ภาวะกล้ามเนื้อหนังตาอ่อนแรง หรือภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง กลายเป็นโรคยอดฮิตที่แม้ไม่อยากให้ฮิต แต่ก็ต้องยอมรับว่า หลายๆ คน โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงาน หรือกลุ่มวัยรุ่นที่เป็นสายโซเชียลมีเดียเป็นกันมากขึ้น ด้วยพฤติกรรมที่ใช้สายตาอย่างหนักหน่วง จ้องจอคอมพิวเตอร์ จอมือถือเป็นระยะเวลานาน จนทำให้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง มีอาการหนังตาตก ลืมตาได้น้อย ตามมาด้วยผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน มองเห็นได้ไม่ชัดเจน แถมภาพลักษณ์ยังดูเหมือนคนนอนไม่พอ ใบหน้าดูโทรมอีก! ใครที่ไม่อยากเผชิญกับภาวะกล้ามเนื้อหนังตาอ่อนแรง หรืออยากแก้ไขปัญหาของภาวะนี้เพื่อคืนความสดใสให้ดวงตา มองเห็นได้ชัดเจนมากขึ้น บทความนี้ขอชวนมาเช็ก 7 สัญญาณเตือนกล้ามเนื้อหนังตาอ่อนแรงให้แต่ละคนได้นำไปสังเกตตนเอง พร้อมกับแนวทางการรักษา จะได้รักษาได้ตรงจุดกัน!
ภาวะกล้ามเนื้อหนังตาอ่อนแรงคืออะไร เกิดจากอะไร
ภาวะกล้ามเนื้อหนังตาอ่อนแรง หรือภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง คือ ภาวะที่กล้ามเนื้อที่ยึดเปลือกตา เพื่อช่วยในการลืมตานั้นอ่อนแรงลง ไม่สามารถออกแรงได้เต็มที่ จนทำให้หนังตาตกลงมากกว่าปกติ อาจเป็นเพียงข้างเดียว หรือเป็นทั้งสองข้างก็ได้ ส่งผลให้ตาปรือ ดูเหมือนคนง่วงนอนตลอดเวลา และใบหน้าไม่สดใส อีกทั้งยังบดบังทัศนวิสัย ทำให้มองเห็นไม่ชัดเจน ในส่วนสาเหตุนั้น ภาวะกล้ามเนื้อหนังตาอ่อนแรงสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย อาจเป็นผลจากพันธุกรรม ความเสื่อมถอยของร่างกาย หรือพฤติกรรมการใช้ชีวิตอย่างการจ้องจอคอมหรือโทรศัพท์เป็นเวลานาน การใส่คอนแท็กต์เลนส์ ติดขยี้ตา เลิกคิ้วสูง รวมไปถึงการศัลยกรรมดวงตาในอดีตที่อาจให้ผลลัพธ์ที่ไม่ดีพอด้วย
7 สัญญาณเตือนกล้ามเนื้อหนังตาอ่อนแรง
ใครที่กำลังสงสัยว่าตนเองกำลังมีภาวะกล้ามเนื้อหนังตาอ่อนแรงอยู่หรือเปล่า? ลองมาดู 7 สัญญาณเตือนกล้ามเนื้อหนังตาอ่อนแรง หรือความผิดปกติที่จะเกิดขึ้นกับร่างกายหากมีภาวะนี้กัน
1) การมองเห็น หรือการลืมตาเปลี่ยนไป
อาการแรกที่หากมีภาวะกล้ามเนื้อหนังตาอ่อนแรงมักจะเกิดอาการนี้ คือการมองเห็น หรือการลืมตาจะเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากออกแรงลืมตาได้ไม่เต็มที่ หนังตาอาจเริ่มตกลงมาปิดบังลูกตาดำ จนทำให้รู้สึกว่ามองเห็นภาพภาพได้แคบลงกว่าปกติ
2) เริ่มมีรอยย่นที่บริเวณหน้าผาก
เมื่อกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง จะทำให้เราลืมตาได้ยากลำบากมากขึ้น หลายคนจึงต้องพยายามเลิกคิ้วสูงอยู่เสมอ เพื่อให้ลืมตาได้กว้างมากขึ้น ซึ่งการพยายามเลิกคิ้วติดต่อกันเป็นเวลานาน จะทำให้กล้ามเนื้อเกิดการตึงเครียด จนมีอาการปวดหัวบ่อยครั้ง อีกทั้งทำให้เกิดรอยย่นที่หน้าผากมากขึ้นด้วย
3) ตาดำดูเล็กลงมากกว่าปกติ
หากมีภาวะกล้ามเนื้อหนังตาอ่อนแรง อาจส่งผลให้ตาดำจะดูเล็กลงกว่าปกติได้ด้วย เพราะหนังตาหรือเปลือกตาบนจะตกลงมาปิดทับตาดำ ทำให้เห็นตาดำได้น้อยลง หรือในบางคนอาจทำให้มองเห็นดวงตาได้ไม่เต็มดวงนั่นเอง
4) ตาดูปรือ เหมือนคนง่วงนอนตลอดเวลา
หากมีภาวะกล้ามเนื้อหนังตาอ่อนแรง หนังตาจะตกลงมากกว่าปกติ ซึ่งอาการนี้อาจเกิดขึ้นแค่บางช่วงเวลา หรือปรากฏอยู่ทั้งวัน จึงส่งผลให้ผู้ที่เป็นกล้ามเนื้อหนังตาอ่อนแรง มีอาการตาดูปรือ เหมือนคนง่วงนอนตลอดเวลา แม้จะนอนพักผ่อนมาเต็มที่ก็ตาม
5) หนังตาหย่อนคล้อย
ในผู้ที่มีภาวะกล้ามเนื้อหนังตาอ่อนแรงบางคน อาจมีหนังตาหย่อนคล้อยร่วมด้วย เพราะกล้ามเนื้อบริเวณตาบนทำงานได้ไม่เต็มที่ หนังตาจึงดูไม่กระชับ ดูหย่อนคล้อย ยิ่งหากมีถุงใต้ตาก็จะยิ่งทำให้ใบหน้าดูมีอายุมากกว่าวัย ดูโทรม ไม่สดใส
6) เบ้าตาลึกกว่าปกติ
ภาวะกล้ามเนื้อหนังตาอ่อนแรงอาจส่งผลให้เบ้าตาดูลึกกว่าปกติได้ด้วย เนื่องจากไขมันใต้เปลือกตาจะค่อยๆ หายไป ทำให้ตาดูโหล ใบหน้าดูโทรม แม้จะยิ้มแล้วแต่ดวงตาก็ดูแข็ง ภาพรวมใบหน้าเป็นคนดูดุ หน้าบึ้งตึงตลอดเวลานั่นเอง
7) คิ้วสูงไม่เท่ากัน
อย่างที่เราบอกไปว่า หากมีภาวะกล้ามเนื้อหนังตาอ่อนแรงจะทำให้เราลืมตาได้ยากลำบากมากขึ้น หลายคนจึงต้องพยายามเลิกคิ้วสูงอยู่เสมอ และเลิกคิ้วสูงโดยที่ไม่รู้ตัว ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดเป็นรอยย่นที่หน้าผากแล้ว ยังทำให้คิ้วสูงไม่เท่ากันด้วย เพราะบางคนอาจมีอาการหนังตาตกเพียงข้างเดียว ทำให้ตำแหน่งของคิ้วที่ยกจึงไม่เท่ากันนั่นเอง
แนวทางการรักษาภาวะกล้ามเนื้อตาหนังตาอ่อนแรง
สำหรับแนวทางการรักษาภาวะกล้ามเนื้อตาหนังตาอ่อนแรงนั้น หากเป็นเคสที่ไม่ได้มีอาการหนังตาตกหรือหย่อนคล้อยลงมามากเกินไปก็อาจแก้ไขหรือรักษาได้ด้วย ‘การบริหารกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง’
ซึ่งจะเป็นการปรับโฟกัสดวงตาให้สามารถมองได้ชัดเจนและมีระยะโฟกัสเท่ากันมากขึ้น อาจใช้การนวด การกลอกตาไปซ้าย-ขวา ทำซ้ำๆ เป็นประจำทุกวัน เพื่อให้อาการหนังตาหย่อนลดลง มองเห็นได้ชัดเจนมากขึ้น
แต่ถ้าหากมีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่มีหนังตาตกหย่อยคล้อยลงมาค่อนข้างมาก จนส่งผลกระทบต่อการมองเห็น และส่งผลต่อภาพลักษณ์ของใบหน้า อาจต้องเลือกรักษาโดยใช้เทคนิคทางการแพทย์เพื่อรักษาให้ตรงจุดและเห็นผลมากที่สุด อย่างการเลือก ‘ศัลยกรรมกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง’ ซึ่งจะเป็นการผ่าตัดในบริเวณเปลือกตา ปรับระดับความแข็งแรงของกล้ามเนื้อยกเปลือกตาให้สามารถทำงานได้ดีขึ้น โดยจะต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์มากประสบการณ์ที่มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้างของดวงตาอย่างลึกซึ้งเท่านั้น เพราะผิวรอบดวงตานั้นมีความซับซ้อน ทั้งยังมีความบอบบางมากที่สุด นอกจากนี้ ก่อนทำการผ่าตัด แพทย์จะทำการวิเคราะห์และประเมินอาการภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงของแต่ละบุคคลอย่างละเอียด เพื่อเลือกวิธีการผ่าตัดให้เหมาะสมกับปัญหาของแต่ละบุคคล รักษาภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงได้อย่างตรงจุดมากที่สุดนั่นเอง
ดวงตาเป็นอวัยวะสำคัญที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน มีหน้าที่สำคัญในการมองเห็น สื่อสารความรู้สึก อีกทั้งยังส่งผลต่อภาพลักษณ์ใบหน้า หากต้องมีภาวะกล้ามเนื้อหนังตาอ่อนแรง หนังตาหย่อนคล้อย ลืมตาได้ไม่เต็มที่ มองเห็นได้ไม่ชัดเจนจนกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ใบหน้าดูโทรม ง่วงซึมตลอดเวลา คงไม่ใช่เรื่องที่ดีอย่างแน่นอน ส่วนใครที่สงสัยว่าตนเองกำลังมีภาวะกล้ามเนื้อหนังตาอ่อนแรงอยู่หรือไม่? ก็สามารถลองเช็กด้วยตนเองตาม 7 อาการสำคัญที่เรานำมาฝากในบทความนี้ได้เลย และหากพบว่าตนเองกำลังประสบกับปัญหากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงอยู่ อยากรักษาให้ตรงจุด คืนดวงตาให้กลับมาสดใสดังเดิม ที่ Dr.Vii Aesthetic Clinic มีบริการศัลยกรรมกล้ามเนื้อหนังตาอ่อนแรง โดยแพทย์มากประสบการณ์และเทคนิคเฉพาะที่ออกแบบให้เหมาะกับแต่ละบุคคล พร้อมดูแลแต่ละเคสอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Dr.Vii Aesthetic Clinic
ที่อยู่: ซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 19-1 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทร 093-626-6624
Line: @drviiclinic
Facebook: Dr.Vii Aesthetic Clinic

