เครื่องซักผ้าถือเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าสำคัญภายในบ้านที่ช่วยให้การซักผ้าเป็นเรื่องง่ายและประหยัดเวลามากขึ้น การเลือกใช้เครื่องซักผ้าให้เหมาะสมกับการใช้งานไม่เพียงแต่จะช่วยให้เสื้อผ้าสะอาดเท่านั้น แต่ยังช่วยประหยัดพลังงานมากขึ้นด้วย บทความนี้จะมาแนะนำวิธีการเลือกซื้อเครื่องซักผ้าว่ามีข้อควรพิจารณาอะไรบ้าง เพื่อให้คุณได้เครื่องซักผ้าที่ตอบโจทย์การใช้งานและงบประมาณที่มี
1. เลือกประเภทเครื่องซักผ้าให้เหมาะกับการใช้งาน
สิ่งแรกที่ต้องพิจารณาในการเลือกซื้อเครื่องซักผ้าคือการเลือกประเภทเครื่องซักผ้าให้เหมาะกับการใช้งาน ซึ่งเครื่องซักผ้าในปัจจุบันมีอยู่ด้วยกัน 3 ประเภทหลัก ได้แก่ เครื่องซักผ้าฝาหน้า, เครื่องซักผ้าฝาบน และ เครื่องซักผ้า 2 ถัง แต่ละประเภทมีจุดเด่นและความเหมาะสมในการใช้งานแตกต่างกัน รายละเอียดดังนี้
เครื่องซักผ้าฝาหน้า (Front-Load Washing Machine)
เครื่องซักผ้าฝาหน้า เป็นเครื่องซักผ้าที่ออกแบบให้มีบานประตูเปิด-ปิดบริเวณด้านหน้าตัวเครื่อง มีขนาดให้เลือกตั้งแต่ 7-13 กิโลกรัม จุดเด่นคือประสิทธิภาพการซักที่สะอาดและใช้น้ำน้อยกว่าเครื่องซักผ้าฝาบน สามารถขจัดคราบฝังลึกได้ดี มีฟังก์ชันและโปรแกรมการซักที่หลากหลาย มีแรงปั่นที่สูง แต่มีการหมุนที่นุ่มนวล ทำให้ผ้าสะอาดและช่วยถนอมผ้าได้ดี นอกจากนี้ยังทำงานเงียบและมีแรงสั่นสะเทือนขณะซักที่น้อยกว่า เครื่องซักผ้าประเภทนี้จึงเหมาะสำหรับการซักผ้าที่เน้นเรื่องความประหยัดและการถนอมผ้า
เครื่องซักผ้าฝาบน (Top-Load Washing Machine)
เครื่องซักผ้าฝาบน เป็นเครื่องซักผ้าที่ออกแบบให้มีฝาเปิด-ปิดอยู่บริเวณด้านบนของตัวเครื่อง มีขนาดให้เลือกตั้งแต่ 7-15 กิโลกรัม จุดเด่นคือมีขนาดตัวเครื่องที่เล็กแต่สามารถรับน้ำหนักผ้าได้มาก ให้ประสิทธิภาพการซักที่ดี สามารถเพิ่มหรือลดจำนวนผ้าในขณะซักได้ และมีราคาถูกกว่าเครื่องซักผ้าฝาหน้า นอกจากนี้ เครื่องซักผ้าฝาบนยังใช้งานง่ายและใช้พื้นที่ติดตั้งน้อย เหมาะสำหรับห้องที่มีพื้นที่จำกัดหรือใช้งานในคอนโด
เครื่องซักผ้า 2 ถัง (Twin Tub Washing Machine)
เครื่องซักผ้า 2 ถัง เป็นเครื่องซักผ้าที่มีถังซักและถังปั่นแห้งแยกออกจากกัน จุดเด่นคือมีราคาถูกกว่าเครื่องซักผ้าประเภทอื่นเนื่องจากเป็นระบบการทำงานแบบกึ่งอัตโนมัติที่ผู้ซักต้องตั้งโปรแกรมการซักเอง เมื่อซักเสร็จต้องย้ายผ้าจากถังซักมาถังปั่นแห้งเอง อีกหนึ่งจุดเด่นคือระบบการทำงานที่ไม่ซับซ้อนและความทนทาน จึงเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับคนที่มีงบประมาณไม่เยอะแต่ต้องการเครื่องซักผ้าที่ไว้ใจได้
2. เลือกซื้อเครื่องซักผ้าให้เหมาะกับพื้นที่ติดตั้ง
พื้นที่ติดตั้งเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาไม่แพ้ฟังก์ชันการทำงานของเครื่องซักผ้า ก่อนอื่นควรวัดขนาดพื้นที่ติดตั้งอย่างละเอียด อย่าลืมเผื่อพื้นที่รอบข้างอีกเล็กน้อยสำหรับการระบายอากาศและการเข้าถึงท่อระบายน้ำอย่างสะดวกเพื่อการทำความสะอาดและบำรุงรักษา จากนั้นจึงค่อยทำการเลือกขนาดเครื่องซักผ้าให้เหมาะสมกับพื้นที่ที่มี
หากพื้นที่ติดตั้งมีขนาดไม่เยอะมาก การเลือกใช้เครื่องซักผ้าขนาดเล็กหรือเครื่องซักผ้าฝาบนอาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่าเพราะไม่ต้องใช้พื้นที่ด้านหน้าในการเปิด-ปิดฝาเครื่อง แต่ถ้าพื้นที่ติดตั้งมีขนาดใหญ่ก็สามารถเลือกใช้เครื่องซักผ้าฝาหน้าหรือเครื่องซักผ้าที่มีขนาดใหญ่ได้เท่าที่ต้องการ
3. เลือกขนาดเครื่องซักผ้าให้เหมาะสมกับปริมาณผ้าและจำนวนสมาชิกในครอบครัว
ขนาดของเครื่องซักผ้าจะกำหนดไว้เป็นหน่วยกิโลกรัม ซึ่งตัวเลขที่ระบุบนเครื่องซักผ้า เช่น เครื่องซักผ้าฝาบน 10 กิโลกรัม, เครื่องซักผ้าฝาหน้า 15 กิโลกรัม หมายความว่าเครื่องซักผ้านั้น ๆ รับน้ำหนักผ้าแห้งได้ตามตัวเลขที่ระบุไว้ ยิ่งตัวเลขมากก็หมายถึงการรับน้ำหนักผ้าต่อการซัก 1 ถังที่มากขึ้น โดยการเลือกซื้อเครื่องซักผ้านั้นควรเลือกขนาดที่เหมาะสมกับปริมาณผ้าที่ซักและจำนวนสมาชิกในครอบครัว อ้างอิงได้ดังนี้
- เครื่องซักผ้าขนาด 7 กิโลกรัม ใส่ผ้าแห้งได้ประมาณ 25 ชิ้น เหมาะสำหรับการใช้งาน 1-2 คน
- เครื่องซักผ้าขนาด 9 กิโลกรัม ใส่ผ้าแห้งได้ประมาณ 25-35 ชิ้น เหมาะสำหรับการใช้งานในครอบครัวที่มีสมาชิก 2-3 คน
- เครื่องซักผ้าขนาด 12 กิโลกรัม ใส่ผ้าแห้งได้ประมาณ 30-45 ชิ้น เหมาะสำหรับการใช้งานในครอบครัวที่มีสมาชิก 3-4 คน
- เครื่องซักผ้าขนาด 15 กิโลกรัม ใส่ผ้าแห้งได้ประมาณ 40-50 ชิ้น เหมาะสำหรับการใช้งานในครอบครัวที่มีสมาชิก 4-5 คน
ทั้งนี้ ปริมาณผ้าแห้งที่แสดงข้างต้นเป็นเพียงแค่การประมาณคร่าว ๆ ในการซักจริงต้องพิจารณาถึงน้ำหนักผ้าและประเภทผ้าแต่ละชิ้นประกอบด้วย และควรกะปริมาณผ้าที่จะซักแต่ละครั้งไม่ให้เกินน้ำหนักที่เครื่องซักผ้าระบุไว้เพื่อประสิทธิภาพการซักที่ดีที่สุดและป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดกับตัวเครื่องซักผ้า
4. เลือกแบรนด์เครื่องซักผ้าที่น่าเชื่อถือ

อีกหนึ่งปัจจัยที่ควรพิจารณาคือการเลือกแบรนด์เครื่องซักผ้าที่น่าเชื่อถือ ซึ่งจะเป็นการการันตีถึงคุณภาพของตัวผลิตภัณฑ์และการใช้งานที่มีประสิทธิภาพ รวมไปถึงการรับประกันและบริการหลังการขายที่มีมาตรฐาน Beko ถือเป็นแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่มีชื่อเสียงด้านนวัตกรรมเครื่องซักผ้า โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีการซักที่ล้ำสมัยและประหยัดพลังงานจนได้รับการยอมรับจากผู้ใช้งานจำนวนมากทั่วโลก ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยให้การซักผ้ามีความสะดวกสบาย สะอาด ประหยัดทั้งเวลาและพลังงาน พร้อมด้วยตัวเลือกเครื่องซักผ้าที่หลากหลาย ตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างครบถ้วน
เลือกซื้อเครื่องซักผ้าที่ใช่ ตอบโจทย์ทั้งคุณภาพและช่วยประหยัดเวลาได้มากขึ้น
การเลือกซื้อเครื่องซักผ้ามาใช้งานสักเครื่อง มีปัจจัยหลายอย่างที่ต้องพิจารณา ไม่ว่าจะเป็นประเภท, ขนาด, พื้นที่ติดตั้ง ไปจนถึงฟังก์ชันการทำงาน ผู้ซื้อควรเลือกเครื่องซักผ้าที่ตอบโจทย์ความต้องการและเหมาะสมกับการใช้งานของคนในครอบครัวมากที่สุด เพื่อให้การซักผ้ามีประสิทธิภาพสูงสุด สะดวกสบาย และประหยัดเวลามากขึ้น นอกจากนี้ การเลือกเครื่องซักผ้าที่เหมาะสมกับการใช้งานยังช่วยในเรื่องของการประหยัดพลังงาน ซึ่งจะช่วยประหยัดเงินในระยะยาวได้อีกทางหนึ่ง

