รามาฯ เปิดหลักสูตร “บริจาคอวัยวะ” แห่งแรกใน Southeast Asia หวังสร้างแรงกระตุ้น – ส่งต่อความรู้บุคลากรทางการแพทย์

12.09.24 | 11:11 น.

ในปัจจุบันการปลูกถ่ายอวัยวะ นับเป็นวิธีการรักษาที่ช่วยต่อชีวิตให้ผู้ป่วยที่หมดหวังในการรักษาได้กลับมามีชีวิตใหม่ได้อีกครั้ง อย่างไรก็ตามวิธีการรักษาขั้นสุดท้ายอย่างการเปลี่ยนอวัยวะ หรือ “การปลูกถ่ายอวัยวะ” จำเป็นต้องได้มาจากการบริจาคเท่านั้น แต่ด้วยความเชื่อแบบเดิมๆ ที่ยังอาจจะมีหลงเหลืออยู่ ทำให้การบริจาคอวัยวะในประเทศไทย ไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร

นั่นเป็นเพราะคนจำนวนไม่น้อยยังคงมีความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง เช่น เชื่อว่าถ้าบริจาคอวัยวะไปแล้วอาจทำให้ชาติหน้ามีอวัยวะไม่ครบ แท้จริงแล้วในทางพระพุทธศาสนา การบริจาคอวัยวะนั้นถือเป็นบุญใหญ่ในชั้นพระโพธิสัตว์ เรื่องนี้ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต) เคยเทศนาธรรม โดยมีสาระสำคัญว่า การบริจาคอวัยวะเป็นบุญสูงใหญ่ ไม่มีข้อห้ามในพระพุทธศาสนาเกี่ยวกับเรื่อง “การบริจาศอวัยวะ” ที่สำคัญยังมีข้อสนับสนุนว่าการบริจาคอวัยวะนับเป็นการเสียสละเพื่อประโยชน์ของผู้อื่น ต้องการให้ผู้อื่นพ้นจากความทุกข์ และมีความสุข การบริจาคจึงเป็นหลักธรรมที่สำคัญของศาสนา เป็น “ทานบารมี” หรือการให้เพื่อประโยชน์แก่ผู้อื่นโดยเฉพาะในการบำเพ็ญบารมีของพระโพธิสัตว์ เป็นบุญซึ่งจัดว่าเป็นบุญอันยิ่งใหญ่ เพราะเป็นบุญที่ทำได้ยากต้องมีความเสียสสละจริงๆ

อย่างไรก็ตามการสละร่างกาย รวมทั้งอวัยวะแก่ผู้อื่น ยังคงเป็นความเชื่อที่ฝังแน่น คนจำนวนมากยังไม่กล้าบริจาค นอกจากการสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนทั่วไป การทำหน้าที่เชิงรุกของบุคลากรทางการแพทย์ในสถานพยาบาลจึงนับเป็นด่านหน้าที่สำคัญเนื่องจากอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยมากที่สุด

รศ.นท.ดร.นพ.สรยุทธ ชำนาญเวช รองหัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์ นวัตกรรมและการจัดการความรู้ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า สถิติจากศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย พบว่า มีผู้ได้รับการปลูกถ่ายเพียง 465 รายคิดเป็น 6.1% และมีผู้รอรับการปลูกถ่ายอวัยวะ 7,133 ราย คิดเป็น 93.9% ซึ่งหากดูสถิติจะพบว่า มีจำนวนผู้รอรับการปลูกถ่ายอวัยวะสูงมาก เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ยังมีความเชื่อที่ผิดพลาดคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการบริจาคอวัยวะอยู่ ด้วยเหตุนี้ ในฐานะที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นโรงเรียนแพทย์และมีความพร้อมจึงต้องการสร้างบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเชิงรุกในการบริหารจัดการการบริจาคอวัยวะนี้โดยเฉพาะ

“ที่มาของหลักสูตรนี้เริ่มต้นจาก ศ.ดร.พญ.อติพร อิงค์สาธิต ผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามาธิบดี ได้ให้โอกาสผมไปเข้าร่วมการอบรมหลักสูตรนี้ที่ มหาวิทยาลัยบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ซึ่งอยู่ภายใต้การสนับสนุนของโครงการ ODISSeA – Organ Donation Innovative Strategies for Southeast Asia โดย Donation & Transplantation Institute (DTI) และได้รับทุนสนับสนุนจาก the European Commission under the program “Erasmus+ Capacity Building in Higher Education”หลังสำเร็จการศึกษาอบรม ผมและทีมงานมีความสนใจและคิดว่าเป็นแนวทางสำคัญที่จะช่วยให้คนไทยมีเจตคติ หรือความเชื่อที่ดีในการบริจาคอวัยวะ ประกอบกับศูนย์ปลูกถ่ายอวัยวะ ภายใต้ศูนย์ความเป็นเลิศ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดลได้ให้โอกาสและสนับสนุนแนวคิดในการเปิดหลักสูตรอบรมในลักษณะนี้ จึงได้จัดทำหลักสูตรและเตรียมการเปิดการเรียนการสอนหลักสูตรใหม่ในรอบปี 2568 ขึ้น โดยเป็นหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการการบริจาคอวัยวะ (Graduate Diploma Program in Organ Donation Management) เป็นหลักสูตรใหม่แห่งแรกในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มุ่งเน้นการพัฒนาความรู้และทักษะเฉพาะทางด้านการบริจาคอวัยวะ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในด้านนี้ในภูมิภาค”

Advertisement

สำหรับหลักสูตรดังกล่าว มีจุดเด่นที่สำคัญคือมีการออกแบบหลักสูตรให้ครอบคลุมทุกมิติของกระบวนการบริจาคอวัยวะ ตั้งแต่กฎหมายและจริยธรรม ไปจนถึงการปฏิบัติงานจริง นอกจากนี้ ยังมีการเรียนการสอนที่ผสมผสานทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติในสถานการณ์จำลอง รวมทั้งการเรียนการสอนแบบทางไกลผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (รูปแบบออนไลน์) ตลอดจนมีการจัดกลุ่มสัมมนาหัวข้อพิเศษเกี่ยวกับการจัดการการบริจาคอวัยวะ (On the Job project) เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์กับผู้เชี่ยวชาญ

“หลักสูตรนี้นับเป็นหลักสูตรใหม่แห่งแรกในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ทางคณะอยากชวนให้หมอ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์สมัครเข้ามาเรียนเพราะคิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อคนไข้จำนวนมาก และจะเป็นอีกหนึ่งความก้าวหน้า ผู้ที่สำเร็จการศึกษาสามารถประกอบอาชีพได้หลากหลาย เช่น ผู้จัดการการบริจาคอวัยวะ ผู้ดูแลการบริจาคอวัยวะ ผู้ประสานงานการบริจาคอวัยวะ เป็นต้น”

สำหรับคุณสมบัติผู้สมัคร ต้องสำเร็จการศึกษาหลักสูตรปริญญาตรีหรือเทียบเท่า สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ หรือสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง มีประสบการณ์การทำงานที่เกี่ยวข้องกับด้านสาธารณสุข หรือการปลูกถ่ายอวัยวะ ไม่น้อยกว่า 1 ปี และมีคุณสมบัติอื่นๆ เป็นไปตามที่บัณฑิตวิทยาลัยกำหนด ทั้งนี้ คุณสมบัติอื่นๆ อาจได้รับการพิจารณาให้สมัครเข้ารับการคัดเลือกเข้าศึกษา ตามดุลยพินิจของคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย

ผู้สนใจสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร 0-2201-0395 คุณลลิตา สิรภักดี (ในวันเวลาราชการ) E-mail : [email protected]