ความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชนในการดำเนินงานจัดการบรรจุภัณฑ์ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนด้วยหลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต (Extended Producer Responsibility: EPR)
มูลค่าของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์โลกมีมูลค่า 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 33 ล้านล้านบาท
และอัตราการเติบโตเฉลี่ย 5 ปี (2562 – 2566) ที่ร้อยละ 4.3 โดยในปี 2564 ประเทศไทยโดยกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมเรื่องการนำหลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต(Extended Producer Responsibility: EPR) มาใช้เพื่อจัดการบรรจุภัณฑ์หลังจากใช้แล้วให้หมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยร่วมมือกับสถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม (TIPMSE) ดำเนินกิจกรรมภายใต้ชื่อโครงการ PackBack เก็บกลับบรรจุภัณฑ์เพื่อวันที่ยั่งยืน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่ทดลองใช้เครื่องมือ EPR ในการจัดการกับบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วประเภทต่าง ๆ ทั้งแก้ว กระดาษ กระป๋องอลูมิเนียม และพลาสติกโดยได้รับการสนับสนุนจากหลายภาคส่วน ในกลุ่มของภาคธุรกิจ ภาครัฐ เอกชน ทั้งผู้ผลิต ผู้จำหน่าย ผู้รวบรวม โรงงานรีไซเคิล มากกว่า 140 องค์กร และเทศบาลเมืองแสนสุข เทศบาลเมืองบ้านบึง และเทศบาลตำบลเกาะสีชัง ประกาศโครงการนำร่องในพื้นที่จังหวัดชลบุรี เพื่อจัดการบรรจุภัณฑ์ด้วยหลักการ EPR ผ่านเครื่องมือ 3 รูปแบบ คือ 1) การสนับสนุนกลไกการรับซื้อ โดยการอุดหนุนกลไกการรับซื้อ
2) พัฒนาระบบเก็บกลับ โดยการตั้งจุด drop off ตลาดนัดรีไซเคิล ธนาคารขยะรีไซเคิล Saleng Delivery การสร้างแรงจูงใจ (แยกแลกของ ลุ้นรับโชค สะสมแต้ม) พนักงานท้ายรถคัดแยกการคัดแยกก่อนกำจัดฝังกลบ การพัฒนาคุณภาพวัตถุดิบร่วมกับร้านรับซื้อ และ 3) การสื่อสารและการสร้างองค์ความรู้ โดยการอบรม การสื่อสาร ทั้งผ่านออนไลน์และตัวต่อตัว
การดำเนินงานช่วงสองปีแรกเน้นการมีส่วนร่วมและพัฒนาระบบจัดเก็บด้วยวิธีการต่าง ๆ สามารถรวบรวมบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วได้ประมาณ 147 ตัน พบว่า “การเก็บกลับผ่านกลไกการรับซื้อ” ได้ปริมาณบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วสูง เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ต้องการผลตอบแทน ในขณะที่การคัดแยกโดยพนักงานเทศบาล ได้ปริมาณบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วรองลงมา โดยพนักงานเทศบาลกลุ่มของพนักงานเก็บขนจะทำการคัดแยกระหว่างปฏิบัติหน้าที่ท้ายรถ ซึ่งบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วที่คัดแยกคุณภาพวัตถุดิบไม่ดี เกิดการปนเปื้อน จะเห็นได้ว่าการคัดแยกต้นทางยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรส่งเสริมให้ประชาชนและทุกภาคส่วนมีการคัดแยกต้นทาง จะทำให้ได้วัตถุดิบที่สะอาดและมีคุณภาพ
การดำเนินงานร่วมกับเทศบาลนำร่องทั้ง 3 แห่ง พบว่าแม้ว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีนโยบาย
การคัดแยกขยะต้นทาง แต่อาจไม่เอื้อสู่การดำเนินงานการเก็บขนขยะตามประเภท โดยส่วนใหญ่ดำเนินงาน
เป็นลักษณะของกิจกรรม อาทิ ธนาคารขยะ แยกแลกของ ตลาดนัดวัสดุรีไซเคิล นอกจากนี้ ระบบโครงสร้างพื้นฐานในการเก็บกลับบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วที่เพียงพอก็มีส่วนสำคัญที่จะทำให้การคัดแยกขยะต้นทางและการเก็บรวบรวมได้ผลลัพธ์ที่ดี ปัญหาและอุปสรรคดังกล่าวได้นำมาพัฒนาเพื่อขยายผลคัดเลือกเทศบาลที่มีความพร้อมเข้าร่วม และต่อยอดการผลักดันให้เกิดนโยบายจากส่วนกลางที่เอื้อให้เกิดการคัดแยกต้นทางสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น การจัดเก็บตามวันเวลา ตั้งจุด drop off คัดแยก เป็นต้น
ในส่วนของภาครัฐที่จะส่งเสริมให้การดำเนินงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ กรมควบคุมมลพิษเสนอให้แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการจัดการบรรจุภัณฑ์ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ด้วยหลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต เพื่อบูรณาการการดำเนินงานของภาครัฐและภาคเอกชน ให้มี
การขับเคลื่อนการจัดการบรรจุภัณฑ์ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนด้วยหลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต ซึ่งในคณะกรรมการดังกล่าวมีผู้แทนจากภาคเอกชนผู้ผลิตทุกกลุ่มบรรจุภัณฑ์ และองค์กรต่าง ๆ เข้าร่วมเป็นกรรมการ และมีสถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นฝ่ายเลขานุการ โดยคณะกรรมการมีการจัดทำแผนการขับเคลื่อนการดำเนินงานการจัดการขยะบรรจุภัณฑ์ตามหลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 – 2570) ที่ครอบคลุม 1) การดำเนินงาน EPR ภาคสมัครใจของเอกชน 2) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น 3) การพัฒนาแนวทางการดำเนินงานตามหลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต (EPR) ในอนาคต (ถอดบทเรียนจากการนำร่อง) 4) การจัดทำข้อมูลและฐานข้อมูล 5) การพัฒนาข้อเสนอแรงจูงใจ (Incentives) เพื่อสนับสนุนภาคเอกชนกรณีจัดการบรรจุภัณฑ์ตามหลักการ EPR 6) การสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ เพื่อสร้างความร่วมมือกับผู้ที่เกี่ยวข้อง และ 7) การพัฒนากฎหมายการจัดการบรรจุภัณฑ์ตามหลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต (EPR)
แนวคิดใหม่ในการหมุนเวียนวัสดุกลับมาใช้ใหม่ “ขยะ” ต้องไม่ใช่ “ขยะ” แต่ “ขยะ” คือ “ทรัพยากร”
ที่ต้องนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ เพื่อลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ




