คุณสุภาพร โชคเฉลิมวงศ์ ผู้อำนวยการกองบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรม 1 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นประธานกล่าวเปิดการเสวนาเรื่อง “อุตสาหกรรมยางพาราไทยกับกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมและการกีดกันทางการค้า” ในงาน อว.แฟร์ : SCI Power for Future Thailand วันศุกร์ที่ 26 กรกฎาคม 2567 ณ ห้อง 204 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.วีรศักดิ์ สมิทธิพงศ์ หัวหน้าศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านยางพารา สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวรายงาน และ คุณอภิญญา ขาวสบาย ผู้ประกาศข่าว สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 เป็นผู้ดำเนินรายการ

การเสวนาในครั้งนี้ จัดขึ้นโดยศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านยางพารา (Hub of talents in natural rubber) ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนมุมมองและความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการกีดกันทางการค้าในอุตสาหกรรมด้านยางพาราที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นการตั้งรับและหาแนวทางในการปรับตัวให้ทันต่อมาตรการหรือกฎระเบียบในการกีดกันทางการค้า ซึ่งในมุมมองของ คุณณกรณ์ ตรรกวิรพัท อดีตผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ให้ความเห็นว่าการกีดกันทางการค้าเป็นกระแสโลกที่เราต้องปรับตัว โดย EUDR (EU Deforestation Regulation: ข้อกฎหมายด้านการนำเข้าสินค้าที่มีส่วนในการตัดไม้ทำลายป่า) เป็นการแสดงแหล่งกำเนิดของยาง ถ้าสวนยางมี EUDR จะทำให้ได้ราคายางที่สูงขึ้น ดังนั้นจึงควรมีการผลักดันให้สวนยางพาราทำ EUDR เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้การแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ เช่น ยางล้อและถุงมือยาง เป็นต้น ควรส่งเสริมให้ทำ EUDR ซึ่งการผลักดันให้เกษตรกรหรือผู้ประกอบการมาเข้าร่วมกิจกรรมหรือกฎกติกาต่าง ๆ ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการ ดังนั้นภาครัฐต้องเข้ามาดำเนินการให้เกิดความชัดเจนในกฎระเบียบต่าง ๆ เช่น เกณฑ์ราคาของยางที่จะปรับขึ้นเมื่อเกษตรกรและผู้ประกอบการเข้าร่วมมาตรฐาน EUDR เป็นต้น เพื่อเป็นการโน้มน้าวให้เกษตรกรหรือผู้ประกอบการเข้าร่วมในการทำมาตรฐาน EUDR เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งควรชูจุดแข็งของยางธรรมชาติในงานวิจัยให้มากขึ้น และนำงานวิจัยมาใช้และขยายผลเพิ่มขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดการเสียโอกาสของประเทศไทย ถัดมา ดร.ชโย ตรังอดิศัยกุล รองประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยาง และกรรมการบริหารสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภาคอุตสาหกรรมปรับตัวตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องทั้งในทางบวกหรือลบ ภาคอุตสาหกรรมจะให้ความสำคัญโดยเฉพาะกับคู่ค้าที่ใส่ใจในเรื่องสิ่งแวดล้อม ซึ่ง EUDR มีความเกี่ยวข้องกับทุกหน่วยงาน เป็นการบ่งบอกว่ายางมาจากพิกัดสวนยางที่ไม่บุกรุกป่า ซึ่งยางที่เข้าตลาดประมูลของ EUDR จะสามารถขายได้ในราคาสูงที่สุด ทั้งนี้ภาคอุตสาหกรรมอยากให้มีการพัฒนาโจทย์วิจัยที่สามารถนำยางกลับมารีไซเคิลใหม่เพื่อเป็นการนำยางมาใช้ประโยชน์ให้ได้มากขึ้น และคุณอดิศักดิ์ กองวารี นายกสมาคมผู้ผลิตถุงมือยางไทย กล่าวว่า ในอุตสาหกรรมถุงมือยางได้รับผลกระทบจาก Environment, Social, และ Governance (ESG) มาอย่างยาวนาน เนื่องจากจะเป็นแนวคิดที่ให้ความสำคัญกับเรื่องป่าไม้ น้ำ และมลพิษ ทั้งนี้ในปัจจุบันการใช้ยางธรรมชาติมีสัดส่วนการใช้ลดลงมาก ดังนั้นสิ่งที่ควรจะทำคือกลยุทธ์การบุก ไม่ใช่แค่กลยุทธ์การตั้งรับอย่างเดียว ทั้งนี้จากที่ผ่านมาการพัฒนางานวิจัยมีตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ แต่ควรพัฒนาเพิ่มเติมสำหรับงานวิจัยทางด้านการตลาดโดยการนำ Big data มาใช้ เพื่อให้ครอบคลุมในทุกด้านมากยิ่งขึ้น สุดท้ายนี้รองศาสตราจารย์ ดร.วีรศักดิ์ สมิทธิพงศ์ ผู้บริหารจัดการศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านยางพารา ได้กล่าวถึงมุมมองของนักวิชาการต่อกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมมีผลกระทบต่อการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมยางพารา และได้ให้แนวทางในการพัฒนางานวิจัยยางพาราเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมที่ต้องปรับตัวเข้ากับกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมและการกีดกันทางการค้า ซึ่งในสถานการณ์ปัจจุบันทำให้เกิดโอกาสเพื่อรองรับกับนโยบายของรัฐบาล ซึ่งหากกล่าวถึงข้อด้อยของสถานการณ์ดังกล่าวคือ ปัจจุบันมีนโยบายทางด้าน BCG เกิดขึ้น ซึ่งส่งผลให้นักวิจัยต้องคิดค้นงานวิจัยใหม่ให้สอดคล้องกับนโยบายด้าน BCG และต้องมีการสร้างเครือข่ายขึ้นมาเพิ่มเติม ทั้งนี้ในการทำ EUDR เป็นกฎระเบียบที่สามารถทำให้ทราบถึงแหล่งที่มาของยางพาราที่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งกระบวนเหล่านี้ต้นทุนจะสูงขึ้น ทำให้ต้องเกิดการปรับตัวและใช้ความพยายามพอสมควร นอกจากนี้หากมองในด้านดีของสถานการณ์ดังกล่าว นักวิจัยต้องหาแนวคิดงานวิจัยให้มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งการพัฒนางานวิจัยที่จำเป็นต้องสร้างเครือข่ายกับบุคลากรทั้งในและต่างประเทศ เพื่อนำข้อดีของนักวิจัยแต่ละคนมาพัฒนางานวิจัยให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น
การเสวนาในครั้งนี้ มีผู้สนใจเข้าร่วมรับฟังการเสวนาจากสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนหน่วยงานต่าง ๆ ประมาณ 60 คน ซึ่งมาจากหน่วยงานดังนี้ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยนครพนม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยแม่โจ้ การยางแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ผลิตถุงมือยางไทย สมาคมน้ำยางข้นไทย กรมวิทยาศาสตร์บริการ สถาบันวิจัยและพัฒนา บริษัท เอส. เค. โพลีเมอร์ จำกัด บริษัท ซีจี เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด และบริษัท อูเบะ เทคนิคอล เซ็นเตอร์ (เอเชีย) จำกัด
หลังจากการเสวนาครั้งนี้ ทำให้ผู้เข้าร่วมรับฟังการเสวนาได้แลกเปลี่ยนมุมมองและความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการกีดกันทางการค้าในอุตสาหกรรมด้านยางพาราที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นการตั้งรับและหาแนวทางในการปรับตัวให้ทันต่อมาตรการหรือกฎระเบียบในการกีดกันทางการค้าต่อไปได้


