อย่าให้ใครมาเอาเปรียบรู้สิทธิและวิธีรับมือเมื่อถูกชนแล้วหนี

10.10.24 | 11:07 น.

ไม่รู้จะทำอย่างไรเมื่อถูกชนแล้วคู่กรณีหนีไป? อ่านบทความนี้เพื่อเรียนรู้แนวทางที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

การใช้รถใช้ถนนมีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ตลอดเวลา และสถานการณ์จะยิ่งแย่ลงไปอีกถ้าเราถูกชนแล้วคู่กรณีหลบหนีไป ถ้าเกิดเจอเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมา สิ่งสำคัญคือต้องรู้ว่าเรามีสิทธิอะไรบ้าง และควรทำอย่างไรต่อไป จะได้ปกป้องตัวเองได้ ไม่ถูกเอาเปรียบ และสามารถเรียกร้องสิทธิที่ควรได้รับอย่างเหมาะสมเรามาดูกันว่าถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น เราควรรับมืออย่างไร เพื่อให้คุณได้รู้วิธีจัดการได้เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น

 1. เข้าใจสิทธิของคุณเมื่อถูกชน

เมื่อคุณถูกชนและคู่กรณีเกิดการหลบหนีจากที่เกิดเหตุ สิ่งแรกที่ควรทำคือการเข้าใจสิทธิของตัวเองตามกฎหมายไทย การชนแล้วหนีถือเป็นความผิดที่มีโทษทางอาญา โดยผู้ที่ก่อเหตุสามารถถูกดำเนินคดีได้ หากเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต การหลบหนีนี้อาจส่งผลให้โทษที่ผู้กระทำผิดต้องรับมีความรุนแรงมากขึ้น การรับรู้ถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องจะช่วยให้คุณมีข้อมูลในการปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสมในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในฐานะผู้ขับขี่ โดยที่คู่กรณีต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นการบาดเจ็บหรือทรัพย์สินที่ได้รับผลกระทบ หากคุณมีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุการณ์นี้ ควรหยุดรถและให้ข้อมูลที่จำเป็นแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บตามความเหมาะสมนอกจากนี้ เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ควรรวบรวมข้อมูลที่สำคัญ เช่น หมายเลขทะเบียนรถของผู้ชน รายละเอียดของเหตุการณ์ เวลาและสถานที่ที่เกิดเหตุ รวมถึงภาพถ่ายจากที่เกิดเหตุ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการเรียกร้องสินไหมจากบริษัทประกันภัยรถในภายหลัง

2. ความคุ้มครองของประกันรถยนต์
●     ประเภทของการประกันรถยนต์
 การประกันภัยรถยนต์ในประเทศไทยมี 2 แบบ คือ ประกันภาคบังคับ และ ประกันภาคสมัครใจ ซึ่งประกันภาคบังคับนั้นจะคุ้มครองผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ส่วนประกันภาคสมัครใจนั้นจะคุ้มครองทั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตัวเองและบุคคลที่เป็นคู่กรณีด้วย ซึ่งแต่ละประเภทก็จะมีข้อกำหนดและความคุ้มครองที่แตกต่างกันโดยที่เราสามารถเช็กเบี้ยประกันแต่ละความคุ้มครองของประกันภาคสมัครแต่ละบริษัทได้ที่ SILKSPAN

●     ขอบเขตความคุ้มครองที่คุณได้รับ

เราควรที่จะศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับประกันภัยรถโดยเฉพาะ กรมธรรม์อย่างละเอียด โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความคุ้มครองเมื่อมีเหตุการณ์ถูกชนแล้วหนี เพราะบางกรมธรรม์อาจจะมีข้อกำหนดพิเศษที่ทำให้ไม่สามารถคุ้มครองในส่วนนี้ได้ในบางสถานการณ์

Advertisement

●     ข้อยกเว้นที่อาจทำให้ประกันไม่คุ้มครอง

 ในกรมธรรม์จะระบุไว้ชัดเจนในส่วนของสิ่งประกันภัยไม่คุ้มครอง เช่น ในกรณีที่มีการขับรถและเกิดอุบัติเหตุในขณะที่มีแอลกอฮอล์อยู่ในเลือดหรือมีการใช้รถเพื่อทำกิจกรรมที่ผิดกดหมาย ซึ่งผู้ขับขี่ควรระวังระวังและตรวจสอบให้แน่ใจว่าตนเองไม่อยู่ในสถานการณ์ที่อาจจะทำให้ประกันไม่คุ้มครอง

3. ขั้นตอนการเรียกร้องค่าเสียหายจากประกัน

การรายงานอุบัติเหตุและเอกสารที่ต้องใช้

หลังจากที่เกิดอุบัติเหตุเราควรยื่นเรื่องไปอุบัติเหตุไปให้บริษัทประกันให้เร็วที่สุด และควรทั้งยื่นเรื่องแจ้งความเพื่อขอเอกสารบันทึกประจำวันกับตำรวจเพื่อเอามาใช้เป็นหลักฐาน และเอกสารที่เกี่ยวกับความเสียหายของตัวรถ หรือหลักฐานอื่นๆ

การติดต่อบริษัทประกันและการเจรจาต่อรอง

การติดต่อบริษัทประกันเมื่อถูกเฉียวชนนั้น เราควรที่จะเตรียมตัวและเตรียมหลักฐานกับเอกสารให้พร้อมเพื่อนำไปสู่การรับค่าสินไหมทดแทนหรือการเคลมประกันเช่น สำเนากรมธรรม์ ภาพจากกล้องหน้ารถ หรือหลักฐานอื่นๆ ที่สามารถใช้ได้เมื่อเกิดเหตุชนแล้วหนีเนื่องจากถ้าเราไม่ได้ทำประกันชั้น  1 นั้นถ้าไม่มีหลักฐานหรือพยานมากเพียงพอาจจะถูกมองว่าเป็นการ  ขับไปชนเองโดยไม่มีคู่กรณีแล้วประกันภัยรถบางชั้น อาจจะไม่ครอบคลุมในส่วนนี้ หรือถ้าเกิดเจอประกันไม่ดี บริษัทประกันภัยรถนั้นอาจจะไม่รับเรื่องได้แต่ SILKSPAN นั้นได้รวบรวมบริษัทประกันรถที่เชื่อถือและไว้ใจได้ซึ่งเป็นบริษัทประกันชั้นนำของไทยมารวบรวมไว้ในที่เดียวแล้วซึ่งเราสามารถมันใจได้ว่าจะมีแต่บริษัทประกันที่ไว้วางใจได้และจะดูแลคุณกับรถุของคุณได้เป็นอย่างดี

ระยะเวลาในการรับค่าชดเชย

ระยะเวลาในการชดเชยและพิจารณาจากบริษัทประกันภัยรถยนต์นั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยเช่น ประเภทของประกันภัยรถยนต์ หรือ ข้อกำหนดต่างๆที่กรมธรรม์ระบุเอาไว้ คู่กรณีก็เป็นส่วนสำคัญเช่นกันโดยทั่วไปแล้วการพิจารณาการเคลมประกันนั้นจะใช้เวลาที่ 1-2 อาทิตย์แต่อาจจะมีบางกรณีที่อาจจะใช้เวลาเร็วกว่านั้นหลัวจากนั้นเมื่อบริษัทประกันอนุมัติแล้วขั้นตอนต่อไปคือการส่งเงินชดเชย หรือ การอนุมัติที่สามารถเคลมประกันด้วยการไปส่งซ่อมที่อู่ได้โดยค่าใช้จ่ายในการซ่อมจะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนที่กรมธรรม์ได้ระบุไว้

4. วิธีช่วยลดความเสี่ยงเเละรับมือจากการถูกชนเเล้วหนี

การถูกชนแล้วหนีเป็นเหตุการณ์ที่เราไม่สามารถควบคุมได้ ดังนั้นผู้ขับขี่จึงควรเตรียมความพร้อมเพื่อลดความเสี่ยงและเตรียมตัวรับมือเมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นโดยวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดคือการติดกล้องบันทึกภาพหน้ารถของคุณเพื่อเวลาเกิดเหตุการณ์ถูกชนแล้วหนีจะมีกล้องกน้ารถของคุณที่จะช่วยเป็นหลักฐานสำคัญในการเคลมประกันและอีกทั้งยังสามารถที่จะเป็น หลักฐานในการใช้เพื่อแจ้งความดำเนินคดีได้อีกด้วย อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญคือการขับขี่ด้วยความระมัดระวังและทำตามกฏจราจรอย่างเคร่งครัด เช่น การใช้สัญญานไฟเลี้ยวเมื่อเปลี่ยนเลน หรือ การสังเกตุพฤติกรรมของผู้ขับขี่รอบข้างเมื่อเห็นว่ามีการขับขี่ที่ไม่ปลอดภัยก็ควรที่จะเว้นระยะห่างเพื่อความปลอดภัย