร่วมกัน 4 พันธมิตร ได้แก่ ทีเส็บ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) “AOT” กรมการกงศุล กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) แบ่งความรับผิดชอบภายใต้ 9 ภารกิจ ประกอบด้วย

“ทีเส็บ” จะรับผิดชอบดูแล 3 ภารกิจ คือ 1.บริการต้อนรับนักเดินทางกลุ่มไมซ์ในท่าอากาศานหลักของประเทศไทย 2.ประสานการอำนวยความสะดวกเรื่องการขอวีซ่าให้นักเดินทางกลุ่มไมซ์ 3.เว็บไซต์ศูนย์ประสานงานเพื่อการอำนวยความสะดวกในอุตสหกรรมไมซ์

“บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT” จะรับผิดชอบดูแล 2 ภารกิจ คือ 1.บัตรเข้าพื้นที่หวงห้ามชนิดรายปี ถาวร หมายเลข 3 และ 2.จัดเตรียมพื้นที่ห้องรับรองพิเศษ

Advertisement

“กรมการกงศุล” และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) จะดูแลรับผิดชอบ 1 ภารกิจ คือ การอำนวยความสะดวกขอวีซ่าเข้าประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมไมซ์สำหรับนักเดินทางกลุ่มไมซ์ ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลไทยนโยบายเปิดใช้มาตรการฟรีวีซ่าเริ่มตั้งแต่มิถุนายน 2567 ให้ 93 ประเทศ พำนักในไทยได้ไม่เกิน 60 วัน

“สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง” รับผิดชอบ 3 ภารกิจ คือ 1.ช่องตรวจลงตราพิเศษสำหรับนักเดินทางกลุ่มไมซ์ทางเข้าออกเมืองในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 3 โซน ทางด้านตะวันออก โซนกลาง และตะวันตก 2.บริการห้องรับรองพิเศษ 3.จุดติดตั้งป้ายอำนวยความสะดวกให้นักเดินทางกลุ่มไมซ์ในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิทางด้านตะวันตกและตะวันออก

สำหรับการยกระดับการอำนวยความสะดวกให้ตลาดไมซ์นานาชาติทั่วโลกเข้ามายังประเทศไทยสอดคล้องตามนโยบายรัฐบาลในวิสัยทัศน์ IGNITE Thailand และมุ่งการบริการอำนวยความสะดวกเข้าเมืองให้แขกวีไอพีต่างประเทศที่สนามบินหรือ MICE Lane Service ปัจจุบันมีแล้วในสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง ปี 2567 เตรียมขยายไมซ์เลนแบบชั่วคราว และปี 2568 เปิดถาวรในเมืองไมซ์ ซิตี้ สำคัญเพิ่มอีก 2 สนามบิน คือ ภูเก็ตและเชียงใหม่   จากนั้นปี 2569 จะเปิดเพิ่มสนามบินที่ 5 อุดรธานี พร้อมรับนักเดินทางงานมหกรรมพืชสวนโลก 2026

สถิติล่าสุดมีขอใช้บริการไมซ์เลน ปี 2566 รวมทั้งหมด 211 งาน ให้บริการนักเดินทางไมซ์ 6,684 คน ช่วง 6 เดือนแรมกราคม-มิถุนายน 2567 รวมมีงานใช้ไมซ์เลน160 งาน ให้บริการนักเดินทางไมซ์ 9,701 คน

ผนวกกับการเตรียมความพร้อมรับอนาคตจากผลการศึกษามีตลาดขนาดใหญ่ที่ได้ “ฟรีวีซ่า” เช่น อินเดีย มีนักเดินทางไมซ์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วต้องการใช้บริการพิเศษดังกล่าวนำเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทยเติบโตเพิ่มขึ้นจาก 3 กลุ่มหลัก ได้แก่

กลุ่มที่ 1 จัดงานประชุมนานาชาติ มีจำนวนครั้งละกว่า 10,000 คน/งาน กลุ่มที่ 2 งานแสดงสินค้านานาชาติ ซึ่งสามารถยืนยันได้ด้วยการสนับสนุนวี.ไอ.พี.จากการทำผลสำรวจแล้วลูกค้าส่วนใหญ่ต้องการการเข้าออกเมืองอย่างสะดวกรวดเร็ว กลุ่มที่ 3 จัดงานอีเวนต์ ซึ่งยังไม่ได้เข้ามาเต็มตัวผ่านช่องทางไมซ์ หากเป็นการจัดงานเฟสติวัลจะเข้าเกณฑ์ ยกเว้นอีเวนต์งานคอนเสิร์ตยังถกเถียงกันอยู่เพราะต้องบริหารจัดการแฟนคลับมาพร้อมกันครั้งละหลายพันคน จำเป็นต้องเพิ่มมาตรการบริหารจัดการความปลอดภัยผ่านเข้าออกสนามบินในอีกรูปแบบด้วย

ผอ.จิรุตถ์กล่าวว่า อนาคตอีก 2-3 ปีหน้า จะมีงานขนาดใหญ่เลือกไทยเป็นสถานที่จัดไมซ์รายการระดับโลก เช่น งาน IDF World Diabetes Congress 2025 การจัดประชุม IMF-World Bank Group ปี 2569 งาน Global Sustainable Tourism Conference หรือ GSTC 2026 ที่จะมีผู้เข้าร่วมนับ 10,000 คน และงานขนาดใหญ่อีกหลายรายการที่ทีเส็บกับหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมกันดึงมาจัดในประเทศไทยตามนโยบายรัฐบาล เช่น การแข่งขัน Formula E ที่เชียงใหม่ จัดการแข่งขัน Formula One งาน WorldPride 2030 และอื่น ๆ

นายวรวุฒิ พงษ์ประภาพันธ์ อธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า กรมการกงศุลพร้อมอำนวยความสะดวกด้านวีซ่าให้ผู้เข้าร่วมและผู้จัดงานไมซ์ ครอบคลุม 2 ภารกิจ ได้แก่ ภารกิจที่ 1เตรียมขยายเปิดให้บริการระบบ e-Visa ให้ครบทุกสถานทูต สถานกงสุลไทย ตั้งแต่ปลายปี 2567 เป็นต้นไปภารกิจที่ 2 กำหนดมาตรการและแนวทางการตรวจลงตราใหม่เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจ รองรับและอำนวยความสะดวกให้นักเดินทางไมซ์เลือกไทยเป็นจุดหมายปลายทางมากยิ่งขึ้นต่อไป

ดร.กีรติ กิจมานะวัฒน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กล่าวว่า ทอท. ในฐานะผู้บริหารท่าอากาศยานหลัก 6 แห่ง ได้แก่ สุวรรณภูมิ  ดอนเมือง  เชียงใหม่  ยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย  ภูเก็ต และหาดใหญ่ ประตูบานแรกในการต้อนรับนักเดินทางทั่วโลกเข้าประเทศ จึงพร้อมอำนวยความสะดวกและร่วมมือกับหน่วยงานสนับสนุนกลุ่มไมซ์ และงานระดับนานาชาติ โดยจัดสรรพื้นที่ภายในอาคารผู้โดยสารและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ทำประชาสัมพันธ์จัดงานไมซ์ ร่วมส่งมอบประสบการณ์การเดินทางอย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ส่งเสริมและยกระดับร่วมมือกันดึงดูดตลาดไมซ์เพิ่มมากขึ้น นำเม็ดเงินลงทุนเข้าประเทศ สร้างรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจ  กระจายลงสู่ชุมชนท้องถิ่น เติบโตอย่างยั่งยืน

พล.ต.ต. เชิงรณ ริมผดี ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 กล่าวว่า ทางหน่วยงานขานรับนโยบายรัฐบาลเดินหน้าบริการ 3 มาตรการหลัก ประกอบด้วย มาตรการที่  1 ยกเว้นวีซ่าและขยายระยะเวลาพำนักตามนโยบายรัฐบาลกำหนดสัญชาติที่ได้รับยกเว้นวีซ่าเพื่อการท่องเที่ยวหรือทำงาน/ติดต่อธุรกิจระยะสั้น 60 วัน ตั้งแต่ 15 กรกฎาคม 2567 เพิ่มรายชื่อประเทศที่ได้รับสิทธิใหม่ด้วย  รวมทั้งการให้สิทธิ Visa on Arrival (VOA) และเพิ่มการตรวจลงตราประเภทใหม่ Destination Thailand Visa (DTV)

มาตรการที่ 2 คัดกรองโดยใช้เทคโนโลยี อำนวยความสะดวกภายใต้หลักความมั่นคง ได้แก่ ระบบคัดกรองล่วงหน้า APPS ตรวจสอบล่วงหน้าจากประเทศต้นทางเกี่ยวกับผู้โดยสารมีข้อมูลหมายจับหรือบุคคลเฝ้าระวัง และเป็นบุคคลต้องห้ามตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ หรือไม่ ควบคู่กับพัฒนาช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติรองรับคนไทยและคนต่างชาติในกลุ่ม E-passport ในอนาคต

มาตรการที่ 3 การบริหารจัดการเพิ่มกำลังพลเต็มทุกช่องตรวจบริการในช่วงเวลาที่ผู้โดยสารเดินทางหนาแน่นและประสานงานกับทีเส็บจัดช่องทางพิเศษเฉพาะกลุ่มนักเดินทางไมซ์เข้าออกประเทศอย่างสะดวกรวดเร็ว ทำให้ไมซ์นานาชาติเลือกนำเงินเข้ามาใช้จัดงานต่าง ๆ ในไทยในอนาคตต่อไป

เรื่องโดย #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza ,www.facebook.com/penroongyaisamsaen