โครงการรายการสารคดี “หมอยา” บันทึกสุดท้ายโลกไม่ลืม

6.09.24 | 13:59 น.

พืชสมุนไพรถูกหยิบยกมาพูดถึงมากขึ้นนับตั้งแต่มีการระบาดของโรคโควิด 19 โดยเฉพาะสมุนไพรไทยอย่างฟ้าทะลายโจร ทำให้คุณวีระพรรณ ถาวร โปรดิวเซอร์รายการโทรทัศน์ มีแนวคิดอยากผลิตสื่อที่เกี่ยวกับการเสริมสร้างสุขภาพให้ร่างกายแข็งแรงต่อสู้กับโรคภัยต่าง ๆ ได้ ประกอบกับประเทศไทยมีองค์ความรู้ด้านสมุนไพรจากภูมิปัญญาพื้นบ้านดั้งเดิม โดยมีปราชญ์ชาวบ้านหรือที่เรียกกันว่า “หมอยา” เป็นผู้คิดค้นและสืบทอดภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น จึงคิดว่าหากมีการนำองค์ความรู้มาเผยแพร่จะเป็นประโยชน์กับสังคมหมู่มาก

“เราเลยลงไปในพื้นที่เพื่อพูดคุยกับพวกท่านแล้วหาองค์ความรู้ต่าง ๆ มาต่อยอดว่ามันจะรักษาโรค ป้องกันร่างกายให้ต่อสู้กับโรคได้ด้วยวิธีไหนบ้าง ท่านก็แนะนำว่าสมุนไพรเคยรักษาโรคยาก ๆ มาแล้ว ในอดีตก็เคยมีมา เราเลยคิดว่าจะเอาองค์ความรู้เหล่านี้มาเผยแพร่และต่อยอด ประกอบกับได้พูดคุยกับหมอต้อม หรือเภสัชกรหญิง ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร ผู้บุกเบิกและพัฒนาวงการสมุนไพรไทย โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ตอนนั้นท่านวิจัยเรื่องของฟ้าทะลายโจร และคิดว่ามันสามารถทำได้ มีตัวยาบางตัวที่ได้จากสมุนไพรเป็นตัวเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายได้ เลยเป็นที่มาของรายการหมอยา บันทึกสุดท้ายโลกไม่ลืม”

โดยทีมงานได้ระดมสมองค้นหา “หมอยา” จากแหล่งต่าง ๆ เพื่อมาผลิตเป็นรายการสารคดี จำนวน 12 ตอน มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการบันทึกองค์ความรู้ และเผยแพร่องค์ความรู้เหล่านี้ให้กับผู้คนที่สนใจ เพราะมีชาวบ้านหลายคนที่เข้าถึงการรักษาค่อนข้างยาก แต่สิ่งหนึ่งที่เราสามารถทำได้คือให้องค์ความรู้ต่าง ๆ ไปเสริมสร้างให้เขาสามารถนำสมุนไพรมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น เราเลยต้องการบันทึกเรื่องราวของหมอยาและถ่ายทอดให้ผู้คนที่สนใจ

“ภูมิปัญญาเหล่านี้สามารถต่อยอดไปเป็นนวัตกรรม เสริมสร้างขยายโอกาสในการทำเป็นภาคธุรกิจได้ ทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้ เราก็เลยคิดว่านอกจากจะช่วยในการรักษาโรคแล้ว มันยังต่อยอดเป็นอาชีพได้ เช่น อาชีพการตอกเส้นย่ำขาง หรือการนวด ภูมิปัญญาเหล่านี้คงอยู่มาเป็นร้อยปีแล้ว เราสามารถต่อยอดไปเป็นอาชีพให้ชาวบ้านได้ด้วย”

Advertisement

ในระหว่างการถ่ายทำรายการ “หมอยา” บันทึกสุดท้ายโลกไม่ลืมนั้น คุณวีระพรรณเล่าว่ามีปัญหาและอุปสรรคค่อนข้างมาก โดยเฉพาะช่วงออกกองเป็นฤดูฝนไม่สามารถเก็บสมุนไพรบางชนิดได้ จึงจำเป็นต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าซึ่งเป็นเรื่องปกติของกระบวนการทำงาน แต่สิ่งที่นับว่าท้าทายทีมงานมากคือเรื่องที่อยู่นอกเหนือการควบคุม

“รายการในตอนที่ 2 เรื่อง หมอเมืองผู้สืบสานภูมิปัญญาการแพทย์ล้านนา ทีมงานได้ติดต่อพูดคุยกับพ่อหนานอินสม สิทธิตัน ปราชญ์ล้านนาเป็นระยะ แต่หนึ่งวันก่อนถึงวันนัดเรากำลังเดินทางไปพบท่านแล้ว ปรากฏว่าลูกศิษย์โทรมาบอกว่าท่านเสียชีวิตกะทันหัน เราก็ตกใจมากเพราะไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร และท่านเป็นเคสที่เราเลือกไว้แล้ว และอีกแค่วันเดียวเราจะถ่ายทำท่านแล้ว เราก็เลยประชุมกับทีมงานว่าต่อให้หมอยาจะเสียชีวิตไป แต่ว่าองค์ความรู้ของท่านยังอยู่กับลูกศิษย์ลูกหาต่าง ๆ ที่ท่านเคยสอน เราเลยตัดสินใจว่าจะขอถ่ายทำในงานศพท่าน แล้วก็หาลูกศิษย์ลูกหาที่มีองค์ความรู้ต่าง ๆ ที่แตกต่างกันในหลายแขนงมาเล่าเรื่องราวของท่าน ซึ่งมันก็มีความยากเพราะเราต้องไปหาลูกศิษย์ในงานศพ แล้วเราไม่รู้จักใครเลย ลูกศิษย์ของท่านเยอะมาก แต่ด้วยความที่เราเชื่อว่าท่านเองก็คงอยากให้เราถ่ายทอดในสิ่งที่ท่านวางไว้ เราก็เลยได้ไปคุยกับลูกศิษย์ของท่าน ก็ค่อนข้างครบในเรื่องของการเล่าเรื่อง ในการรักษาจากภูมิปัญญาของท่าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการตอกเส้น เราก็ไปเจอหมอตอกเส้น ย่ำขางเราก็ไปเจอหมอย่ำขาง เรื่องสมุนไพรเราก็ไปเจอลูกศิษย์ของท่านที่เป็นหมอสมุนไพร ก็เลยคิดว่าเป็นเคสที่ท้าทายทีมงานมาก”

สำหรับการทำโครงการนี้ คุณวีระพรรณบอกว่าได้รับคำแนะนำจากคณะทำงานติดตามและประเมินผลโครงการฯ เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเนื้อหาในรายการไม่ควรชี้ชัดว่ายาสมุนไพรดีกว่ายาแผนปัจจุบัน แต่ควรนำเสนออย่างสมดุลหรือสื่อให้เห็นว่าควรเป็นการรักษาร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นยาสมุนไพรหรือยาแผนปัจจุบันก็มีความจำเป็นทั้งสิ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ทีมงานประทับใจ

“ความสุขอีกอย่างหนึ่งของทีมงานคือการลงไปในพื้นที่ เราได้เจอชาวบ้าน เจอหมอยา เจอผู้ป่วยซึ่งมีทุกอาการ ตั้งแต่อาการไม่รุนแรง ปานกลาง ไปจนอาการสุดท้ายแล้ว ไม่มีทางเลือกแล้ว เราเห็นความทุกข์ของพวกเขาแล้วรู้สึกว่าเราทำรายการที่เป็นการต่อยอดในการรักษา เป็นทางเลือกให้กับผู้ป่วย มันเป็นอะไรที่มีความสุข ปลื้มใจ ทีมงานทุกคนมีความสุขในการได้ไปคุยกับพ่อหมอ เห็นถึงประสบการณ์ที่ท่านผ่านมาหลายสิบปี สามารถช่วยเหลือคนป่วยมานับไม่ถ้วน”

สำหรับโครงการรายการสารคดี “หมอยา” บันทึกสุดท้ายโลกไม่ลืม จากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ติดตามรับชมย้อนหลังได้ทาง Facebook Page และ Youtube : หมอยา บันทึกสุดท้ายโลกไม่ลืม https://www.facebook.com/thai.folkdoctor