ความหมายของคำว่า ธุรกิจครอบครัว (Family Business) และ ธุรกิจทั่วไป (SME) อาจจะมีเส้นบาง ๆ ที่กั้นระหว่าง 2 นี้ เชื่อว่าหลายคนยังมีข้อสงสัยว่า ความต่างของ 2 รูปแบบธุรกิจเป็นอย่างไร แบบไหนมีจุดเด่นและจุดด้อยที่เหมือนหรือต่างกันบ้าง ติดตามคำตอบได้ในบทความนี้
ธุรกิจครอบครัว (Family Business) และ ธุรกิจทั่วไป (SME) แยกได้โดยปัจจัยหลายประการ เช่น ขนาดของธุรกิจ ประเภทธุรกิจ การวางกลยุทธ์ วิสัยทัศน์ของผู้บริหาร ไปจนถึงวัฒนธรรมองค์กรที่วางรากฐานให้พนักงานยึดถือปฏิบัติร่วมกัน เป็นต้น โดยทั่วไปแล้ว ธุรกิจครอบครัว อาจจะได้เปรียบด้านความมุ่งมั่น ความไว้วางใจ และวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง ขณะที่ธุรกิจทั่วไป จะมีความได้เปรียบเรื่องความคล่องตัว ความยืดหยุ่น และความสามารถในการแข่งขัน
ปัจจัย 3 ประการ ที่นำไปสู่การเป็นสุดยอด เจ้าของธุรกิจครอบครัว
รศ.ดร.เอกชัย อภิศักดิ์กุล คณบดีคณะวิทยพัฒน์ และผู้อำนวยการศูนย์ธุรกิจครอบครัว มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย [email protected]
แน่นอนว่าทุกธุรกิจต่างพยายามที่จะเป็น Healthy Business แต่ต้องไม่ลืมว่ายังมีปัจจัยอีกมากมายที่มีบทบาทในธุรกิจครอบครัว ทั้งนี้ข้อดีอย่างหนึ่งของธุรกิจครอบครัวคือมักมีโครงสร้างความเป็นเจ้าของที่แข็งแกร่ง ทำให้สามารถทำการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
ซึ่งจะมีความสำคัญในช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วหรือเกิดวิกฤตขึ้น อย่างไรก็ตามหากการตัดสินใจของกลุ่มเจ้าของได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น การสูญเสียหรือการเจ็บป่วยของสมาชิกคนสำคัญของกลุ่มหรือความขัดแย้งระหว่างสมาชิกในครอบครัวก็อาจทำให้ธุรกิจหยุดชะงักได้
ปัจจัย 3 ประการ ที่นำไปสู่การเป็นสุดยอด เจ้าของธุรกิจครอบครัว
สำหรับการเป็นสุดยอดเจ้าของธุรกิจครอบครัว เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนนั้น จะต้องมีกลุ่มเจ้าของที่มีความเชื่อมโยงทางอารมณ์ความรู้สึก มีข้อมูลที่ดี และสามารถตัดสินใจอย่างรับผิดชอบเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่างๆ รวมถึงยังต้องประกอบด้วยปัจจัยสำคัญ 3 ประการต่อไปนี้
1.มีวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ความเป็นเจ้าของที่ชัดเจนสำหรับองค์กร วิสัยทัศน์นี้ต้องคำนึงถึงค่านิยมของครอบครัวตลอดจนความต้องการและลำดับความสำคัญของธุรกิจ โดยควรพูดคุยอย่างชัดเจนกับสมาชิกทุกคนในครอบครัว รวมถึงคนรุ่นต่อไปในอนาคตด้วย
2.ทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์ผลประโยชน์ของธุรกิจ พนักงาน และลูกค้า การบ่มเพาะเจ้าของรุ่นต่อไปให้มีความรู้สึกตระหนักถึงหน้าที่และความรับผิดชอบ รวมถึงสิทธิพิเศษและความภาคภูมิใจเป็นสิ่งสำคัญ และควรปล่อยให้สมาชิกในครอบครัวรุ่นใหม่เติบโตขึ้นในสถานะที่สามารถเชื่อมโยงอารมณ์ความรู้สึกกับมรดกของธุรกิจได้ด้วย
3.ต้องมีแนวทางระยะยาวในการดำเนินธุรกิจ เจ้าของกิจการมักต้องการให้ธุรกิจของตนอยู่ได้ยืนยาวที่สุด ด้วยเหตุนี้การเป็นเจ้าของที่ดีจึงต้องใช้แนวทางที่อดทนและมีการวัดผลเพื่อการวางแผนและตัดสินใจ สิ่งสำคัญคือต้องหลีกเลี่ยงการถูกเบี่ยงเบนความสนใจหรือถูกหลอกล่อให้มุ่งความสำเร็จในระยะสั้น ซึ่งจะทำให้เป้าหมายในระยะยาวเสียไป
ปัจจัยเหล่านี้ล้วนมีบทบาทสำคัญไม่เพียงแต่ทำให้ธุรกิจมีอายุยืนยาวเท่านั้น แต่ยังช่วยให้มั่นใจได้ว่าจะสามารถการรักษาความมั่งคั่งและการเติบโตได้อย่างยั่งยืนต่อไปอีกด้วย
ขอบคุณข้อมูลโดย GURU รับเชิญ : รศ.ดร.เอกชัย อภิศักดิ์กุล คณบดี คณะวิทยพัฒน์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และ ผู้ก่อตั้งบริษัท แฟมส์ จำกัด (FAMZ)
ข้อมูลเพิ่มเติม : www.famz.co.th

