จังหวัดกาญจนบุรีล้อมคอกรุกป่า เร่งสำรวจพื้นที่บริเวณแนวเชิงเขาและบนเขา หลังได้รับรายงานมีการบุกรุกแผ้วถางป่าจำนวนมาก โดยเฉพาะพื้นที่ ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและทำความเข้าใจกับชาวบ้าน หากไม่มีพื้นที่ให้หาพื้นที่ให้อยู่ใหม่ ห้ามบุกรุกป่าและเขาโดยเด็ดขาด ส่วนนายทุนตรวจสอบหากมีการบุกรุกให้ตรวจสอบเอกสารสิทธิเอาผิดยึดที่คืน
นายศักดิ์ สมบุญโต ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบพื้นที่บุกรุกผืนป่าในจังหวัดกาญจนบุรีว่า จังหวัดกาญจนบุรีได้รับรายงานจากป่าไม้จังหวัดว่ามีการรุกล้ำพื้นที่ป่าไม้และแนวเขาของชาวบ้านเพื่อการอยู่อาศัยและทำการเกษตร โดยเฉพาะที่ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี บริเวณเทือกเขามีการบุกรุกแผ้วถางป่าเป็นจำนวนมาก เมื่อดูภาพถ่ายทางอากาศพบกว่าพื้นที่บริเวณเขานั้นถูกบุกรุกและ ถางเป็นพื้นที่โล่งเหมือนเขาหัวล้าน คล้ายกับ จ.น่าน ซึ่งในอนาคตนั้นจะส่งผลต่อระบบนิเวศทางธรรมชาติ อากาศร้อน และฝนอาจจะไม่ตกต้องตามฤดูกาล หรือน้ำป่า เป็นต้น
จังหวัดกาญจนบุรีได้ให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมป่าไม้ อุทยานแห่งชาติ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. ทหารและตำรวจ เข้าร่วมตรวจสอบพื้นที่ และเมื่อพบผู้บุกรุกป่าจะแจ้งให้ทราบ และร่วมกันตรวจสอบพื้นที่ เอกสารสิทธิ และการครอบครองต่างๆ หากพบว่าเป็นชาวบ้านไม่มีที่อยู่อาศัย ก็จะหาพื้นที่อยู่อาศัยให้ใหม่ แต่ถ้าหากเป็นการบุกรุกของนายทุน และไม่สามารถตรวจสอบเอกสารสิทธิที่ครอบครองพื้นที่ได้ ก็จะดำเนินการทางกฎหมายและยึดพื้นที่คืน
การบุกรุกพื้นที่ป่าไม้และเขาในจังหวัดกาญจนบุรีนั้นมีพื้นที่ตรวจสอบเป้าหมายขณะนี้จำนวน 3 อำเภอ คือ อ.ไทรโยค อ.ทองผาภูมิ และ อ.ศรีสวัสดิ์ ซึ่งทั้ง 3 อำเภอนั้นเป็นพื้นที่ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานและป่าไม้เป็นส่วนใหญ่ และมีการบุกรุกจากชาวบ้านและนายทุนเป็นจำนวนมาก หากยังไม่ดำเนินการตรวจสอบและใช้มาตรการทางกฎหมายแล้ว ในอนาคตจะไม่สามารถดำเนินการได้ และที่สำคัญจะต้องชี้แจงให้ชาวบ้านได้รับรู้ถึงโทษในทางกฎหมายจากกรณีบุกรุก และโทษทางธรรมชาติที่เกิดจากการแผ้วถางป่าที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ
ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีกล่าวอีกว่า เราต้องทำให้ชาวบ้านเข้าใจและใช้พื้นที่อย่างถูกต้อง การใช้ชีวิตร่วมกันระหว่างคนกับป่า ซึ่งสามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างสมดุล ในหลายพื้นที่ของจังหวัดกาญจนบุรีที่มีชาวบ้านซึ่งเป็นชาวบ้านเชื้อสายกะเหรี่ยงที่ใช้ชีวิตร่วมกับป่าและธรรมชาติ ไม่ทำลายระบบนิเวศ อย่างชาวบ้าน ต.เขาโจด อ.ศรีสวัสดิ์ เป็นต้น เราจำเป็นจะต้องเปลี่ยนทัศนคติของชาวบ้านที่บุกรุกป่าและถางป่า รวมถึงทำลายป่าด้วยการเผาป่าและใช้ยากำจัดต้นไม้ในป่า ให้เป็นการใช้พื้นที่ป่าเพื่อการประกอบอาชีพที่สอดคล้องกันกับธรรมชาติ โดยให้ชาวบ้านได้ไปศึกษาในพื้นที่ที่เขาอยู่กับธรรมชาติได้เป็นต้น ทั้งนี้ จังหวัดกาญจนบุรีได้สั่งกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตรวจสอบพื้นที่ทั้ง 3 อำเภอโดยเร่งด่วนและมาสรุปผลการดำเนินการให้จังหวัดทราบถึงจำนวนผู้บุกรุกและมาตรการดำเนินการต่อผู้บุกรุกต่อไป

