สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กอดคอ TCEB นำ 46 กลุ่มอุตสาหกรรมบูม “พืชสวนโลกอุดรธานี2569” รวมพลังสร้าง 4 ประโยชน์ชาติ “เศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว-ไมซ์-ซอฟท์ พาวเวอร์” ปั้นเกษตรอุตสาหกรรมไทยสู่ Smart Model Agriculture Industries

นายอภิชิต ประสพรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยประธานสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต และประธานสายงานสมาชิกสัมพันธ์ เปิดเผยว่า พร้อมนำผู้ประกอบการธุรกิจภาคอุตสาหกรรมหลักของไทย พร้อมจะร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” ใช้เครือข่าย 46 กลุ่มอุตสาหกรรมทั่วประเทศ โปรโมทการจัดมหกรรม “พืชสวนโลกอุดรธานี 2569 : Udonthani International Horticultural Expo 2026” ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569-14 มีนาคม 2570 บริเวณสวนสาธารณะหนองแด ตำบลกุดสระ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี” เพราะเมื่อปี 2549 ไทยมีประสบการณ์นำระดับโลกมาจัดที่จังหวัดเชียงใหม่แล้วประสบความสำเร็จทุกมิติ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมไมซ์นานาชาติและการดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าชมตลอดงานได้ถึง 2-3 ล้านคน สร้างรายได้เกือบ 20,000 ล้านบาท ดังนั้นการจัดอีกครั้งที่จังหวัดอุดรธานี ปี 2569 จะสร้างประโยชน์เพิ่มอุตสาหกรรมทั่วภาคตะวันออกเฉียงเหนือและประเทศครอบคลุม 4 ส่วนหลัก ประกอบด้วย
ส่วนที่ 1 จะกระตุ้นการท่องเที่ยวเข้าสู่อุดรธานี ด้วยทำเลที่ตั้งเชื่อมโยงกับเพื่อนบ้านกลุ่มประเทศ CLMV : กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เวียดนาม
ส่วนที่ 2 ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและนวัตกรรมทางการเกษตรในอีกหลากหลายมิติสอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดทั่วโลก
ส่วนที่ 3 กระตุ้นเศรษฐกิจไทยเติบโตทั้งในภูมิภาคกระจายสู่หลายจังหวัดใกล้เคียงทั่วภาคอีสานและระดับประเทศ
ส่วนที่ 4 ส่งเสริมอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE :Meeting/การประชุมสัมมนา-Incentive/การเดินทางเพื่อเป็นรางวัล-Convention/งานประชุมขนาดใหญ่ระดับนานาชาติ-Exhibition/งานแสดงสินค้า) สามารถใช้เป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้เข้าร่วมงานจากทั่วโลกเข้ามาแลกเปลี่ยนความรู้ ข้อมูล ด้านอุตสาหกรรมเกษตร และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ในอีก 2 ปีหน้า โดยมีอุดรธานีและไทยเป็นศูนย์กลางจัดพืชสวนโลก

นายอภิชิตกล่าวว่าสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยมีโอกาสทำงานกับ “สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ” (องค์การมหาชน) “TCEB” ซึ่งเป็นองค์กรประสานร่วมกับหน่วยงานรัฐ เอกชน นำงานพืชสวนโลกเข้ามาจัดในไทย ดังนั้นจึงต้องการเห็นกลยุทธ์เชิงรุกร่วมกันทำงานอย่างเต็มที่ 6 เรื่อง ดังนี้
เรื่องแรก เร่งทำประชาสัมพันธ์เชิงรุกระดับประเทศ และนานาชาติ พร้อมกับวางแผนการตลาดโดยใช้เครือข่ายของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยขยายผลสร้างการรับรู้เป็นวงกว้างไปทั่วโลก โดยมีกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตร เป็นแกนหลัก ทำร่วมกับกลุ่มอุตสาหกรรมอื่น ๆ
เรื่องที่ 2 ขยายเครือข่ายองค์กรที่มีความเชี่ยวชาญด้าน MICE ระดับประเทศและนานาชาติเข้ามาร่วมสร้างพลังเชิญชวนสมาชิกทั่วโลกเข้ามาร่วมชมงานพืชสวนโลกอุดรธานีปี 2569 ให้ได้มากที่สุด
เรื่องที่ 3 เดินหน้าสร้างพันธมิตรกับองค์กรนานาชาติระหว่างประเทศให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้นเพื่อเพิ่มการนำงานเกี่ยวกับไมซ์ต่าง ๆ เข้ามาจัดในไทย และเชื่อมโยงเข้ากับอุดรธานีควบคู่กันไป เช่น สมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH :The International Association of Horticulture Prducers) องค์กรสิ่งแวดล้อม องค์กรด้านการเกษตรสีเขียว เพื่อมาจัดนิทรรศการแสดงสินค้า ต่อเนื่องต่อไป โดยผนวกเครือข่ายไมซ์ของไทยกับกลุ่มประเทศ CLMV เติบโต
เรื่องที่ 5 มุ่งเน้นการลงทุนพัฒนาศูนย์ประชุมนานาชาติให้ทันสมัย วางโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม เพื่ออำนวยความสะดวกระบบขนส่งสาธารณะ ประสานกับหน่วยงานต่าง ๆ ยกระดับไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค
เรื่องที่ 6 จัดทำแผนบริหารจัดการพื้นที่ให้เกิดความยั่งยืน ทั้งก่อน ระหว่าง และหลัง การจัดงานพืชสวนโลก เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว

นายอภิชิตย้ำสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเป็นพันธมิตรกับ TCEB ทำงานใกล้ชิดกันมาตลอด โดยเฉพาะการจัดงานนิทรรศการแสดงสินค้า ประชุมสัมมนา/symposium) ระดับประเทศและนานาชาติ ต่อเนื่อง มีงานที่ทางทีเส็บสนับสนุนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศแล้วสร้างความสำเร็จอย่างมากในช่วงฟื้นฟูเศรษฐกิจ เช่น งานแรก “FDI expo 2022” ที่จังหวัดเชียงใหม่ เป็นมหกรรมแสดงสินค้าและนวัตกรรม ซิมโฟเซี่ยม และจับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching) ปี 2565 ได้ต้อนรับการเปิดประเทศตอนโควิด-19 คลี่คลายลง สามารถกระตุ้นนักท่องเที่ยวเข้ามาเป็นจำนวนมาก และภาคอุตสาหกรรมไทยยังได้แสดงศักยภาพได้ด้วย งานที่สอง Northeast TECH Thailand และ AgroFex 2020 จังหวัดนครราชสีมา
ขณะที่ “งานพืชสวนโลกอุดรธานี 2569” อีก 2 ปีข้างหน้า เตรียมชูธีมจัดงานมุ่งสู่การเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จะช่วยจุดประกายให้ประชาชนหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ปัจจุบัน “สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย” มีโครงการส่งเสริมผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ให้หันมาขยายฐาน “เกษตรอุตสาหกรรม” กำลังสร้างโมเดล Smart Model Agriculture Industries ทำให้ประเทศไทยเร่งพัฒนาภาคการผลิตหรือซัพพลายเดินหน้าสร้างความแตกต่างทำให้เกิดเกษตรสมัยใหม่ไม่ใช่การเพาะปลูกซ้ำ ๆ แบบเดียวกันทั้งประเทศ
โดยได้จัดทำโครงการ “ส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรอัจฉริยะ หรือ SIA In The City” เป็นความร่วมมือของเครือข่ายสภาอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศทั้ง 46 กลุ่มอุตสาหกรรม แล้วเปิดเป็น “ศูนย์การเรียนรู้” บริเวณเขตจอมทอง จะเปิดช่วงเดือนมีนาคม 2568 เปิดให้ประชาชนและผู้ที่สนใจเข้ามาใช้บริการ โดยจะเน้นทำโดเมลเน้นใช้พลังงานสะอาดครบวงจรมาใช้การปลูกพืชแต่ละอย่าง เช่น เพาะเห็ดแล้วแปรรูปเพิ่มมูลค่าได้มากกว่าอาหาร ด้วยวิธีดึงองค์ประกอบในเห็ดไบโอเทคโนโลยี กับใช้ใยสังเคราะห์ต่าง ๆ ทำผลิตภัณฑ์สมัยใหม่

ตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นไป “สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย” กับ “TCEB” จะจับมือกันเดินหน้าสร้างการรับรู้อุตสาหกรรมไมซ์ และการจัดพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 โดยใช้เครือข่ายสมาชิก 46 กลุ่มอุตสาหกรรม ทำประชาสัมพันธ์เชิญชวนคนเข้าร่วมงานดังกล่าว โดยมีกลุ่มเครื่องจักรการเกษตร อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป และทุกกลุ่มที่เกี่ยวข้องช่วยกันทำอย่างเต็มที่ พร้อมกับจะนำเสนอนวัตกรรมใหม่ให้เกิดการบอกต่ออย่างแพร่หลายทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเตรียมตัวเดินทางเข้าร่วมงานพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 ทำให้ไทยประสบความสำเร็จตามเป้าหมายทุกด้าน
เรื่องโดย #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza, www.facebook.com/penroongyaisamsaen

