รู้ไหมว่า ประเทศไทยมีเครือข่ายเฝ้าตรวจนิวเคลียร์ระดับโลก

18.09.24 | 14:22 น.

ในยุคที่เทคโนโลยีนิวเคลียร์มีความก้าวหน้าและมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาโลก การพูดถึง “ระเบิดนิวเคลียร์” หรือ “อาวุธนิวเคลียร์” ยังคงเป็นเรื่องที่สร้างความวิตกกังวลให้กับใครหลาย ๆ คนเป็นอย่างมาก ความทรงจำจากเหตุการณ์ในอดีตที่เกี่ยวข้องกับอาวุธนิวเคลียร์ รวมถึงสถานการณ์ความตึงเครียดและความมุ่งหวังในการยกระดับความมั่นคงทางการทหารในหลายพื้นที่ทั่วโลก ทำให้เราตระหนักถึงความน่ากลัวและความเสี่ยงที่อาวุธนิวเคลียร์หรือเทคโนโลยีเหล่านี้อาจถูกนำมาใช้และนำมาซึ่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาหลายประเทศทั่วโลกได้ร่วมมือกันสร้างข้อตกลงและสนธิสัญญาต่าง ๆ เพื่อการห้ามการทดลอง การไม่แพร่ขยาย และการลดจำนวนอาวุธนิวเคลียร์ หนึ่งในสนธิสัญญาที่สำคัญ คือ สนธิสัญญาว่าด้วยการห้ามทดลองนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์ (Comprehensive Nuclear-Test-Ban Treaty, CTBT) ซึ่งเปิดให้ลงนามในปี 2539 สนธิสัญญานี้มีเป้าหมายหลักในการห้ามการทดลองอาวุธและระเบิดนิวเคลียร์ ไม่ว่าในสภาวะแวดล้อมใด ณ ที่ใดในโลก ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของประเทศสมาชิกในการป้องกันการแพร่ขยายของอาวุธนิวเคลียร์ สนับสนุนกระบวนการลดจำนวนอาวุธนิวเคลียร์ และเสริมสร้างสันติภาพและความมั่นคงของนานาประเทศ

จากการที่พระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. 2559 มีผลบังคับใช้ ส่งผลให้ประเทศไทยสามารถเข้าเป็นภาคีของสนธิสัญญา CTBT โดยมีการให้สัตยาบันสนธิสัญญาฯ เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2561 การเข้าร่วมนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของไทยในการลดและไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์และจุดยืนที่มีต่อการห้ามทดลองอาวุธนิวเคลียร์ทุกรูปแบบ เพื่อนำไปสู่เป้าหมายของโลกที่ปราศจากอาวุธนิวเคลียร์ (Nuclear Weapon-free World)

ประเทศไทย โดยสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลความปลอดภัยการใช้ประโยชน์จากพลังงานนิวเคลียร์และรังสี และเป็นหน่วยประสานงานหลักระดับชาติในการดำเนินการตามพันธกรณีของสนธิสัญญาฯ ได้แสดงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการดำเนินงานตามพันธกรณีที่กำหนดไว้ ผ่านการจัดตั้งและดำเนินงานสถานีเฝ้าตรวจภายใต้ระบบเฝ้าตรวจระหว่างประเทศ (International Monitoring System, IMS) จำนวน 2 สถานี ได้แก่

Advertisement

1) สถานีเฝ้าตรวจนิวไคลด์กัมมันตรังสี อาร์เอ็น 65 (Radionuclide Monitoring Station, RN65) ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็น 1 ใน 80 สถานีเฝ้าตรวจนิวไคลด์กัมมันตรังสีภายใต้ระบบ IMS ที่ติดตั้งอยู่ทั่วโลก และเป็น 1 ใน 3 สถานีเฝ้าตรวจนิวไคลด์กัมมันตรังสีในภูมิภาคอาเซียน ปัจจุบัน สถานีฯ อาร์เอ็น 65 ในส่วนของระบบวัดกัมมันตภาพรังสีของอนุภาคในอากาศ (Particulate Monitoring System: THP65) ได้รับการรับรองมาตรฐานการดำเนินงานของสถานีฯ ในปี 2561 และข้อมูลการตรวจวัดถูกส่งไปยังศูนย์ข้อมูลระหว่างประเทศ (International Data Centre, IDC) ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกวันสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูล ทั้งนี้ ปส. จะทำการติดตั้งระบบวิเคราะห์ก๊าซเฉื่อยกัมมันตรังสี (Radionuclide Noble Gas System: THX65) ซึ่งจะส่งผลให้สถานีฯ อาร์เอ็น 65 เป็น 1 ใน 40 สถานีฯ ที่มีศักยภาพในการตรวจวัดก๊าซเฉื่อยกัมมันตรังสีที่เกิดจากการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วโลก และเป็นเพียงสถานีเดียวในภูมิภาคอาเซียนที่มีศักยภาพในการตรวจวัดดังกล่าว

2) สถานีเฝ้าตรวจความสั่นสะเทือนของพิภพ พีเอส 41 (Primary Seismic Monitoring Station, PS41) ณ สถานีวัดความสั่นสะเทือน จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้การดำเนินงานของกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ โดยสถานีฯ พีเอส 41 ได้รับการรับรองมาตรฐานการดำเนินงานของสถานีฯ ในปี 2550 และเป็น 1 ใน 50 สถานีเฝ้าตรวจความสั่นสะเทือนของพิภพภายใต้ระบบ IMS ที่ติดตั้งอยู่ทั่วโลก

นอกจากนี้ ปส. ได้จัดตั้งและดำเนินงานศูนย์ข้อมูลแห่งชาติ (National Data Center, N171) ณ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กรุงเทพฯ เพื่อทำหน้าที่ในการรับ-ส่งข้อมูลกับ IDC และรวบรวมข้อมูลการเฝ้าตรวจจากทั้งสถานีของประเทศไทยและจากสถานีเฝ้าตรวจอื่น ๆ ภายใต้ระบบ IMS รวมถึงการสนับสนุนการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในด้านอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากการเฝ้าตรวจการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ ทั้งในด้านพลเรือนและวิทยาศาสตร์ อาทิ การแจ้งเตือนภัยแผ่นดินไหวและสึนามิ และการเฝ้าระวังภัยทางนิวเคลียร์และรังสีที่อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม โดยการดำเนินงานของ IDC NDC และสถานีภายใต้ระบบ IMS จำนวน 321 สถานีทั่วโลก จะทำงานบูรณาการร่วมกันตลอด 24 ชั่วโมง

ปส. ให้ความสำคัญกับระบอบการตรวจพิสูจน์การทดลองอาวุธนิวเคลียร์ของ CTBTO การร่วมมือกับ CTBTO และประชาคมโลกในการผลักดันให้สนธิสัญญา CTBT มีความเป็นสากลและมีผลใช้บังคับโดยเร็ว รวมถึงการสร้างความตระหนักรู้ให้แก่เด็กและเยาวชนเกี่ยวกับ CTBT และการสนับสนุนการนำข้อมูลของระบบ IMS ไปใช้ประโยชน์ในทางที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ประชาชนสามารถมั่นใจได้ว่า หากเกิดการทดลองอาวุธนิวเคลียร์หรืออุบัติเหตุทางนิวเคลียร์และรังสีไม่ว่าจะในพื้นที่ใด ประเทศไทยมีความพร้อมในการตรวจสอบและรับมือได้อย่างทันท่วงที เพื่อความความปลอดภัยของประชาชนและสิ่งแวดล้อม