การวางแผนรับมือการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้า

18.11.24 | 10:35 น.

อุตสาหกรรมยานยนต์ ก้าวสู่ความเปลี่ยนผ่านจากเครื่องยนต์สันดาปไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งในปัจจุบัน ประเทศไทยมีความต้องการยานยนต์ไฟฟ้าประเภทต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ จึงกำหนดเป้าหมายเพิ่มจำนวนหัวจ่ายไฟฟ้าประเภท DC Fast Charger สำหรับรถ EV ให้ได้ 2,200 – 2,400 หัวจ่าย ภายในปีพุทธศักราช 2568 เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าให้ใช้งานได้อย่างรวมเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

อีกทั้ง ยังมีมาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการสถานีอัดประจุไฟฟ้า โดยให้ การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเป็นผู้จำหน่ายไฟฟ้า ในอัตราค่าไฟฟ้าแบบ Low Priority หรือการใช้ไฟฟ้าสำหรับสถานีอัดประจุไฟฟ้ามีส่วนสำคัญเป็นลำดับรอง ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน มีมติเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2566 ให้ปรับอัตรา Low Priority ขึ้นใหม่ที่ 2.9162 บาทต่อหน่วย มีผลตั้งแต่รอบบิลค่าไฟฟ้าเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2566 เป็นต้นไป เพื่อให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายของการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายเกิดความสมดุล

และเพื่อให้แผนการดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่น สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ได้หารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และ ผู้ประกอบการสถานีอัดประจุไฟฟ้า 16 บริษัทในประเทศไทย เพื่อทบทวนมาตรการส่งเสริมสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าและแนวทางการส่งเสริมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันและรองรับความต้องการในอนาคต

Advertisement

นับเป็นเป้าหมายสำคัญของ สนพ. ที่จะดำเนินการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานการอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้า  ให้มีการรองรับทุกโซลูชั่นอย่างครอบคลุม เพื่อประโยชน์แก่ผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าทุกประเภทต่อไปในอนาคต

สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติม ได้ที่ www.eppo.go.th หรือคลิกชม VDO ได้จากคลิปกันเลย

#สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน

#สนพ.

#เราสร้างสรรค์เพื่อทุกคน