วันนี้ เมืองพัทยา ได้มีการพัฒนาที่ก้าวหน้าขึ้นอีกขั้น ตามนโยบายเดินหน้าขับเคลื่อนการทำงานใน 4 เป้าหมาย 15 นโยบาย ภายใต้แนวทาง ‘Better Pattaya ต่อยอด ต่อเนื่อง เพื่อเมืองพัทยาที่ดีขึ้น’ของนายกเบียร์ “ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์” นายกเมืองพัทยา นั่นคือ การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและนักท่องเที่ยว ให้สามารถมาใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย สะดวกสบาย ท่องเที่ยวได้ทุกฤดูกาล ด้วยการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเข้ามาเป็นเครื่องมือสำคัญ โดยเฉพาะ กล้องโทรทัศน์วงจรปิด CCTV ที่กำลังเร่งดำเนินการติดตั้งอยู่ทั่วเมืองพัทยาขณะนี้

มุ่งสร้างพัทยาเป็นแหล่งท่องเที่ยวน่าอยู่ ปลอดภัย
ทั้งนี้ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์” นายกเมืองพัทยา ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการดำเนินการดังกล่าว การติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด CCTV ทั่วเมืองพัทยา ไม่ว่า ชายหาดจอมเทียน ชุมชนเขาน้อย ชุมชนเขาตะโล วอล์คกิ้งสตรีท โรงเรียนเมืองพัทยา และพื้นที่อื่น ๆ ที่พี่น้องประชาชน ได้เห็นกันในขณะนี้ เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญของเมืองพัทยาตามยุทธศาสตร์พัฒนาเมืองพัทยา ให้เป็นเมืองอัจฉริยะหรือ Smart City โดยหนึ่งในการดำเนินการเพื่อรองรับการเป็น Smart City คือ การนำเทคโนโลยีกล้องวงจรปิด หรือ CCTV CAMERA เข้ามาเป็นเครื่องมือในการปฏิบัติการร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ช่วยก่อให้เกิดความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว และประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
“ต้องเรียนว่า นับตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งนายกเมืองพัทยา ตนได้ให้ความสำคัญกับการดูแล เฝ้าระวัง ตรวจตรา และรักษาความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว รวมถึงประชาชนชาวเมืองพัทยา แบบต้องปลอดภัยทั้งใน และนอกบ้าน ตลอด 24 ชั่วโมง” นายปรเมศวร์ กล่าว
พร้อมกันนี้ยังสามารถใช้ประโยชน์ในด้านอื่น ๆ ได้ด้วย ไม่ว่า การรายงานสภาพการจราจรแบบ Real time อันก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะในด้านการขับขี่ และลดอุบัติเหตุ และการใช้ประโยชน์สังเกตการณ์เหตุการณ์น้ำรอการระบายในพื้นที่เมืองพัทยา รายงานเหตุแบบ Real time ให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน ในการให้บริการช่วยเหลือประชาชน และนักท่องเที่ยว รวมถึงใช้เป็นหลักฐาน เพื่อป้องกัน และปราบปรามอาชญากรรมในพื้นที่ เป็นต้น

ของเดิมเสื่อมสภาพตามอายุ ใช้งานได้เพียง 649 ตัว
ทั้งนี้ นายกเมืองพัทยา ได้กล่าวถึงสถานะกล้องโทรทัศน์วงจรปิดของเมืองพัทยาว่า ปัจจุบันเมืองพัทยามีกล้องโทรทัศน์วงจรปิดทั้งหมด 2,209 ตัว โดยนอกจากจะมีการติดตั้ง และใช้งานกันมาถึงปัจจุบัน ตั้งแต่ปี 2549 แล้ว ยังพบว่า กล้องที่มีการติดตั้งนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของหลาย ๆ หน่วยงานในเมืองพัทยา ทำให้การบำรุงรักษาไม่มีประสิทธิภาพ
เมื่อเข้ามารับตำแหน่งนายกเมืองพัทยา ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ทำการตรวจสอบประสิทธิภาพการใช้งาน ซึ่งพบว่า มีกล้องวงจรปิดที่ใช้งานได้เพียง 649 ตัว จากทั้งหมด 2,209 ตัว หรือ คิดเป็นร้อยละ 29.37 โดยสาเหตุมาจากการใช้ระบบกล้องฯต่อเนื่องยาวนาน มีการเสื่อมสภาพของระบบตามอายุการใช้งาน รวมถึงปัญหาสายสื่อสารชำรุด ที่ส่งผลกระทบให้ระบบกล้องฯไม่สามารถบันทึกภาพได้ รวมทั้งการขาดงบประมาณที่เพียงพอในการซ่อมแซมสายสื่อสาร ทำให้ระบบขาดความต่อเนื่อง และเป็นจุดเสี่ยง ทำให้ระบบเฝ้าระวังภัยไม่สามารถตอบสนองการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ สำหรับกล้องที่ใช้งานได้ไม่ถึง 1,560 ตัว มีการติดตั้งกระจายตามพื้นที่ต่าง ๆ ไม่ว่า บริเวณชายหาดพัทยาและจอมเทียน ,พื้นที่ชุมชนทั้ง 42 ชุมชน , เส้นทางคมนาคมและแยกต่างๆ , อาคารสำนักงานและอาคารจอดรถ , สวนสาธารณะต่างๆ ของเมืองพัทยา , ภายในบริเวณโรงเรียนสังกัดเมืองพัทยา ทั้ง 11 แห่ง
เช่าเพิ่มอีก 940 ตัว ติดตั้งเสร็จ 30 ก.ย.นี้
สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหา นายกเมืองพัทยาคนปัจจุบัน กล่าวว่า เมืองพัทยา จึงได้จัดทำโครงการเช่าระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดขึ้น เป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหากล้องฯ เดิมที่ชำรุด โครงการนี้จะดำเนินการเช่าระบบ เป็นระยะเวลา 3 ปี สิ้นสุดในปี 2570 กล้องที่เช่าทั้งหมดจำนวน 940 ตัว
ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตั้งตามที่กำลังดำเนินการในพื้นที่ต่าง ๆ เมื่อดำเนินการติดตั้งแล้วเสร็จ ในวันที่ 30 ก.ย. 2567 นี้ จะทำให้มีกล้องวงจรปิดที่เช่า และที่ใช้งานได้อยู่แต่เดิม สามารถใช้ได้เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 70 หรือ จำนวน 1,500 กล้อง โดยในจำนวนนี้ เป็นกล้องฯ ที่สามารถเรียกดูสภาพจราจร แบบ Real Time ผ่านช่องทาง Line @Pattaya Connect จำนวน 28 กล้อง กับพร้อมวางแผนจัดหน่วยงานซ่อมบำรุงที่จะดูแลแก้ไขอุปกรณ์ที่ชำรุดอย่างเร่งด่วน นายปรเมศวร์ กล่าว
ส่วนของกล้องที่อยู่ในความดูแลของเมืองพัทยาเอง ขณะนี้ ยังติดปัญหาเรื่องงบประมาณ เพราะจะต้องได้รับงบประมาณในการดูแลรักษา ซ่อมแซมอย่างต่อเนื่อง เพื่อคงสถานการณ์ใช้งานได้

เชื่อมั่นเมืองพัทยา พร้อมดูแลความปลอดภัย
สิ่งที่นายกเมืองพัทยา ได้เน้นย้ำว่า ในการสร้างความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว และประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม การนำเทคโนโลยีกล้องวงจรปิด เข้ามาใช้เป็นเครื่องมือ ถือเป็นส่วนสำคัญของการเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว และประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ที่เมืองพัทยาได้ดำเนินการ
“ ขณะเดียวกัน เมืองพัทยา ยังมีมาตรฐานที่ดำเนินการควบคู่ไปด้วยในอีกหลายมาตรการ เช่น การร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ร่วมมือกับกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง วางมาตรการในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และความปลอดภัยทางน้ำ รวมถึงการจัดกำลังเจ้าหน้าที่จัดการจราจร อำนวยความสะดวก พร้อมออกตรวจตราและเฝ้าระวังเหตุทั้งทางบกและทางน้ำ เป็นต้น”นายปรเมศวร์ กล่าวในที่สุด

