กรุงเทพมหานคร, วันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2567 – Bitdefender ผู้นำด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ระดับโลก เป็นเจ้าภาพจัดงานเสวนาในหัวข้อ “Fortifying Digital Frontiers” ณ โรงแรม เอส 31 สุขุมวิท กรุงเทพมหานคร โดยมี สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ร่วมให้ความรู้และนโยบายของประเทศ ซึ่งงานเสวนานี้เป็นการรวมตัวของผู้นำในด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ทั้งเจ้าหน้าที่ภาครัฐและผู้นำภาคธุรกิจ เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้เกี่ยวกับภูมิทัศน์ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่กำลังถูกภัยคุกคามที่มีความซับซ้อนและรุนแรงเพิ่มขึ้นตลอดเวลา พร้อมทั้งนำเสนอนวัตกรรมทางโซลูชั่นเพื่อปกป้ององค์กรจากภัยคุกคามนี้
ความท้าทายทางด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์

พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการ สกมช. กล่าวเกริ่นนำการเสวนาด้วยปาฐกถาพิเศษเกี่ยวกับปัญหาความท้าทายที่ทุกประเทศในโลกต้องเผชิญ ตามรายงานปี 2024 ของ World Economic Forum ที่ชี้ให้เห็นปัญหาที่ทุกประเทศจะต้องเผชิญมากที่สุดในระยะสั้น 2 ปีนี้ (2024-2025) 10 ประการ โดยมี การเผยแพร่ข้อมูลหรือข่าวที่บิดเบือนหรือปลอม (Misinformation / Disinformation) เป็นอันดับ 1 และภัยคุกคามทางไซเบอร์ (Cyber Insecurity) เป็นอันดับ 4 และ การที่ข้อมูลมีค่ามากขึ้นทุกวันยิ่งกว่าน้ำมัน (Data is a new oil.) เห็นได้จาก มูลค่าของบริษัทที่เป็นเจ้าของข้อมูลหรือเกี่ยวข้องกับข้อมูลพุ่งทะยายขึ้นเป็นบริษัทอันดับ 1-3 ของโลกเหนือกว่าบริษัทน้ำมัน ได้แก่ 1.Nvidia มีมูลค่าบริษัทสูงถึง 121.9 ล้านล้านบาท 2.Microsoft มูลค่าบริษัท 121.8 ล้านล้านบาท และ 3. Apple มูลค่าที่ 120.2 ล้านล้านบาท เมื่อข้อมูลมีค่ามาก
ปัญหาภัยคุกคามจากแฮกเกอร์ย่อมเพิ่มขึ้น เนื่องจากที่ไหนมีเงินที่นั้นย่อมมีโจร เราจึงจำเป็นต้องมี Framework เพื่อตรวจจับ ป้องกันและตอบโต้โจรแฮกเกอร์ได้ทันท่วงที ที่เรียกว่า Cyber Kill Chain ของ MITRE ATT&CK ที่มี 7 ขั้นตอน โดยภัยคุกคามจากแฮกเกอร์ที่มากที่สุด 3 ประการ ได้แก่ Ransomware การขโมยข้อมูล (Data Theft) และการเข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาติ (Server Access) เพื่อขโมยข้อมูลหรือทำร้ายระบบ นอกจากข้อมูลภายในขององค์กรแล้วปัจจุบันยังต้องระวังข้อมูลของลูกค้าอีกด้วย การรั่วไหลทำให้องค์กรเสียชื่อเสียง ดังนั้นทุกองค์กร จะต้องมีมาตรการที่จะต้องมาใช้ควบคุมความปลอดภัยของข้อมูลที่เรียกว่า CIA Triad ได้แก่ Confidentiality (การรักษาความลับของข้อมูล) Integrity (ความแท้จริงของข้อมูล) และ Availability (การใช้งานได้ของระบบ) และเน้นยำความพร้อมของ People , Technology และ Process ในองค์กรเพื่อพร้อมรับมือกับภัยคุกคาม โดยเฉพาะต้องสร้างวัฒนธรรมหรือ Culture ที่จะทำให้ไม่ถูกแฮก อย่างเช่น การมี Phishing Test เพื่อดูพฤติกรรมของพนักงานว่า ยังมีพฤติกรรมที่เป็นช่องโหว่ให้แฮกเกอร์หลอกทำ Phishing หรือไม่ เมื่อเจอต้องปรับปรุงแก้ไขเสีย

Mr. Paul Hadjy รองประธานภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและการบริการความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ของ Bitdefender นำเสนอหัวข้อ “Protecting Data, Empowering People” บรรยายเกี่ยวกับบทบาทของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ โดยชี้ให้เห็นว่า AI สามารถช่วยปรับปรุงมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้นได้อย่างไร พร้อมทั้งได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจจับภัยคุกคามและกลยุทธ์การตอบสนองในเชิงรุก
โดย Bitdefender มี แนวทางกลยุทธ์ที่จะลงทุนในด้านบริการและเทคโนโลยีที่มีการใช้ AI เข้าช่วย สร้างสภาพแวดล้อมที่ AI กับมนุษย์สามารถทำงานร่วมกัน โดยที่ไม่มอง AI เป็นคู่แข่ง แต่เห็นว่าเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้มนุษย์มีศักยภาพมากขึ้น โดยตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นมาได้นำเทคโนโลยี Machine Learning และ AI มาช่วยในการตรวจจับและตอบโต้ภัยคุกคามที่ก้าวหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ และใช้ความสามารถของ AI ใน GravityZone ที่เป็นแพลตฟอร์มการป้องกันภัยคุกคามและวิเคราะห์ความเสี่ยงแบบรวมศูนย์สู้กับ AI โดย Bitdefender มีนักวิจัยผู้เชี่ยวชาญด้าน Cybersecurity ที่ทุ่มวิจัยด้าน AI และ Cybersecurity โดยเฉพาะมากกว่า 350 คน
Bitdefender มีความมุ่งมั่นสร้างสรรค์นววัตกรรมในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อยู่เสมอ โดยในปัจจุบันสามารถ 1. ทำการ Queries ตรวจสอบภัยคุกคามกว่า 30,000 ล้านรายการได้ในแต่ละวัน 2.ค้นพบการโจมตีกว่า 400 รายการในทุกๆ นาที 3. พัฒนา 32 Ransomware Decryptors ออกสู่ตลาด 4.มีลูกค้าเป็นองค์กรธุรกิจกว่า 9 หมื่นองค์กร 5.ช่วยลูกค้าประหยัดเงินค่าไถ่ถึง 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ 6.มีนักวิจัยด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระดับผู้นำเทคโนโลยีมากกว่า 300 คน 7.มีนักวิจัยและพัฒนาโซลูชันกว่า 800 คน และ 8.มี 487 สิทธิบัตร

Mr. Michal Dominik กรรมการผู้จัดการ Indochina, Country Partner ของ Bitdefender ได้ให้ภาพรวมของภัยคุกคามไซเบอร์ในอนาคตโดย 1.มีความซับซ้อน (Sophisticated) ในการโจมตีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 2.มุ่งเป้าหมายที่มีมูลค่าสูง ใช้ทั้งการขู่กันโชก การเข้ารหัสและการขโมยข้อมูล 3.มุ่งโจมตีจุดอ่อนใน supply chain มากขึ้นโดยเฉพาะต่อ third-party vendors 4.การเพิ่มขึ้นของเสี่ยงจากการมีอุปกรณ์ IoT มากขึ้นเป็นช่องโหว่ให้โจมตี 4.การใช้คลาวด์มากขึ้น ทำให้การโจมตียิ่งมุ่งไปที่คลาวด์ และ 5.ทั้งผู้โจมตีและผู้ป้องกันต่างใช้ AI เข้าต่อสู้กัน Dominik ยังได้นำเสนอกรณีศึกษาเกี่ยวกับการโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นกับ Colonial Pipeline และ SolarWinds ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความร้ายแรงของภัยคุกคามทางไซเบอร์และความสำคัญของการมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง และย้ำว่าเกือบ 70% ขององค์กรทั้งหลายยังไม่พร้อมรับมือกับภัยคุกคามที่ไม่รู้จัก ซึ่งเป็นภัยคุกคามที่อันตรายอย่างยิ่ง
Dominik กล่าวแนะนำว่าทุกองค์กรจะต้องเตรียมพร้อมรับมือกับการโจมตีใหม่ๆ ที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้อยู่เสมอ โดยให้ข้อมูลเชิงลึกที่ชี้ให้เห็นความจำเป็นในการปรับปรุงและปรับตัวตามแนวทางปฏิบัติที่ดีในการป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ (Cybersecurity Practices) ที่จะต้องทำอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลเชิงลึกนี้เน้นย้ำถึงขั้นตอนสำคัญอย่างยิ่งยวดที่จำเป็นต้องทำคือต้องมีการสร้างกรอบการกำกับความพร้อมในการรับมือภัยคุกคามไซเบอร์ (Resilient Cybersecurity Framework) ให้มีความสามารถในการเตรียมตัว และตอบสนองต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์ รวมถึงการกู้คืนระบบให้กลับมาดำเนินการได้ตามปกติ
พบกับโซลูชันการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ขั้นสูง– ที่ปกป้องตั้งแต่ Endpoint Security ครอบคลุม EDR จนถึง MDR

Mr. Kasetr Mahathanakiet, Regional Channel Manager ประเทศไทยและอินโดจีน ของ Bitdefender เน้นถึงประโยชน์ของบริการรักษาความปลอดภัยเชิงรุก การทดสอบการเจาะระบบ (Penetration Tests) และแพลตฟอร์มข่าวกรองภัยคุกคาม (Threat Intelligence Platforms) พร้อมทั้งให้ละเอียดว่าบริการเหล่านี้สามารถช่วยระบุช่องโหว่ก่อนที่ผู้โจมตีจะโจมตีได้อย่างไร ทำให้องค์กรสามารถมีกลยุทธ์การป้องกันในเชิงรุก
การเสวนาครั้งนี้มีอีกหนึ่งในไฮไลท์คือการนำเสนอ Bitdefender GravityZone ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการรักษาความมั่นคงปลอดภัยและการวิเคราะห์ความเสี่ยงแบบรวมศูนย์ (Unified Security and Risk Analytics Platform) โดยว่าที่ร้อยโทภาวุต โลขัน วิศวกรที่ปรึกษาของ Bitdefender นำเสนอการสาธิตวิธีการที่ GravityZone ขยายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยอุปกรณ์ปลายทางให้ครอบคลุมถึง EDR (Endpoint Detection and Response : การตรวจจับปลายทางและการตอบสนอง), XDR (Extended Detection and Response : การตรวจจับและการตอบสนองแบบขยาย), MDR (Managed Detection and Response : การตรวจจับและการตอบสนองที่มีการจัดการ) และมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงอื่น ๆ แนวทางที่ครอบคลุมอย่างสมบูรณ์นี้ทำให้มั่นใจได้ว่าองค์กรจะสามารถตรวจจับและตอบสนองต่อภัยคุกคามได้ทั่วทั้งโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดได้
ผู้เข้าร่วมงานยังได้รับชมการสาธิตการตามล่าภัยคุกคามทางไซเบอร์โดย คุณฟ้าธานี อิ่มสิน สถาปนิกโซลูชันของ Bitdefender นำเสนอเทคนิคการตรวจจับและตอบสนองภัยคุกคามแบบเรียลไทม์
การอภิปรายเกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์

ปิดท้ายรายการด้วยการอภิปรายแลกเปลี่ยนเรื่องความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ที่กระตุ้นความคิดเกี่ยวกับการสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงปลอดภัยของชาติและความเป็นส่วนตัว ดำเนินรายการโดย พลอากาศตรี อมร ชมเชย ดร.ปริญญา หอมเอนก และ ดร.กำพล ศรธนะรัตน์ โดยมีคุณ นรินทร์ฤทธิ์ เปรมอภิวัฒโนกุล เป็นผู้ดำเนินการอภิปราย สำหรับการอภิปรายเจาะลึกถึงบทบาทของภาครัฐและภาคเอกชนในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ในขณะเดียวกันต้องเคารพสิทธิความเป็นส่วนตัวของแต่ละบุคคลไปพร้อมกันด้วย
Bitdefender Endpoint Protection Platform ด้วย EDR ที่สามารถขยายครอบคลุม XDR, MDR, CSPM+, และอื่นๆ
โซลูชันของ Bitdefender ซึ่งจัดแสดงตลอดทั้งงานนี้ ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างเต็มรูปแบบ แพลตฟอร์ม GravityZone นำเสนอระบบการป้องกันอุปกรณ์ปลายทางที่แข็งแกร่ง ปรับปรุงโดย EDR และขยายเป็น XDR เพื่อการตรวจจับและตอบสนองภัยคุกคามที่ครอบคลุมสมบูรณ์ พร้อมทั้งมีบริการ MDR ที่มีการจัดการโดยผู้เชี่ยวชาญในการดำเนินการด้านความมั่นคงปลอดภัย ช่วยปลดปล่อยองค์กรต่าง ๆ ให้มุ่งเน้นไปที่ธุรกิจหลักของตนได้
นอกจากนี้ โซลูชัน CSPM+ (Cloud Security Posture Management) ของ Bitdefender ยังช่วยรักษาความมั่นคงปลอดภัยให้แก่สภาพแวดล้อมคลาวด์ ทำให้มั่นใจได้ถึงการปฏิบัติตามข้อกำหนดและการป้องกันภัยคุกคามเฉพาะบนคลาวด์ บริการข่าวกรองภัยคุกคาม (Threat Intelligence Services) นำเสนอข้อมูลเชิงลึกที่นำไปปฏิบัติได้เกี่ยวกับภัยคุกคามที่เกิดขึ้นใหม่ พร้อมทั้งมีระบบการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสำหรับคอนเทนเนอร์ (Security for Containers) ช่วยให้มั่นใจได้ว่าแอปพลิเคชันในคอนเทนเนอร์จะปลอดภัยตั้งแต่ขั้นการพัฒนาไปจนถึงขั้นการใช้งาน
เวทีกลางสำหรับการสร้างเครือข่ายและการทำงานร่วมกัน
Bitdefender Cybersecurity Forum จัดเวทีเสวนาที่โดดเด่นสำหรับมืออาชีพในการสร้างเครือข่าย แบ่งปันความรู้ และทำงานร่วมกันในการปรับปรุงกลยุทธ์ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ กิจกรรมจบลงด้วยการช่วงถามตอบ การจับรางวัล และการรับประทานอาหารค่ำ ซึ่งผู้เข้าร่วมสามารถอภิปรายข้อมูลเชิงลึกของวันนั้นในบรรยากาศที่เป็นกันเองมากขึ้น
ในขณะที่ภัยคุกคามทางไซเบอร์ยังคงพัฒนาต่อไป กิจกรรม เช่น Bitdefender Cybersecurity Forum จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการส่งเสริมความร่วมมือและนวัตกรรมในสาขานี้ ด้วยการนำผู้เชี่ยวชาญและผู้นำของ Bitdefender และ สกมช. มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้ร่วมกัน จะช่วยปูทางไปสู่อนาคตดิจิทัลที่มีความมั่นคงปลอดภัยยิ่งขึ้นแก่ประเทศไทย
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชั่นรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่ครอบคลุมของ Bitdefender โปรดเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ https://www.bitdefender.com/business/
เกี่ยวกับ Bitdefender:
Bitdefender เป็นผู้นำด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ที่นำเสนอโซลูชันที่ดีที่สุด (best-in-class) ในการป้องกัน การตรวจจับ และการตอบสนองต่อภัยคุกคามที่ใช้กันทั่วโลก ปกป้องสภาพแวดล้อมให้แก่ผู้บริโภคนับล้าน รวมทั้งองค์กร และหน่วยงานภาครัฐจำนวนมาก Bitdefender เป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุดในอุตสาหกรรมการกำจัดภัยคุกคาม ปกป้องความเป็นส่วนตัว อัตลักษณ์ตัวตนดิจิทัล (Digital Identity) และข้อมูลดิจิทัล และทำให้
องค์กรต่างๆ มีความสามารถในการเตรียมความพร้อมรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ (Cyber Resilience) ด้วยการลงทุนอย่างหนักในการวิจัยและพัฒนา ทำให้ Bitdefender Labs สามารถค้นพบภัยคุกคามใหม่ๆ หลายร้อยรายการได้ในทุกๆ นาที และทำการตรวจสอบค้นหาภัยคุกคามนับพันล้านรายการได้เป็นประจำทุกๆ วัน บริษัทได้บุกเบิกนวัตกรรมที่ก้าวล้ำในด้านการป้องกันมัลแวร์ ความมั่นคงปลอดภัยของอุปกรณ์ IoT การวิเคราะห์พฤติกรรม และปัญญาประดิษฐ์ โดยเทคโนโลยีของบริษัทได้รับอนุญาต (Licensed by) จากแบรนด์เทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในโลกมากกว่า 180 แบรนด์ Bitdefender ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2544 มีลูกค้าในมากกว่า 170 ประเทศและมีสำนักงานทั่วโลก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ https://www.bitdefender.com
Trusted. Always.
เกี่ยวกับ สกมช. : สำนักงานความมั่นคงทางไซเบอร์แห่งชาติ (NCSA) ประเทศไทย มุ่งมั่นที่จะเพิ่มความพร้อมในการรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ (Cybersecurity Resilience) ของประเทศผ่านการพัฒนานโยบาย โครงการริเริ่มเชิงกลยุทธ์ และความร่วมมือกับพันธมิตรระหว่างประเทศ

