“บิ๊กสมชาย” ปลื้มคิกบ็อกซิ่งไทยยกทัพคว้าชัยกวาด 13 เหรียญ ปิดศึกชิงแชมป์เอเชีย ที่กัมพูชา

14.10.24 | 13:08 น.

สมาคมคิกบ็อกซิ่งไทย นำโดย นายสมชาย พูลสวัสดิ์ นายกสมาคม ป๋าชุ้น เกียรติเพชร ที่ปรึกษา น.ส.ทิรา บุญาณี กิตติกรณ์ อุปนายก พร้อมด้วยทีมผู้ฝึกสอน พันตำรวจโทสุรเชษฐ์ เดชะพันธ์ และคณะ นำทัพนักกีฬาคิกบ็อกซิ่งทีมชาติไทย ทั้งหมด 19 คน ประกอบด้วย ชาย 12 คน และหญิง 7 คน พร้อมทีมโค้ช 5 คน เข้าร่วมการแข่งขันคิกบ็อกซิ่งชิงแชมป์เอเชีย 2024 รายการ เอเชี่ยน คิกบ็อกซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2024 (Asian Kickboxing Championship 2024) ณ โอลิมปิก สเตเดียม กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ระหว่างวันที่ 6 – 13 ตุลาคม 2567

ผลการแข่งขันปรากฏว่า ทัพนักกีฬาคิกบ็อกซิ่งทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกวาดเหรียญรางวัลรวมมาได้ 13 เหรียญ ได้แก่ 7 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง

1.น.ส.นภัค กำลังศิลป์
เหรียญทอง ประเภท Lowkick รุ่นน้ำหนัก -52 Kg

2.นาย สิทธิโชค นาคสวัสดิ์
เหรียญทอง ประเภท Full contact รุ่นน้ำหนัก -57kg

Advertisement

3.นาย ชัยณรงค์ ยาวะโนภาส
เหรียญทอง ประเภท Full contact รุ่นน้ำหนัก -60 kg

4.นาย ธนพล ขนุนอ่อน
เหรียญทอง ประเภท Lowkick รุ่นน้ำหนัก -63.5 kg

5.น.ส.ธีรดา กิตติศิริประเสริฐ
เหรียญทอง ประเภท Creative Weapons

6.นาย อเล็กซ์ ซอง ดรูเออ มังกร แบริเยร์
เหรียญทอง ประเภท Kick Light -57 kg

7.นาย อเล็กซ์ ซอง ดรูเออ มังกร แบริเยร์
เหรียญทอง ประเภท point fighting -57 kg

8.นาย เนติพงษ์ พรหมโคตร
เหรียญเงิน ประเภท Lowkick รุ่นน้ำหนัก -51 kg

9.นาย บุญช่วย โพนสูงเนิน
เหรียญเงิน ประเภท Full contact รุ่นน้ำหนัก -67 kg

10.นาย จักรกฤษ คงตุ๊ก
เหรียญเงิน ประเภท K-1 รุ่นน้ำหนัก 63.5 kg

11.น.ส ศศิโสม แก้วศรี
เหรียญเงิน ประเภท point fighting -50 kg

12.นาย ธงชัย หัวนาค
เหรียญทองแดง ประเภท Lowkick รุ่นน้ำหนัก -54kg
13.น.ส.ธีรดา กิตติศิริประเสริฐ
เหรียญทองแดง ประเภท Creative Open hand

“บิ๊กชาย” นายสมชาย พูลสวัสดิ์ นายกสมาคมคิกบ๊อกซิ่งไทย เผยว่า “ในวันนี้ทุกคนทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก สมาคมฯ มุ่งหวังให้นักกีฬาทุกคนได้รับประสบการณ์เพื่อที่จะเตรียมตัวไปแข่งขันในกีฬาซีเกมส์ที่กำหนดจัดขึ้นปลายปี 2568”

 

นายสมชาย กล่าวต่อว่า “สำหรับการแข่งขันคิกบ็อกซิ่งชิงแชมป์เอเชียครั้งนี้เป็นการรวมนักกีฬาคิกบ็อกซิ่งฝีมือดีจากหลายประเทศในทวีปเอเชีย และถือเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของนักกีฬาทีมชาติไทยในเวทีสากล และยังเป็นการลุ้นตั๋วไป “เวิลด์เกมส์ 2025″ ที่ เมืองเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน ต่อไป”