เจษฎาเทคนิคมิวเซียม เลี้ยงขอบคุณพนักงาน เผยสาเหตุเลื่อนเปิดให้ชม เป็นพ.ย.68
วันที่ 26 กรกฎาคม ดร.ภาคภูมิ เดชสกุลฤทธิ์ กรรมการบริหารมูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียม เปิดเผยว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 19 ก.ค. ที่ผ่านมา ได้จัดงานเลี้ยงรับประทานอาหารค่ำภายในองค์กร ณ สำนักงานใหญ่มูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียม ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า โดยได้รับแรงบันดาลใจจากกิจกรรม “LOVE PRIDE ♡ PARADE 2024” เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ที่มี ฯพณฯ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธานจัดงานไปก่อนหน้านี้
เพื่อส่งเสริมสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาคให้เกิดขึ้นกับทุกกลุ่มคนในสังคม ไม่ได้แบ่งแยกว่าเป็นเพศหญิงหรือเพศชายเพียงเท่านั้น

ทั้งนี้ สำหรับวัตถุประสงค์ของการจัดงานในวันนี้คือ
1.เพื่อประกาศให้สาธารณชนได้ทราบว่า เจษฎาเทคนิคมิวเซียมไม่ฝักใฝ่พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง และยังส่งเสริมความเสมอภาคทางด้านเพศ วัย ฐานะ ทุกคนมีคุณค่าในตัวเอง ทุกคนมีสิทธิมีเสียงในระบอบประชาธิปไตยเท่ากัน คือ 1 สิทธิ์ 1 เสียงเท่ากัน มีคุณค่าความเป็นมนุษย์เท่ากัน ไม่ว่าจะเป็นเพศใด อายุเท่าใดก็ตาม เกิดที่ไหน ทุกคนต่างมีคุณค่าในตัวเอง ไม่มีใครสามารถดูถูกใครได้เพราะคนทุกคนมีคุณค่าความเป็นมนุษย์เท่ากันทั้งหมด
พนักงานที่อาวุโสน้อยกว่าในเรื่องอายุงานสมควรเคารพผู้ที่ทำงานมาก่อน ส่วนพนักงานที่มีอาวุโสมากกว่าอีกฝ่ายหนึ่งก็ควรจะรับฟังความคิดเห็นของกันและกัน ก่อนที่เราจะสร้างความสามัคคีและความสัมพันธ์อันดีกับเพื่อนๆ ภายในองค์กรได้ จะต้องมีหลายๆ ปัจจัย แต่มีหนึ่งปัจจัยที่สำคัญที่จะช่วยท่านได้ก็คือละอัตตาตัวตน (EGO) อย่าถือเขาถือเรา แต่ละคนมีความเป็นปัจเจก มีความเป็นมนุษย์ มีความจำเพาะ ซึ่งเป็นความแตกต่างแล้วนั่น ขอให้เรามีมารยาท ให้เกียรติซึ่งกันและกัน สังคมจะได้มีความสุข และลองเปิดใจรับฟังความแตกต่าง ซึ่งไม่ได้ใช้แค่ภายในองค์กรเท่านั้น ท่านลองนำไปประยุกต์ใช้กับสังคมภายนอกองค์กรได้ อย่าคิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล ลองเข้าใจในความแตกต่างของเพื่อนมนุษย์

2. ขณะนี้มูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียม อยู่ระหว่างการก่อสร้างอาคารไม่ว่าจะเป็นอาคารหลัก (Main Building) กลุ่มอาคารฝาแฝด ประกอบไปด้วย อาคารธัญญา อาคารชมเพลิน และอาคารน้องใหม่ล่าสุดคือ ศาลาธรรมใจ งานออกแบบจัดวางรถจักรยาน และรถจักรยานยนต์ขึ้นชั้นแขวนเพื่อเตรียมจัดแสดงในห้องนิทรรศการรถสองล้อ รวมถึงงานจัดทำบัญชีของสะสมเพื่อขึ้นทะเบียนและจัดหมวดหมู่ให้เรียบร้อย ครบถ้วนและสามารถทวนสอบได้

“ผมจึงขอเรียนว่าเรายังไม่สามารถเปิดบริการได้ตามสัญญาประชาคมที่ให้ไว้ ทั้งนี้เนื่องจากมีปัจจัยหลายอย่าง อาทิ ปัญหาเรื่องผู้รับเหมา และปัญหาด้านเศรษฐกิจชะลอตัวทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผมเชื่อว่าเศรษฐกิจคงจะดีขึ้นในเร็วๆ นี้ อย่างเร็วก็คงประมาณ 3- 5 ปีข้างหน้า เพราะฉะนั้นการจะลงทุนทำอะไรก็ตามต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วน รอบคอบ และคุ้มค่า ดังนั้นจึงได้ตั้งเป้าหมายใหม่ว่าจะเปิดเจษฎาเทคนิคมิวเซียมให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนได้เข้าชมอย่างช้าที่สุดคือวันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน ปี 2568 แต่หากพิจารณาแล้วสามารถเปิดก่อนได้ก็จะรีบดำเนินการทุกอย่างให้พร้อมเปิดทันที เพราะผมเป็นคนใจร้อน ร้อนพอๆ กับแฟนคลับที่ตั้งหน้าตั้งตารอเหมือนกัน และต้องกราบขออภัยด้วยที่เปิดช้าไปสักหน่อย




และปี 2568 เป็นปีแรกที่บริษัททุกแห่งที่ผมบริหารงาน จะไม่มีการแจกจ่ายปฎิทินเหมือนเช่นอดีตที่ผ่านมา เพื่อลดต้นทุนการผลิต นอกจากนี้ยังรณรงค์ให้พนักงานประหยัดน้ำ ประหยัดไฟ รู้จักการเก็บออมเงิน จึงขอฝากให้ประชาชนและเพื่อนพนักงานน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ล้นเกล้ารัชกาลที่ 9 มาใส่เกล้าใส่กระหม่อมและนำไปปฏิบัติเพื่อความอยู่รอดของตนเองและครอบครัวในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ นอกจากตัวท่านและครอบครัวจะรอดพ้นวิกฤตแล้ว ประเทศชาติก็จะรอดไปด้วย”
ดร.ภาคภูมิ กล่าวเพิ่มเติมว่า “บรรยากาศในงานเลี้ยงเต็มไปด้วยความสุขและประทับใจ มีทั้งผู้ที่เป็น LGBTQ+ และไม่ได้เป็น LQBTQ+ มาร่วมงาน หลายๆ คนให้ความร่วมมือโดยแต่งตัวด้วยสีสันสดใส ขึ้นร้องเพลง และร่วมกิจกรรมสันทนาการอย่างมีความสุข โดยมีนักดนตรีระดับครู ชื่อวง Good Night ประกอบด้วย คุณอรุณรักษ์ ปานนิ่ม (ครูกิ๊ฟ) คุณณัฏฐพล ฉุยกรม (ครูมิกซ์) และคุณประสบโชค ชื่นโชติ (ครูแซ็ก) มาเล่นดนตรีให้พวกเราได้รับฟังอย่างไพเราะ และผมเชื่อว่าชาว LGBTQ+ มีเยอะมากจริงๆ ขนาดงานในวันนี้ยังมีกลุ่ม LGBTQ+ จากชุมชนวัดดาวดึงษาราม มาร่วมงานด้วยจำนวนหนึ่ง หรือแม้แต่ลูกหลานของร้านอาหารโต๊ะจีนที่เราว่าจ้างมายังแต่งตัวมาร่วมสนุก ซึ่งสร้างสีสันให้กับงานเลี้ยงได้เป็นอย่างดี”


ขอขอบคุณคณะที่ปรึกษามูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียมจากก๊วนตัวตึงเตรียมทหารรุ่น 10 (รุ่นเดียวกับนายกทักษิณ ชินวัตร) ซึ่งประกอบด้วย พล.อ.วรวิทย์ ชินะนาวิน พล.อ.วุทธิ์ วิมุกตะลพ พล.ร.อ.รพล คำคล้าย พล.ร.อ.ชัยวัฒน์ พุกกะรัตน์ พล.ท.มนัส เปาริก พล.ท.บรรพต งามกัณหา และพี่ๆ เตรียมทหารรุ่น 14 คือ พล.อ.ดร.ปกิตน์ สันตินิยม พล.อ.ศุขเกษม องคะศิลป์ รวมถึง พล.ต.หญิง นวรัตน์ บวรศักดิ์ อ.ศิริ หนูแดง ดร.ภูมิพัฒณ์ พงศ์พฤฒิกุล คุณปรีชา อู่ทอง คุณอภิสิทธิ์ ธรรมใจ และคุณสุพจน์ อ่อนบุญมี (ก้องเวหา ลูกปัจมา) ที่ให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของเจษฎาเทคนิคมิวเซียมด้วยดีเสมอมา หวังว่าทุกท่านจะมาให้ข้อคิดเห็น เดือนละครั้งหรือสองเดือนครั้ง เหมือนเช่นที่ผ่านมา และรู้สึกซาบซึ้งในไมตรีจิตที่มอบให้ผมและทีมงานเจษฎาเทคนิคมิวเซียมมาโดยตลอด
ในระหว่างที่เจษฎาเทคนิคมิวเซียมแห่งใหม่ยังไม่เปิดให้บริการ แฟนเพจที่สนใจติดตามข่าวสารและกิจกรรมอื่นๆ ของเจษฎาเทคนิคมิวเซียม สามารถกดติดตามได้ทางช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ Page Facebook : Jesada Technik Museum และช่อง Youtube : Jesada Technik Museum และสามารถติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 034-339468” ดร.ภาคภูมิ กล่าวปิดท้าย


