การโพสต์รูปภาพ หรือแชร์เรื่องราวต่างๆ ลงโซเชียลมีเดีย เพื่อให้คนอื่นได้รับรู้นั้น เป็นสิ่งที่หลายคนคุ้นเคยกันดี รวมถึงการโพสต์รูปสลิปโอนเงินลงโซเชียลมีเดีย อาจดูเป็นเรื่องปกติสำหรับบางคน แต่รู้หรือไม่ว่า การโพสต์สลิปโอนเงินอาจเป็นอันตรายกว่าที่คุณคิด
เกี่ยวกับสลิปโอนเงิน
สลิปโอนเงิน คือ เอกสาร หรือรายงานที่แสดงเกี่ยวกับการทำธุรกรรมโอนเงินจากบัญชีหนึ่งไปยังอีกบัญชีหนึ่ง จัดเป็นหลักฐานการทำธุรกรรมทางการเงินที่มีความสำคัญอย่างมาก เพราะสามารถป้องกันการเกิดข้อพิพาทในภายหลัง หรือไว้ใช้ตรวจสอบ และอ้างอิงรายการโอนเงินได้
ตัวอย่างข้อมูลที่มีในสลิปโอนเงิน
- ชื่อและเลขที่บัญชีของผู้โอนและผู้รับโอน
- จำนวนเงินที่โอน
- วันที่และเวลาที่ทำรายการโอนเงิน
- รหัสอ้างอิงการทำธุรกรรม (Transaction reference number)
- ค่าธรรมเนียมการโอน (หากมี)
- ลายน้ำของธนาคาร เพื่อป้องกันการปลอมแปลง
- ลายมือชื่อหรือตราประทับของธนาคาร (กรณีโอนผ่านเคาน์เตอร์)
ทำไมไม่ควรโพสต์สลิปโอนเงิน
เนื่องจากสลิปโอนเงินมีข้อมูลทางการเงินของคุณอยู่ ไม่ว่าจะเป็น เลขที่บัญชี ชื่อ-นามสกุล ซึ่งมิจฉาชีพสามารถนำไปใช้ทำธุรกรรมฉ้อโกง หรือแฮ็กข้อมูลส่วนตัวได้ รวมถึงบันทึกภาพสลิปโอนเงินของคุณไปทำธุรกิจผิดกฎหมายต่าง ๆ เช่น นำไปฟอกเงิน หลอกขายสินค้า หรือบริการ เป็นต้น
อันตรายจากการโพสต์สลิปโอนเงิน มีอะไรบ้าง

ก่อนจะโพสต์รูปสลิป ควรรู้ก่อนว่าหากโพสต์ไปแล้วอาจจะเกิดความไม่ปลอดภัยในด้านใดบ้าง เพื่อหลีกเลี่ยงและระมัดระวังในการโพสต์รูปสลิปมากขึ้น
- ข้อมูลส่วนตัวรั่วไหล
เนื่องจากในสลิปโอนเงิน มีข้อมูลส่วนตัวที่อยู่ในสลิปด้วย ถือเป็นข้อมูลที่ระบุตัวตน และยังเป็นข้อมูลที่เปิดเผยข้อมูลทางการเงินด้วย ทำให้เสี่ยงที่จะโดนมิจฉาชีพใช้ข้อมูลส่วนตัว หรือเอาข้อมูลส่วนตัวเหล่านี้ไปแอบอ้าง เพื่อทำการหลอกลวง ฉ้อโกงผู้อื่นได้
ตัวอย่างวิธีที่มิจฉาชีพใช้ข้อมูลส่วนตัว
- หลอกลวงทางออนไลน์ มิจฉาชีพอาจส่งอีเมล หรือข้อความปลอม โดยแสดงตัวเป็นธนาคาร หรือบริษัทที่น่าเชื่อถือ แล้วหลอกให้คุณเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว หรือโอนเงินได้
- แฮ็กบัญชีธนาคาร มิจฉาชีพสามารถใช้ข้อมูลส่วนตัวของคุณ เช่น เลขที่บัญชี รหัสผ่าน ชื่อ-นามสกุล วันเกิด เพื่อเข้าถึงบัญชีธนาคารของคุณและโอนเงินออก
- สร้างบัตรเครดิตปลอม มิจฉาชีพสามารถใช้ข้อมูลส่วนตัวของคุณ เช่น ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ เลขประจำตัวประชาชน เพื่อสร้างบัตรเครดิตปลอม และใช้จ่ายสินค้า หรือบริการได้
2 ทำให้เสียชื่อเสียง
มิจฉาชีพสามารถใช้ข้อมูลส่วนตัวต่างๆ ที่อยู่บนสลิปโอนเงิน เอาไปสร้างเรื่องราวเสียหายได้โดยที่คุณไม่รู้ตัว กว่าจะรู้ตัว คุณก็อาจกลายเป็นคนที่โดนกล่าวหาว่าทำการฉ้อโกง และหลอกลวงคนอื่นแล้ว และอาจจะโดนเอาข้อมูลไปขายในดาร์กเว็บเพื่อให้บุคคลอื่นนำไปใช้ในทางที่มิชอบได้
- เสียความเป็นส่วนตัว
การโพสต์รูปสลิปโอนเงิน ก็เหมือนทำให้คนอื่นได้เห็นความเคลื่อนไหวทางการเงินได้ โดยเฉพาะมิจฉาชีพ ที่สามารถใช้สลิปโอนเงินเพื่อติดตามความเคลื่อนไหวในบัญชีหรือธุรกรรมทางการเงินของคุณได้
วิธีป้องกันข้อมูลส่วนตัวด้านการเงิน
ไม่ควรเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวกับบุคคลที่ไม่รู้จัก หรือ เว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ รวมถึงตั้งรหัสผ่านที่คาดเดายาก ซับซ้อน สำหรับทุกบัญชีทางการเงิน พร้อมกับอัปเดตซอฟต์แวร์อยู่เสมอ เพื่อปิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัย รวมถึงตรวจสอบข้อมูลบนสลิปโอนเงิน ควรรู้วิธีเช็คสลิปปลอมเอาไว้เผื่อต้องทำธุรกรรมทางการเงินกับคนอื่นๆ ด้วย
สำหรับใครที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มป้องกันข้อมูลส่วนตัวด้านการเงินของตัวเองอย่างไร เรามีวิธีป้องกันข้อมูลส่วนตัวง่าย ๆ มาฝาก สามารถนำไปปรับใช้ได้เลย
- เก็บข้อมูลส่วนตัวไว้เป็นความลับ อย่าเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว เช่น เลขที่บัญชี รหัสผ่าน วันเกิด ให้กับใครก็ตามที่คุณไม่ไว้ใจ และไม่โพสต์ข้อมูลเหล่านี้ รวมถึงข้อมูลส่วนตัวทางการเงินอย่าง สลิปโอนเงิน บัตรเครดิต ใบแจ้งยอดบัญชี ลงบนโซเชียลมีเดียเด็ดขาด
- ตรวจสอบบัญชีธนาคารของคุณเป็นประจำ ตรวจสอบบัญชีธนาคารของคุณเป็นประจำเพื่อดูว่ามีธุรกรรมผิดปกติหรือไม่ หากพบธุรกรรมผิดปกติจะต้องแจ้งธนาคาร หรือบริษัทบัตรเครดิตทันที
- ใช้รหัสผ่านที่คาดเดายาก ใช้รหัสผ่านที่คาดเดายากสำหรับอุปกรณ์เทคโนโลยีและบัญชีออนไลน์ของคุณ อาจประกอบไปด้วย ตัวอักษร ตัวเลข และสัญลักษณ์ต่าง ๆ ก็ได้ และหลีกเลี่ยงการใช้รหัสผ่านที่เดาได้ง่าย เช่น วันเกิด ชื่อสัตว์เลี้ยง หรือเบอร์โทรศัพท์
- ระวังการคลิกลิงก์ หรือไฟล์แนบที่น่าสงสัย ไฟล์เหล่านี้อาจมีมัลแวร์ที่สามารถขโมยข้อมูลส่วนตัวของคุณจากคอมพิวเตอร์ หรือสมาร์ตโฟนได้
สรุปบทความ
การโพสต์สลิปโอนเงินโดยที่ไม่มีการเซนเซอร์หรือปิดบัง ข้อมูลส่วนตัว เสี่ยงอันตรายที่จะถูกนำข้อมูลไปแอบอ้าง อย่างมาก ข้อมูลส่วนตัวด้านการเงินเปรียบเสมือนกุญแจสู่เงินของคุณ การปกป้องข้อมูลส่วนตัว จะช่วยให้คุณปลอดภัยจากภัยคุกคามทางการเงินออนไลน์ได้ และหากต้องส่งสลิปโอนเงินให้ใคร ควรส่งให้แบบส่วนตัวที่เห็นกันแค่สองคน เพื่อป้องกันมิจฉาชีพ


