นิติวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ กุญแจสำคัญสู่ความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ

15.07.24 | 18:13 น.

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ปัจจุบันเราอยู่ในยุคที่เทคโนโลยีนิวเคลียร์กลายเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาโลก นิติวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์มีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์ในระดับสากล โดยพลังงานนิวเคลียร์ถูกนำมาใช้ประโยชน์ในหลากหลายสาขา ทั้งด้านการแพทย์ อุตสาหกรรม เกษตรกรรม พลังงาน และศึกษาวิจัย ดังนั้น นิติวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการตรวจพิสูจน์วัสดุนิวเคลียร์และวัสดุกัมมันตรังสี เพื่อให้แน่ใจว่ามีการใช้พลังงานนิวเคลียร์ในทางสันติเท่านั้น ซึ่งจากระบบข้อมูลนานาชาติที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์และการลักลอบขนส่งวัสดุนิวเคลียร์และวัสดุกัมมันตรังสี (ITDB) ของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) พบว่ายังคงมีเหตุการณ์ที่มีความเสี่ยงต่อการนำวัสดุนิวเคลียร์และวัสดุกัมมันตรังสีมาใช้ในทางผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการลักลอบ การโจรกรรม การก่อวินาศกรรม และการก่อการร้าย ซึ่งมีผลกระทบอย่างยิ่งต่อความมั่นคงของประเทศ ดังนั้น IAEA จึงสนับสนุนส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกทั่วโลกในการพัฒนาศักยภาพด้านนิติวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ เพื่อป้องกันและตอบสนองต่อภัยคุกคามทางนิวเคลียร์ดังกล่าวได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

ประเทศไทยในฐานะหนึ่งในศูนย์กลางทางการค้าและโลจิสติกส์ของภูมิภาคอาเซียน ซึ่งมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดอาชญากรรมและการลักลอบที่เกี่ยวข้องกับวัสดุนิวเคลียร์และวัสดุกัมมันตรังสี แต่มีหน่วยงานหนึ่งที่จัดตั้ง ห้องปฏิบัติการตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์ทางนิวเคลียร์ (Nuclear Forensics Laboratory) ขึ้น เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานนิติวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ ภายใต้การสนับสนุนของรัฐบาลไทยและเครือข่ายระดับนานาชาติ ตลอดจนได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025 : 2017 ตั้งอยู่ที่สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

โดยห้องปฏิบัติการนี้มีภารกิจหลักคือดำเนินการสนับสนุนงานด้านความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์ของประเทศ โดยเฉพาะการพิสูจน์ทราบวัสดุนิวเคลียร์ วัสดุกัมมันตรังสี และวัตถุพยานปนเปื้อนรังสี สำหรับใช้ในกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งการดำเนินงานด้านการพิทักษ์ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ ตลอดจนสนับสนุนการตรวจสอบทางนิวเคลียร์และรังสี รวมถึงการออกใบอนุญาต ตามพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. 2559 และที่แก้ไขเพิ่มเติมในปี พ.ศ. 2562 นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยงานความมั่นคงของประเทศที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทั้งระดับประเทศและภูมิภาคอาเซียน อาทิ การลักลอบ การโจรกรรม การก่อวินาศกรรม และการก่อการร้าย ที่ช่วยป้องกันและตอบสนองต่อเหตุความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Advertisement