สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) แนะวิธีเตรียมความพร้อมกรณีเกิดน้ำท่วมบริเวณที่มีสถานประกอบการทางรังสี อาทิ โรงงานอุตสาหกรรม โรงพยาบาล เป็นต้น พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสี (RSO) ร่วมเฝ้าระวังป้องกันความปลอดภัยของต้นกำเนิดรังสีที่อาจจะได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ทั้งนี้ มีข้อพึงปฏิบัติด้านความปลอดภัยของต้นกำเนิดรังสี ได้แก่
ข้อแนะนำการเตรียมการก่อนน้ำท่วมเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายกับต้นกำเนิดรังสี ดังนี้
(1) กรณีต้นกำเนิดรังสีประเภทที่สามารถถอดหรือเคลื่อนย้ายได้โดยง่าย ให้ดำเนินการในเบื้องต้นดังนี้
1.1 ปิดการจ่ายกระแสไฟฟ้าเข้าระบบควบคุมต้นกำเนิดรังสี หรือปิดล็อกภาชนะบรรจุและสำรวจ ค่าระดับรังสีที่พื้นผิวภาชนะบรรจุต้นกำเนิดรังสีเพื่อยืนยัน Shutter ถูกปิดโดยสมบูรณ์
1.2 เคลื่อนย้าย/ถอด/นำภาชนะบรรจุไปเก็บไว้ในพื้นที่ควบคุมหรือในพื้นที่เตรียมไว้เป็นการเฉพาะที่
สามารถป้องกันน้ำท่วมและป้องกันการโจรกรรมได้
1.3 สำรวจค่าระดับรังสีที่ภาชนะบรรจุต้นกำเนิดรังสี ค่าระดับรังสีโดยรอบสถานที่จัดเก็บและจัดให้เป็นพื้นที่ควบคุม และติดป้ายเตือนและสัญลักษณ์ทางรังสีแสดงไว้ให้เห็นอย่างชัดเจน
ทั้งนี้ การเคลื่อนย้ายควรอยู่ในการกำกับดูแลของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสีของหน่วยงานและ
มีการบันทึกข้อมูลที่เกี่ยวข้องไว้สำหรับการย้ายกลับคืนเมื่อเข้าสู่ภาวะปกติ เช่น วันที่ย้าย สถานที่จัดเก็บ
ค่าระดับรังสี เป็นต้น และควรนำเครื่องสำรวจรังสีและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องไปจัดเก็บในพื้นที่พ้นจากอุทกภัยด้วย
(2) กรณีต้นกำเนิดรังสีประเภทที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ควรมีมาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายกับเครื่องฯ ดังนี้
2.1 ปิดการจ่ายกระแสไฟฟ้าเข้าระบบควบคุมต้นกำเนิดรังสี หรือ ปิดล็อกภาชนะบรรจุและสำรวจค่า
ระดับรังสีที่พื้นผิวภาชนะบรรจุต้นกำเนิดรังสีเพื่อยืนยัน Shutter ถูกปิดโดยสมบูรณ์
2.2 ป้องกันพื้นที่เก็บเครื่องฯ หรือ วัสดุฯ โดยอาจใช้กระสอบทรายกั้นไม่ให้น้ำเข้าถึง
ข้อแนะนำสำหรับการใช้งานต้นกำเนิดรังสีภายหลังน้ำลดเข้าสู่ภาวะปกติ
(1) เครื่องกำเนิดรังสี
1.1 ตรวจสอบสภาพเครื่องกำเนิดรังสีว่าไม่ได้รับผลกระทบทั้งภายในและภายนอกจากเหตุน้ำท่วมให้ตรวจสอบสภาพระบบไฟฟ้าภายในอาคาร หากปกติจึงจะสามารถติดตั้งเครื่องกำเนิดรังสีได้
1.2 เตรียมเครื่องสำรวจรังสีให้พร้อมก่อนที่จะเปิดเครื่องกำเนิดรังสี
1.3 ทำการเปิดเครื่อง และตรวจวัดระดับรังสีว่าอยู่ในระดับปกติที่เคยตรวจวัดได้หรือไม่เนื่องจากอาจ
เกิดการกระแทกซึ่งอาจทำให้ระบบ shielding ของเครื่องฯ เสียหายในระหว่างเคลื่อนย้ายได้
1.4 หากพบว่าระดับรังสีสูงกว่าปกติที่เคยตรวจวัดได้ ให้ปิดเครื่อง แจ้งบริษัทตัวแทนจำหน่ายตรวจสอบ
จนกว่าเครื่องกำเนิดรังสีจะสามารถกำบังรังสีได้ และใช้งานได้เช่นเดิม
1.5 บันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมปรับปรุงแก้ไข หรือ เพิ่มมาตรการป้องกันในอนาคต
หมายเหตุ : ห้ามใช้งานเครื่องกำเนิดรังสีที่ถูกน้ำท่วมจนกว่าจะได้รับการตรวจสอบสภาพเครื่องจากบริษัทผู้ผลิตหรือบริษัทตัวแทน
(2) วัสดุกัมมันตรังสีชนิดปิดผนึก
2.1 ห้ามใช้งาน ถอด หรือเคลื่อนย้ายวัสดุกัมมันตรังสีหรืออุปกรณ์ประกอบที่บรรจุวัสดุกัมมันตรังสีจนกว่าจะได้รับการตรวจสอบความปลอดภัยของอุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้จากผู้ผลิต หรือ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ
2.2 ตรวจสอบค่าระดับรังสีในเบื้องต้นและตรวจสอบการเปรอะเปื้อน หรือรั่วไหลของสารรังสีที่อุปกรณ์ประกอบอย่างเหมาะสม
2.3 บันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมปรับปรุงแก้ไข หรือ เพิ่มมาตรการป้องกันในอนาคต
หากสงสัยว่าจะมีการรั่วไหลของรังสี หรือแจ้งเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี โปรดแจ้งมายังสายด่วน โทร. 1296 (ตลอด 24 ชั่วโมง)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มตรวจสอบเครื่องกำเนิดรังสี กองตรวจสอบทางนิวเคลียร์และรังสี สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ โทรศัพท์ 0 2596 7600 ต่อ 1614,1622

