เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ผิวหนังจะมีการผลิตคอลลาเจนลดน้อยลง ทำให้ผิวหนังเกิดการยุบตัวและเสื่อมสภาพ เกิดเป็นริ้วรอยตามจุดต่างๆ ได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหน้าผาก ขมับ ร่องแก้ม คาง ไปจนถึงจุดสำคัญอย่างรอบดวงตาของเรา ซึ่งเป็นจุดกลางใบหน้าที่หากมีริ้วรอยย่นใต้ตา บางคนมีปัญหาถุงใต้ตาหรือเห็นร่องน้ำตาได้ชัด สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัญหาที่ทำเอาหลายคนเสียความมั่นใจอย่างแรง เพราะรู้สึกว่าใบหน้าดูมีอายุหรือแก่กว่าวัย เวลาขยับใบหน้าก็มักเห็นร่องริ้วรอยต่างๆ ได้ง่าย การฉีดฟิลเลอร์ โดยเฉพาะ ‘ฟิลเลอร์ใต้ตา’ จึงกลายเป็นอีกทางเลือกที่ไม่ว่าใครก็นิยมทำกันในยุคนี้ เพราะไม่ต้องศัลยกรรมผ่าตัด มีเพียงรอยเข็มเล็กๆ หลังทำ สามารถใช้ชีวิตต่อได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น
สำหรับใครที่มีปัญหาตาดำ ร่องน้ำตาชัด หรือเสียความมั่นใจกับถุงใต้ตา แล้วอยากฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแต่ไม่รู้ว่าควรเริ่มต้นอย่างไรดี บทความนี้เลยรวบรวมหลักการเตรียมตัวทั้งก่อนและหลังการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา รวมถึงข้อที่ควรรู้หากอยากให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นาน คงผลลัพธ์ที่ตรงใจ พร้อมแล้วไปอ่านกันเลย!
ก่อนฉีดต้องรู้ ฟิลเลอร์ใต้ตาคืออะไร
การฉีดฟิลเลอร์ คือการฉีดสารเติมเต็มที่เรียกว่า ไฮยาลูรอนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) ที่สร้างขึ้นเลียนแบบสารในร่างกายที่มีตามธรรมชาติ พบในชั้นผิวหนังหรือกระดูกอ่อน เป็นองค์ประกอบสำคัญของคอลลาเจนและยังเป็นโครงสร้างหลักที่ทำให้ผิวหนังดูเต่งตึง อ่อนเยาว์ และมีน้ำมีนวลด้วย โดยไฮยาลูรอนิค แอซิด จะเข้าไปช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและปรับโครงสร้างใต้ผิวให้มีความอ่อนนุ่มขึ้น ทั้งยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนชนิดที่ (Collagen type I ) จึงมีส่วนช่วยลดริ้วรอย เพิ่มความยืดหยุ่นและปรับให้บริเวณนั้นตื้น กระชับขึ้น และนิยมใช้แก้ไขจุดบกพร่องบนใบหน้ากันนั่นเอง
เตรียมร่างกายให้พร้อมทั้งก่อนและหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
สำหรับการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแม้ว่าจะไม่ใช่การผ่าตัดศัลยกรรม แต่ก็ต้องมีการเตรียมตัวทั้งก่อนและหลังทำ เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อม ไม่ต้องเสี่ยงกับผลข้างเคียงหรืออาการแทรกซ้อน และยังช่วยให้การทำหัตถการเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพอีกด้วย โดยการเตรียมร่างกายให้พร้อมทั้งก่อนและหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา มีดังนี้
การดูแลตัวเองก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
– หยุดยากลุ่มต้านการอักเสบ NSAIDs เช่น Ibuprofen, Naproxen เป็นเวลาประมาณ 2 สัปดาห์
– งดวิตามินบางชนิดที่ทำให้เลือดหยุดยาก เช่น กลุ่มวิตามินอี น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส น้ำมันปลา เป็นเวลา 2 สัปดาห์
– งดทายาชนิดผลัดเซลส์ผิว เช่น เรตินอล เรตินอยด์ กรดไกลโคลิก
– งดนวดหน้า ผลัดเซลส์ผิว การโกน การดึงขน การแวกซ์ และการทำเลเซอร์
– งดดื่มแอลกอฮอล์ หรือกิจกรรมที่ทำให้เลือดเกิดการสูบฉีด เช่น การออกกำลังกาย ซาวน่า
– สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว ให้เตรียมข้อมูลนำไปแจ้งแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับบริการ
การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
– สามารถประคบเย็นในจุดที่ยังบวมอยู่ได้ แต่ไม่ควรกดแรงเกินไป
– ทานยาตามที่แพทย์จ่ายให้ครบ
– งดการนอนตะแคงในช่วง 2-3 วันแรก นอนหมอนสูงโดยใช้หมอน 2 ใบซ้อนกัน
– ทำความสะอาดบริเวณใบหน้าอย่างเบามือ ไม่กดหรือนวดจุดที่ฉีดฟิลเลอร์แรงๆ
– งดดื่มแอลกอฮอล์เพื่อลดการอักเสบอย่างน้อย 2 สัปดาห์
– หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก ในช่วง 2-3 วันแรก เพื่อลด
– หลีกเลี่ยงแสงแดด และกิจกรรมที่มีความร้อน อย่างเช่นการทรีตเมนต์ เลเซอร์ ซาวน่า อาบน้ำอุ่น อย่างน้อย 2 สัปดาห์
ฟิลเลอร์ใต้ตาอยู่ที่ได้นานแค่ไหน ทำอย่างไรให้ผลลัพธ์อยู่นาน?
สำหรับอายุของฟิลเลอร์ใต้ตาจะอยู่ที่ 1 – 2 ปี ทั้งนี้ระยะในการหายไปอาจขึ้นอยู่กับเทคนิคและความเชี่ยวชาญของแพทย์ที่ทำการฉีดให้ แถมฟิลเลอร์ยังมีหลายประเภท หลายยี่ห้อ มีน้ำหนักที่แตกต่างกัน เหมาะกับการฉีดในแต่ละจุดที่ต่างกันไป การแจ้งความต้องการและปรึกษากับแพทย์อย่างละเอียดจึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญสำหรับคนที่ต้องการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ซึ่งเป็นบริเวณที่มีความละเอียดอ่อน นอกจากนี้ หากต้องการให้ฟีลเลอร์ใต้ตาคงผลลัพธ์ตามที่ต้องการได้นาน หนุ่มๆ สาวๆ ก็ควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดและทำตามหลักการต่อไปนี้
– เลือกฉีดฟิลเลอร์ใต้ตากับแพทย์เฉพาะทาง
บริเวณรอบดวงตาเป็นส่วนที่มีความละเอียดอ่อนและมองเห็นได้ง่าย แพทย์ที่ทำการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจึงต้องเป็นผู้ที่สามารถประเมินเคสได้และมีเทคนิค สามารถเลือกฉีดได้ถูกชั้น ถูกจุด เห็นผลลัพธ์ได้ตามที่ต้องการ และไม่เห็นเป็นก้อนตั้งแต่แรก เพราะการเลือกชั้นผิวในการฉีดฟิลเลอร์มีความสำคัญ หากการฉีดที่ตื้นเกินไปจะทำให้เห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจนจริง แต่อาจทำให้ฟิลเลอร์เกิดเป็นก้อนได้ง่าย ในขณะเดียวกัน หากฉีดฟิลเลอร์ลึกเกินไป ทำให้ต้องใช้ปริมาณฟิลเลอร์ที่เพิ่มมากขึ้น นอกจากจะสิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็นแล้ว หากฉีดไม่ดี ก็ทำให้เกิดขึ้นได้เช่นเดียวกัน แนะนำให้ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของคลินิกเป็นหลัก เลือกฉีดกับคลินิกที่มีแพทย์ประจำอยู่จริงๆ ที่มีใบประกอบและความรู้ทางการแพทย์ ร่วมกับศึกษาเคสรีวิวประกอบ มากกว่าการเห็นแก่ค่าบริการถูก หรือฟังคำแนะนำจากเพื่อนหรือคนใกล้ตัวเท่านั้น
– เลือกใช้ฟิลเลอร์ของแท้ มีมาตรฐาน
อย่างที่เกริ่นไปก่อนหน้านี้ว่าฟิลเลอร์มีหลายแบบหลายรุ่น และมีแบรนด์มากมายให้เลือก ซึ่งแต่รุ่นและแบรนด์ก็ย่อมมีคุณสมบัติและความเหมาะสมในการแก้ไขเฉพาะจุดที่แตกต่างกันไป ควรเลือกใช้ของแท้และแบรนด์ที่เชื่อถือได้ เป็นฟิลเลอร์ที่เหมาะกับใต้ตาโดยเฉพาะ ยิ่งไปกว่านั้นคือไม่ควรใช้ฟิลเลอร์ปลอม ซึ่งเป็นสารเติมเต็มที่ไม่ใช่ ไฮยาลูรอนิค แอซิด ที่ฉีดเข้าไปแล้วรับรองว่าเจอปัญหาในอนาคตอย่างแน่นอน เพราะฟิลเลอร์ปลอมไม่สามารถฉีดให้สลาย แต่ต้องทำการผ่าตัดเพื่อขูดเอาฟิลเลอร์ปลอมนั้นออก ซึ่งก็ไม่สามารถขูดออกได้หมดอยู่ดี นอกจากจะกลายเป็นสารตกค้างในร่างกายแล้ว ยังเสี่ยงต่ออาการข้างเคียงต่างๆ เช่น ฟิลเลอร์เป็นก้อน ไหลย้อย ผิวหนังอักเสบ แดง คัน และร้ายที่สุดคือเกิดการอุดตันในเส้นเลือด
– หลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์
ฟิลเลอร์อาจเคลื่อนที่ได้โดยเฉพาะช่วงอาทิตย์แรกหลังฉีด หากต้องการถนอมฟิลเลอร์ให้คงรูปสวย ไม่ควรไปจับ กด หรือนวดคลึงบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ เพราะนอกจากจะเข้าที่ช้าแล้ว ยังมีส่วนทำให้อักเสบบริเวณผิวหนังด้วย
– หลีกเลี่ยงแสงแดดและความร้อน
แสงแดดและความร้อนเป็นตัวการลดอายุของฟิลเลอร์ ดังนั้นหากต้องการให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นานๆ หลังฉีดไปอาทิตย์แรกจึงควรหลีกเลี่ยงทั้งแสงแดดจัดในธรรมชาติ หรือแสงจากการทำเลเซอร์ รวมถึงความร้อนเช่นการอบซาวน่า การอาบน้ำอุ่น เป็นต้น เพราะความร้อนอาจส่งผลให้เกิดการบวม การระคายเคือง และรอยแดงมากขึ้นในบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์
– เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์
พื้นฐานของการดูแลตัวเองที่ดีและยั่งยืนมากที่สุดก็คือการกินอาหารที่มีประโยชน์และดื่มน้ำเปล่าในปริมาณที่เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายได้รับความชุ่มชื้นและสารอาหารดีๆ นอกจากนี้ ควรงดของหมักดอง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการสูบบุหรี่ด้วย เพราะอาจส่งผลต่ออาการยุบบวม โดยฟิลเลอร์จะเข้าที่ได้ช้าลง และการอักเสบได้
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอย่างมั่นใจที่ First Clinic โดยหมอเฟิสท์ จักษุแพทย์ที่เข้าใจดวงตาอย่างลึกซึ้ง
หลังทำความเข้าใจเรื่องการเตรียมตัวสำหรับการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตากันไปเรียบร้อย จะเห็นว่านอกจากการดูแลตัวเองแล้ว การเลือกคลินิกและแพทย์ก็เป็นหัวใจสำคัญอีกข้อหนึ่งเลย เพราะบริเวณรอบดวงตาเป็นจุดที่ละเอียดอ่อน จึงต้องอาศัยเทคนิคและความแม่นยำของแพทย์เป็นอย่างมาก ซึ่งที่ First Clinic เราตระหนักถึงเรื่องนี้เป็นอย่างดี บรรดาหนุ่มสาวที่มาฉีดฟิลเลอร์ใต้ตากับ First Clinic จึงหมดกังวลไปได้เลย เพราะ First Clinic คลินิกความงามด้านฟิลเลอร์รอบดวงตาโดยจักษุแพทย์และศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัย พร้อมยินดีให้คำปรึกษาและอยู่ในความดูแลของจักษุแพทย์ซึ่งมีความรู้ความเข้าใจในด้านการดูแลรักษาโรคและความผิดปกติของดวงตาโดยตรง สามารถแนะนำโดยประเมินจากปัญหาดวงตา ว่าเหมาะกับการใช้ฟิลเลอร์แบบไหน เพื่อแก้ไขปัญหาได้ตรง พอใจในผลลัพธ์อย่างแน่นอน
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตากับหมอเฟิสท์ First Clinic
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
Tel. 094-409-4449
Facebook: First Clinic ฟิลเลอร์ใต้ตา โดยจักษุแพทย์
Website: https://firstclinic.me

