รู้เท่าทันโรค MG โรคอันตรายที่คนวัยทำงานเสี่ยงเป็นมากขึ้น

12.09.24 | 14:53 น.

พอเข้าสู่วัยทำงาน ปัญหาสุขภาพต่างๆ ก็ดูมาเยือนเราได้ง่ายมากขึ้น อย่างโรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง หรือโรค Myasthenia Gravis (MG) ที่ส่งผลกระทบต่อการมองเห็นและภาพลักษณ์ มีอาการเปลือกตาหนักอึ้ง หนังตาตกลงมา ตาปรือ ใบหน้าดูโทรม แถมมองเห็นภาพเบลอในบางครั้ง ด้วยรูทีนที่ทำให้เซลล์และกระบวนการทำงานในร่างกายต้องทำงานหนัก ไม่ว่าจะนอนดึก ตื่นเช้า ต้องจ้องจอคอมพิวเตอร์ จอมือถือแทบทั้งวัน หรือในบางกลุ่มที่มีปัญหาสายตาก็ต้องใส่คอนแทกต์เลนส์เป็นประจำ จึงทำให้วัยทำงานกลายเป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเป็นโรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง หรือโรค Myasthenia Gravis ได้มากกว่ากลุ่มอื่นๆ ซึ่งบอกเลยว่า เป็นโรคอันตรายที่ไม่ควรปล่อยปะละเลย เพราะอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่อันรายในอนาคต หรือปัญหาด้านดวงตาในระยะยาวได้ บทความนี้เลยขอชวนวัยทำงานมาทำความรู้จักโรคนี้กันให้มากขึ้น โรค Myasthenia Gravis คืออะไร สาเหตุการเกิด อาการ ไปจนถึงวิธีการรักษา เพื่อให้ผู้ที่มีความเสี่ยงสามารถรับมือและป้องกันโรคนี้ได้อย่างเหมาะสม ตามไปดูกัน!

โรค Myasthenia Gravis คืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร

โรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง หรือโรค Myasthenia Gravis คือ โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงประเภทหนึ่งที่จะเกิดขึ้นกับกล้ามเนื้อเล็กๆ บริเวณใบหน้า โดยเป็นโรคที่มีความเกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกันร่างกายผิดปกติ จากการที่ร่างกายสร้าง Antibody ขึ้นมาทำลายหรือยับยั้ง ‘การสร้างโปรตีน’ ที่มีบทบาทในการรับสาร Acetylcholine ส่งผลให้เส้นประสาทไม่สามารถส่งสัญญาณได้อย่างปกติ เกิดเป็นอาการอ่อนแรงบริเวณกล้ามเนื้อตา เปลือกตาตก ลืมตาได้ลำบาก โดยอาจเป็นเพียงข้างเดียว หรือเป็นทั้งสองข้างก็ได้

สำหรับสาเหตุของโรค Myasthenia Gravis อาจเกิดขึ้นได้จากหลายๆ สาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นพันธุกรรมอายุที่เพิ่มมากขึ้น ร่างกายผลิตคอลลาเจนได้น้อยลง ชั้นเปลือกตาจึงหย่อนคล้อยตามอายุ ขาดความยืดหยุ่น อุบัติเหตุที่ทำให้กล้ามเนื้อดวงตาฉีกขาด และอีกสาเหตุสำคัญคือ พฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยเฉพาะวัยทำงานที่มักจะพักผ่อนน้อย ใช้ดวงตาเพ่งเล็งจอเป็นเวลานานๆ พักผ่อนน้อยมาก จนทำให้กล้ามเนื้อตาล้าอ่อนแรงนั่นเอง

อาการบ่งบอกว่าเราเป็นโรค Myasthenia Gravis

Advertisement

ได้รู้กันไปแล้วว่าโรค Myasthenia Gravis คืออะไร ถัดมามาดูอาการสำคัญบ่งบอกว่าเราเป็นโรค Myasthenia Gravis กันดีกว่า

เปลือกตาตกและหนังตาตก มีอาการไม่คงที่ระหว่างวัน

เปลือกตาตกและหนังตาตก โดยจะมีลักษณะขอบตาด้านบนตกลงมาคลุมทับส่วนตาดำมากกว่าปกติและกล้ามเนื้อตาออกแรงได้ไม่เต็มที่ และอีกหนึ่งข้อสังเกต คือ ผู้ที่เป็นโรค MG จะมีอาการเปลือกตาตกไม่คงที่ในระหว่างวัน เช่น ตื่นนอนตอนเช้า อาจมีอาการไม่มาก ตกบ่าย หรือช่วงเย็นหลังเลิกงาน อาการเป็นมากขึ้น ถ้าได้พักการใช้งาน อาจมีอาการที่ดีขึ้น เป็นต้น

ดวงตาดูไม่เท่ากัน 

ดวงตาดูไม่เท่ากัน หรืออาการที่รูปตาข้างใดข้างหนึ่งดูมีขนาดเล็กหรือโตมากกว่า ซึ่งสังเกตได้ง่ายๆ ผ่านการส่องกระจก หรือการเซลฟี่มุมตรง มักจะเกิดขึ้นได้ในกรณีที่เปลือกตาตกลงมาข้างเดียว โดยเป็นผลมาจากโรค MG ที่อาจทำให้กล้ามเนื้อที่ใช้ในการยกตาทำงานผิดปกติ จนทำไม่สามารถลืมตาได้เต็มที่ทั้งสองข้างนั่นเอง

มองเห็นเป็นภาพซ้อน ตาเหล่ หรือเขผิดปกติ

อาการมองเห็นเป็นภาพซ้อน ตาเหล่ หรือเขผิดปกติ เป็นอาการที่พบรองลงมาจากหนังตาตก ซึ่งเป็นสิ่งที่ส่งผลต่อบุคลิกภาพและการมองเห็น หากจู่ๆ ดวงตาของเราไม่สามารถโฟกัสตรงๆ ได้ จนทำให้ตาข้างใด ข้างหนึ่งเหล่ออกจากกันอาจเกี่ยวข้องกับโรค MG

เลิกคิ้วสูงโดยไม่รู้ตัว จนปวดขมับรุนแรง

หากอาการรุนแรงมากขึ้น มีอาการมองเห็นได้ไม่ชัดเจน ลืมตาไม่ขึ้น หลายๆ คนจึงพยายามเลิกคิ้วขึ้นสูง เพื่อยกตาเปลือกตาและหนังตาให้เปิดกว้างขึ้น และเมื่อทำติดต่อกันเป็นเวลานานๆ จึงเกิดการเกร็งบริเวณช่วงระหว่างคิ้วหรือกล้ามเนื้อขมับ จนทำให้มีอาการปวดหัว หรือปวดขมับรุนแรง นอกจากนี้หากติดเลิกคิ้วบ่อยๆ ยังทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควรได้ด้วย

 ลิ้นเกร็งแข็ง สำลักอาหารง่าย

ในบางรายของผู้ที่เป็นโรค MG อาจมีอาการลิ้นเกร็งแข็ง กลืนอาหารได้ลำบาก และสำลักอาหารได้ง่ายด้วย ซึ่งถือเป็นอาการที่รุนแรง จนทำให้ไม่สามารถรับประทานอาหารเองได้ ซึ่งต้องรีบพบแพทย์โดยด่วน เพราะหากปล่อยไว้ อาจส่งผลต่อร่างกายและกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวัน

โรค Myasthenia Gravis รักษาได้อย่างไรบ้าง

ปัจจุบันโรค Myasthenia Gravis สามารถรักษาตามอาการผ่านการให้ยารับประทาน เพื่อกดภูมิคุ้มกัน ไม่ให้ร่างกายสร้าง Antibody ที่เป็นตัวทำลายภูมิคุ้มกันขึ้นมา ร่วมกับการใช้ยาที่เสริมการทำงานของกล้ามเนื้อตาให้ดีขึ้น อาทิ ยาหยอดตาเพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อตาทำงานได้ปกติ และเมื่ออาการดีขึ้น แพทย์จะค่อยๆ ปรับลดขนาดยาให้มีความเหมาะสม ในส่วนของเคสที่มีอาการที่รุนแรงจนกระทบต่อการใช้ชีวิตแพทย์อาจจะพิจารณาการผ่าตัดต่อมไทมัสร่วมด้วย ซึ่งจำเป็นต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดทุกขั้นตอน

ร่างกายของมนุษย์ไม่เหมือนเครื่องจักรที่หากพังก็ซ่อมเปลี่ยนใหม่ได้ทันที ดังนั้นแล้วพฤติกรรมการใช้ชีวิตจึงเป็นตัวกำหนดทิศทางสุขภาพและภูมิคุ้มกันในระยะยาวของร่างกาย หากเราเป็นวัยทำงานที่มักจะโหมทำงานหนัก พักผ่อนน้อย ใช้สายตาเพ่งเล็งจอเยอะเกินไปก็อาจเป็นตัวการทำให้เกิดผลเสียกับร่างกาย อย่างการที่ภูมิคุ้มกันตก กล้ามเนื้อตาทำงานได้ไม่เต็มที่จนต้องเผชิญกับโรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง หรือโรค Myasthenia Gravis (MG) ที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำ ทั้งในด้านการมองเห็น หนังตาตก ตาปรือ เห็นภาพเบลอ หรือในด้านบุกคลิกภาพที่ดวงตาทั้งสองข้างไม่เท่ากัน ใบหน้าดูมีอายุ แถมดูเหมือนคนง่วงซึมตลอดเวลา นอกจากนี้หากปล่อยทิ้งไว้นานๆ เข้า อาจมีอาการที่เป็นอันตราย ปวดหัวรุนแรง หรือไม่สามารถรับประทานอาหารได้

สำหรับใครที่กำลังประสบกับปัญหากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง หรือต้องการปรึกษาปัญหาเกี่ยวกับดวงตา เพื่อวินิจฉัยว่าตนเองกำลังเป็นโรค MG อยู่หรือไม่ รวมถึงต้องการแก้ปัญหาหนังตาตก ตาปรือที่ส่งผลต่อบุคลิกภาพและลดลทอนความมั่นใจ ที่ Lovely Eye & Skin Clinic มีจักษุแพทย์มากประสบการณ์ที่พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลการรักษาเกี่ยวกับปัญหารอบดวงของคุณ ด้วยเทคนิคเฉพาะทางโดยตรง พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลการรักษาเกี่ยวกับปัญหารอบดวงของคุณอย่างตรงจุด เพื่อให้ทุกคนมีดวงตาที่สวยใส ไม่กระทบต่อการมองเห็น และใช้ชีวิตประจำวัน

ติดต่อและสอบถาม Lovely Eye & Skin Clinic

Tel. 02 382 0045, 06 1405 0044

Line: @lovelyeye

Website: www.lovelyeyeclinic.com