รมว.สธ. เปิดเวทีสุขภาพจิตนานาชาติ ชู S-Curve สร้างสุขภาพจิตไทยสู่อนาคต

2.08.24 | 09:00 น.

รมว.สธ. เปิดการประชุมวิชาการสุขภาพจิตนานาชาติ ปี 2567 ชูแนวคิด ‘คลื่นลูกใหม่ (S-Curve) สร้างสุขภาพจิตไทยสู่อนาคต’ เร่งพัฒนานวัตกรรม เทคโนโลยีดิจิทัล แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับสุขภาพจิต มุ่งตอบสนองความต้องการประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2567 ที่ศูนย์การค้าไอคอนสยาม กรุงเทพมหานคร นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดการประชุมวิชาการสุขภาพจิตนานาชาติ ครั้งที่ 23 ภายใต้แนวคิด “คลื่นลูกใหม่ (S-Curve) สร้างสุขภาพจิตไทยสู่อนาคต” การประชุมเน้นการพัฒนานวัตกรรมและการใช้ดิจิทัลในระบบบริการสุขภาพจิต เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ

พร้อมปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Health and Mental Health toward People’s Wellbeing” และมอบรางวัล Mental Health Awards แก่ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ Dr. Andrea Bruni Regional Advisor (Mental Health) WHO South-East Asia Region

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญในการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิตของประชาชนทุกกลุ่มวัย พร้อมขับเคลื่อนงานสุขภาพจิตผ่านการสร้างสรรค์นวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ บุคลากรสมรรถนะสูง และระบบบริการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อให้เท่าทันต่อสถานการณ์โลกที่มีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด รวมถึงสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งถือเป็นเครื่องมือหรือคลื่นลูกใหม่ (New S-Curve) ที่จะนำไปสู่ความก้าวหน้าของงานสุขภาพจิตในอนาคตได้

Advertisement

“กระทรวงสาธารณสุขพร้อมสนับสนุนการแลกเปลี่ยนแบ่งปันทรัพยากร พัฒนากำลังคน เพื่อขับเคลื่อนงานให้บรรลุผลสำเร็จ พัฒนาระบบสุขภาพที่มีคุณภาพมาตรฐาน ส่งผลให้ประชาชนและสังคมไทย มีสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน มีปัญญา อารมณ์ดี มีความสุข และอยู่ในสังคมอย่างทรงคุณค่า”

ด้าน นายแพทย์พงศ์เกษม ไข่มุกด์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต เผยว่า การพัฒนาองค์ความรู้ทางวิชาการในการส่งเสริมป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวกับสุขภาพจิตตามแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับการบริหารยุคใหม่ ไม่เพียงแต่จะทบทวนเรื่องราวในอดีตเท่านั้น ยังเป็นการทบทวนสถานการณ์ปัจจุบันและมองภาพของอนาคต ซึ่งการให้ความรู้และการส่งเสริมความเข้าใจเพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพจิต วิธีการและองค์ประกอบที่สัมฤทธิ์ผลที่สุด คือ การส่งเสริมและสร้างความรอบรู้ให้กับประชาชน โดยการทบทวนเลี้ยวมองดูเหตุการณ์ที่ผ่านมาในอดีต และพร้อมเฝ้าระวังเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

“การส่งเสริมการดูแลสุขภาพจิตเป็นเรื่องของทุกคน ซึ่งกรมสุขภาพจิตก็ได้มีการเตรียมความพร้อมโดยเรียนรู้จากสถานการณ์ความรุนแรงต่างๆ ในอดีต รวบรวมฐานข้อมูลเชิงระบาดวิทยาเพื่อการนำไปใช้ประโยชน์ในการป้องกันในอนาคต รวมไปถึงการใช้หลักในการฟื้นฟูทางใจ และการให้วัคซีนแก่ชุมชน เพื่อให้กลับสู่สถานการณ์ปกติและกลับไปเป็นเช่นเดิมได้”

ทั้งนี้ การประชุมวิชาการสุขภาพจิตนานาชาติครั้งที่ 23 ประจำปี 2567 ระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคม ถึง 1 สิงหาคม 2567 ณ ไอคอนสยาม ได้รับการสนับสนุนทั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิที่มากด้วยประสบการณ์และนักวิชาการคลื่นลูก ใหม่ ที่มาร่วมแสดงวิสัยทัศน์เพื่อสร้างสุขภาพจิตไทยสู่อนาคตอย่างยั่งยืน