ประเทศไทยมีการนำพลังงานนิวเคลียร์และรังสีมาใช้ประโยชน์ในทางสันติหลากหลายด้าน อาทิ ด้านการแพทย์ การเกษตร อุตสาหกรรม การศึกษาและวิจัย ในการยกระดับชีวิตและคุณภาพของประชาชนให้ดีขึ้น และที่สำคัญที่สุด ทุกกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์จากนิวเคลียร์และรังสีเหล่านี้ ต้องดำเนินการอย่างเคร่งครัดตามมาตรฐานสากล ทั้งในด้านของความปลอดภัย (Safety) และความมั่นคงปลอดภัย (Security)

สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลการใช้ประโยชน์จากพลังงานนิวเคลียร์และรังสีภายในประเทศ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของความมั่นคงปลอดภัย จึงมุ่งเน้นพัฒนาศักยภาพบุคลากรไทยด้านความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์ให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น โดยในปี พ.ศ. 2563 ปส. ได้ร่วมมือกับประเทศแคนาดา ริเริ่มโครงการพัฒนาการดำเนินงานด้านความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และส่งเสริมการปฏิบัติงานด้านความมั่นคงปลอดภัยให้ครอบคลุมทั้งภาครัฐและเอกชน

โดยความร่วมมือในระยะที่ 1 (Phase I) แคนาดาส่งผู้เชี่ยวชาญประสานงานและถ่ายทอดความรู้ด้านความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสีให้แก่บุคลากรของไทย ได้แก่ บุคลากร ปส. สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อพัฒนาวิทยากร (Train the Trainers) ให้มีความเชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยและมีความพร้อมทำการถ่ายทอดองค์ความรู้ต่อยอดไปสู่หน่วยงานต่าง ๆ ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกันหารือและพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม “การบริหารความมั่นคงปลอดภัยวัสดุกัมมันตรังสี (Radioactive Source Security Management : RSSM)” ขึ้น ซึ่งถือเป็นหลักสูตรแรกที่มีความสำคัญโดยจะช่วยปูพื้นฐานด้านความมั่นคงปลอดภัยในการใช้และครอบครองวัสดุกัมมันตรังสีภายในประเทศให้มีความเข้มแข็งและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และเพื่อให้ผู้เข้าร่วมฝึกอบรมได้รับการถ่ายทอดความรู้และพัฒนาสมรรถนะอย่างมีมาตรฐาน ปส. จึงจัดทำรายละเอียดหลักสูตร อาทิ เนื้อหาการบรรยาย การฝึกปฏิบัติ และคุณสมบัติวิทยากร ตามข้อกำหนดมาตรฐานสากล ISO 29993 โดยประสบความสำเร็จและถือได้ว่าหลักสูตร RSSM นี้เป็นหลักสูตรความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสีหลักสูตรแรกของประเทศไทยที่ได้รับการรับรองการดำเนินงานตามข้อกำหนดมาตรฐานสากล ISO 29993 อีกด้วย ซึ่งความร่วมมือนี้ ไม่เพียงแต่จะเสริมความแข็งแกร่งในการกำกับดูแลภายในประเทศ แต่ยังเปิดโอกาสให้ไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์ในอาเซียนต่อไป

ปส. มีการจัดการฝึกอบรมหลักสูตร RSSM มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 – ปัจจุบัน โดยสามารถถ่ายทอดความรู้ให้กับบุคลากรทางนิวเคลียร์และรังสีของไทยมาแล้วจำนวน 5 รุ่น รวมผู้เข้าร่วมกว่า 100 คน ทั้งนี้ในปัจจุบัน ปส. ยังคงเดินหน้าสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงปลอดภัยในระยะที่ 2 (Phase II) กับประเทศแคนาดา โดยจะทำการพัฒนาหลักสูตรที่เกี่ยวข้องด้านนิวเคลียร์และรังสีเพิ่มเติมอีก 3 หลักสูตร ได้แก่ (1) ความมั่นคงปลอดภัยด้านการขนส่ง (2) ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และ (3) การสร้างวัฒนธรรมความมั่นคงปลอดภัย พร้อมทั้งนำทั้ง 3 หลักสูตรเข้ารับการรับรองมาตรฐานสากล ISO29993 เช่นกัน โดย ปส. เชื่อมั่นว่าการดำเนินงานดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งด้านการกำกับดูแลความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสีให้กับประเทศไทย รวมทั้งนำไปสู่การเป็นผู้นำด้านความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสีในอาเซียนได้อย่างยั่งยืน
ความมุ่งมั่นของ ปส. ในการสร้างระบบความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์ที่แข็งแกร่งไม่เพียงแค่สร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนไทย แต่ยังช่วยวางตำแหน่งของประเทศไทยให้เป็นผู้นำด้านความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสีในภูมิภาคอาเซียน ในการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านความมั่นคงปลอดภัยให้กับประเทศเพื่อนบ้าน
สุดท้ายนี้ ความท้าทายด้านความมั่นคงและภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้นจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีนิวเคลียร์ ปส. ต้องปรับตัวและเตรียมความพร้อมอยู่เสมอ เพื่อความปลอดภัย ความมั่นคงปลอดภัย ต่อผู้ปฏิบัติ ประชาชน และสิ่งแวดล้อมอย่างสูงสุด

