โรคซึมเศร้า
ปัจจุบัน ปฏิเสธได้ยากเลยว่าปัญหาสุขภาพจิตเป็นเรื่องใกล้ตัวขึ้นทุกที ตัวอย่างเช่น โรคซึมเศร้าที่หลายคนเผชิญ เนื่องด้วยสถานการณ์ที่ต้องเผชิญหน้ากับความเครียด ถูกกดดัน หรือมีเหตุการณ์ต่าง ๆ เข้ามากระทบกระเทือนจิตใจ
ดังนั้น การเข้าใจว่าโรคซึมเศร้าเป็นอย่างไร เกิดจากสาเหตุใด มีอาการอย่างไรบ้าง ไปจนถึงการทราบวิธีการป้องกัน จึงกลายเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับทุกคน เพราะหากว่าเราป่วยเป็นโรคนี้จริง จะได้สามารถหาทางรักษาได้ทันเวลา และไม่ปล่อยให้โรคนี้กัดกินสุขภาพกายและสุขภาพใจจนย่ำแย่และยากเกินจะแก้ไข
อาการโรคซึมเศร้าที่เราควรทำความเข้าใจ
โรคซึมเศร้า (Depressive disorder) คือ ความผิดปกติของสารเคมีที่อยู่ในสมอง ได้แก่ เซโรโทนิน นอร์อิพิเนฟริน และโดปามีน ทำให้ความสามารถในการควบคุมอารมณ์ ความรู้สึก และการทำงานของร่างกายเปลี่ยนไป ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าจึงแสดงอาการที่พบได้บ่อย ๆ หลายอาการ ตัวอย่างเช่น
- ไม่อยากทำอะไร ไม่สนุกกับกิจกรรมที่เคยทำได้ดีในชีวิต หรือแม้กระทั่งงานอดิเรกที่เคยชื่นชอบ
- รู้สึกเศร้า สิ้นหวัง ว่างเปล่า ไร้ค่า หรือไร้จุดหมายในชีวิต
- โกรธ หงุดหงิด หรือไม่พอใจในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ
- เกิดความประหม่า สับสน หรือวิตกกังวลเกี่ยวกับเรื่องรอบตัวมากจนเกินไป
- คิดช้า ขาดสมาธิ หรือมีปัญหาเรื่องการจดจำ
- มีปัญหาด้านการนอนหลับ อาจจะนอนหลับมากเกินไปหรือนอนน้อยเกินไปก็ได้
- น้ำหนักลดหรือน้ำหนักเพิ่ม เนื่องจากมีพฤติกรรมในการกินที่เปลี่ยนแปลงไป
ในบางรายที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าขั้นรุนแรง อาจเลวร้ายไปถึงการทำร้ายตัวเอง หรือการคิดฆ่าตัวตาย เนื่องด้วยเกิดความรู้สึกว่าตนเองไม่มีคุณค่า หรือไม่สามารถจัดการกับปัญหาในชีวิตของตัวเองได้
หากสงสัยว่ามีอาการโรคซึมเศร้าหรือมีปัญหาสุขภาพใจคุยกับจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาคลินิกที่แอป BeDee ได้ทุกวัน สะดวก เป็นส่วนตัว
สาเหตุของโรคซึมเศร้าเป็นเพราะอะไรได้บ้าง
การเกิดโรคซึมเศร้าสาเหตุอาจมาจากหลายปัจจัย ทั้งจากปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก ซึ่งบางครั้งเราไม่สามารถควบคุมได้ สาเหตุหลัก ๆ มีดังนี้
- พันธุกรรม หากคุณเคยมีญาติพี่น้องหรือคนในครอบครัวเคยป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามาก่อน ก็มีโอกาสที่คุณจะป่วยเป็นโรคนี้ได้มากกว่าคนทั่วไปถึง 20% เนื่องด้วยโรคดังกล่าวสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้
- สิ่งแวดล้อม การเติบโตมาในครอบครัวที่ขาดความอบอุ่น หรือถูกทำร้ายร่างกายมาตั้งแต่เด็ก ๆ มีส่วนในการส่งเสริมให้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าได้เช่นกัน
- ผลข้างเคียงจากยาบางประเภท การใช้ยาบางประเภทเพื่อรักษาโรคหรืออาการต่าง ๆ อาจสร้างผลข้างเคียงให้เกิดโรคซึมเศร้าได้ เช่น ยารักษาสิวกลุ่มอนุพันธ์ุวิตามินเอ ยาสเตียรอยด์ ยาควบคุมการเต้นของหัวใจ
แยกให้ออก “โรคซึมเศร้า” หรือ “ภาวะซึมเศร้า”
คำว่า “โรคซึมเศร้า” และ “ภาวะซึมเศร้า” อาจดูคล้ายกัน แต่กลับมีความหมายและต้องการการดูแลที่แตกต่างกัน ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ควรจะต้องแยกให้ออกว่า อาการที่เป็นอยู่คือ “ภาวะซึมเศร้า” หรือ “โรคซึมเศร้า” กันแน่
เพราะภาวะซึมเศร้าเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถเป็นได้ อาการของภาวะซึมเศร้ามักจะเกิดขึ้นไม่นานและสามารถหายไปได้เอง หากมีการรับมือกับภาวะดังกล่าวอย่างถูกวิธี เช่น มีคนคอยให้คำปรึกษา ให้กำลังใจ หรือได้มีเวลาผ่อนคลายด้วยกิจกรรมที่ตัวเองชื่นชอบ ก็ช่วยให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้อีกครั้ง
ในขณะที่ การเป็นโรคซึมเศร้า คือ ความรู้สึกที่ไม่สามารถหลุดจากอารมณ์เศร้าได้เลย ไม่ว่าจะทำวิธีใด ๆ เช่น ไปเที่ยวผ่อนคลาย หรือได้รับการดูแลจากครอบครัวอย่างใกล้ชิด เป็นต้น อาการดังกล่าวก็ยังกลับมาเป็นซ้ำได้ ซึ่งเป็นเพราะการแก้ไขด้วยวิธีเหล่านี้ไม่สามารถแก้ปัญหาความผิดปกติของสารเคมีในสมองได้ ดังนั้น ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าจึงต้องได้รับการรักษาจากแพทย์เท่านั้น
โรคซึมเศร้ามีกี่ระดับ เป็นโรคซึมเศร้ารักษาอย่างไรให้หายขาด

โรคซึมเศร้า คือ
ปัจจุบันการรักษาโรคซึมเศร้าไม่ใช่เรื่องที่ยุ่งยากอีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นภาวะซึมเศร้าในเด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ หรือแม้กระทั่งในผู้สูงอายุ ก็สามารถรับมือกับอาการดังกล่าว และบำบัดรักษาให้อาการนี้ดีขึ้นได้
แต่ทั้งนี้ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าจำเป็นจะต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ก่อน รวมถึงการทำแบบประเมินทางจิตวิทยาเบื้องต้นเพื่อประเมินความรุนแรงของโรค เนื่องจากโรคซึมเศร้าสามารถแบ่งได้หลายระดับ ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นไปจนถึงระยะรุนแรง และแต่ละระดับจะใช้วิธีการในการรักษาไม่เหมือนกัน วิธีบําบัดโรคซึมเศร้าจึงต้องขึ้นอยู่กับอาการที่เป็น เช่น การใช้จิตบำบัดสำหรับผู้ป่วยระยะเริ่มต้น หรือการรักษาด้วยยาสำหรับผู้ป่วยระยะรุนแรง
การป้องกันโรคซึมเศร้าทำอย่างไรได้บ้าง
หากใครที่กำลังเป็นกังวลว่าตัวเองอาจจะมีโอกาสป่วยเป็นซึมเศร้า ก็จำเป็นต้องทราบถึงวิธีในการป้องกันไม่ให้โรคซึมเศร้าเกิดขึ้นกับตัวเรา ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี เช่น
- การไม่เอาตัวเองเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ที่หดหู่บ่อย ๆ
- การหลีกเลี่ยงสารเสพติด
- การงดเว้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือบุหรี่
- การฝึกเป็นคนคิดบวก หรือมองโลกในแง่ดี
- การผ่อนคลายความเครียดด้วยกิจกรรมที่ตัวเองชื่นชอบ
แนวทางเหล่านี้คือทางเลือกที่ดีที่จะช่วยป้องกันโรคซึมเศร้าได้ทั้งสิ้น การใส่ใจความรู้สึกและอารมณ์ของตัวเองอยู่เสมอ จะเป็นเกราะป้องกันไม่ให้ความเสี่ยงของโรคนี้ทำร้ายหรือทำอันตรายตัวเราได้
สรุปความเข้าใจในโรคซึมเศร้าที่ทุกคนควรรู้
การรักษาโรคซึมเศร้าด้วยตัวเองเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก แต่สามารถเริ่มต้นได้ด้วยการตรวจประเมิน และพยายามรักษาที่ต้นเหตุของการเกิดโรค เช่น การเข้ารับการปรึกษาและรักษากับจิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาย มีการทานยารักษาโรคซึมเศร้าเพื่อปรับสมดุลของสารเคมีในสมอง เป็นต้น
แต่ถึงแม้ว่าเราจะยังไม่เป็นโรคซึมเศร้า เราก็สามารถพบจิตแพทย์เพื่อปรึกษาปัญหาชีวิต จัดการความเครียด หรือเรียนรู้วิธีป้องกันโรคนี้ได้เช่นกัน ซึ่งปัจจุบันสามารถปรึกษาจิตแพทย์และนักจิตวิทยาคลินิกได้ง่ายผ่านทางออนไลน์ เป็นส่วนตัวสูง เช่น การใช้แอปพลิเคชัน BeDee ไม่ว่าจะมีอาการไม่สบายใจ เครียด นอนไม่หลับ หยุดคิดไม่ได้ วิตกกังวล หรือแม้แต่โรคซึมเศร้า สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญได้ทุกวัน หรือทำแบบประเมินความเครียดเบื้องต้นกับพยาบาล ไม่มีค่าใช้จ่าย คลิก https://bit.ly/4btcZSY

