รู้จัก เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิค เลือกให้เหมาะกับสไตล์การเทรด

25.07.24 | 12:19 น.

การเลือกเทรดกับโบรกเกอร์ที่เหมาะสมเป็นเพียงจุดเริ่มต้น สิ่งสำคัญไม่แพ้กันคือ การมีเครื่องมือที่ช่วยในการวิเคราะห์และตัดสินใจ เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคเป็นอุปกรณ์สำคัญที่จะช่วยให้เทรดเดอร์ โดยเฉพาะมือใหม่ สามารถทำความเข้าใจตลาด และวางแผนการเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น บทความนี้จะมาแนะนำเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่สำคัญที่เทรดเดอร์มือใหม่ควรรู้จัก

ประโยชน์ของเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิค

เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิค มีประโยชน์อย่างมากสำหรับเทรดเดอร์ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือมืออาชีพ ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถระบุแนวโน้มของตลาดได้อย่างชัดเจน ทำให้เข้าใจทิศทางการเคลื่อนไหวของราคา นอกจากนี้ยังช่วยในการหาจุดเข้า-ออกที่เหมาะสม ทำให้สามารถเปิดและปิดสถานะได้อย่างมีประสิทธิภาพ เครื่องมือเหล่านี้ยังช่วยวัดความแข็งแกร่งของแนวโน้มปัจจุบัน วิเคราะห์ความผันผวนเพื่อประเมินความเสี่ยงและโอกาสในการทำกำไร รวมถึงช่วยหาแนวรับแนวต้านเพื่อกำหนดเป้าหมายกำไรและจุดตัดขาดทุนได้อย่างแม่นยำ

เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่เทรดเดอร์ทุกคนต้องรู้

การใช้เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคอย่างเหมาะสม เป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไร และลดความเสี่ยงในการเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่เทรดเดอร์ทุกคนต้องรู้ มีดังนี้

เครื่องมือวิเคราะห์แนวโน้ม

  1. Moving Averages (MA) 

เป็นเครื่องมือพื้นฐานที่ใช้คำนวณค่าเฉลี่ยของราคาในช่วงเวลาที่กำหนด เมื่อราคาตัดผ่าน MA ขึ้นไป อาจเป็นสัญญาณซื้อ และเมื่อตัดลงมาอาจเป็นสัญญาณขาย มีสองประเภทหลักๆ คือ Simple Moving Average (SMA) คำนวณค่าเฉลี่ยแบบธรรมดา และ Exponential Moving Average (EMA) ให้น้ำหนักกับข้อมูลล่าสุดมากกว่า

Advertisement
  1. MACD (Moving Average Convergence Divergence)

เป็นตัวชี้วัดแนวโน้มที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่าง Moving Averages สองเส้น เมื่อเส้น MACD ตัดผ่านเส้นสัญญาณขึ้นไป อาจเป็นสัญญาณซื้อ และเมื่อตัดลงมาอาจเป็นสัญญาณขาย ประกอบด้วย เส้น MACD, เส้นสัญญาณ, Histogram

  1. Trend Lines

เป็นเส้นที่ลากเชื่อมจุดต่ำสุดหรือสูงสุดของราคา เพื่อแสดงทิศทางของแนวโน้ม ใช้ในการยืนยันแนวโน้มปัจจุบันและระบุจุดที่แนวโน้มอาจเปลี่ยนทิศทาง

เครื่องมือหาจุดกลับตัวและแนวรับแนวต้าน

  1. RSI (Relative Strength Index) 

เป็นตัวชี้วัดโมเมนตัมที่วัดความเร็วและการเปลี่ยนแปลงของราคา มีค่าระหว่าง 0 ถึง 100 ถ้าค่าเกิน 70 มักถือว่าอยู่ในภาวะซื้อมากเกินไป (Overbought) และต่ำกว่า 30 ถือว่าขายมากเกินไป (Oversold)

  1. Fibonacci Retracement

เป็นการใช้อัตราส่วน Fibonacci เพื่อระบุระดับการถดถอยที่สำคัญหลังจากการเคลื่อนไหวของราคาที่สำคัญ ใช้ในการคาดการณ์ระดับแนวรับและแนวต้านที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะที่ระดับ 38.2%, 50% และ 61.8%

  1. Bollinger Bands

ประกอบด้วยเส้น 3 เส้น คือ เส้นกลางเป็น Simple Moving Average และเส้นบนล่างแสดงความผันผวน เมื่อราคาเคลื่อนที่ใกล้หรือทะลุแนวรับแนวต้านของ Bollinger Bands อาจเป็นสัญญาณของการกลับตัว หรือการเปลี่ยนแปลงแนวโน้ม

เครื่องมือวิเคราะห์ปริมาณการซื้อขาย

  1. Volume 

แสดงปริมาณการซื้อขายในแต่ละช่วงเวลา ใช้ยืนยันความแข็งแกร่งของแนวโน้มหรือการกลับตัว โดยแนวโน้มที่มี Volume สูงมักจะแข็งแกร่งกว่า

  1. On-Balance Volume (OBV) 

เป็นตัวชี้วัดที่รวม Volume เข้ากับการเคลื่อนไหวของราคา ใช้ในการยืนยันแนวโน้ม หรือคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงของแนวโน้ม โดยดูความสอดคล้องระหว่าง OBV กับราคา

สรุป การเริ่มต้นใช้เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิค

สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ การเริ่มต้นใช้เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคอาจดูเป็นเรื่องยาก แต่ถ้าฝึกฝนและเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ทำความเข้าใจวิธีการอ่านของแต่ละเครื่องมือ อาจเริ่มจากเครื่องมือง่ายๆ อย่าง Moving Averages และ RSI ฝึกวิเคราะห์กราฟย้อนหลัง เพื่อดูว่าเครื่องมือทำงานอย่างไรในสถานการณ์ต่างๆ บันทึกผลการใช้งาน และปรับปรุงวิธีการใช้เครื่องมือให้เหมาะกับสไตล์การเทรดของตัวเอง เพียงเท่านี้ ก็จะสามารถใช้เครื่องมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ