มหาวิทยาลัยรามคำแหง ร่วมมือกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล 4 จัดกิจกรรมพัฒนาทักษะการสื่อสารและบุคลิกภาพเพื่อยกระดับการให้บริการประชาชนของข้าราชการตำรวจในพื้นที่ บก.น.4 ทั้ง 8 สน. จำนวน 200 นาย จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “การสื่อสารเพื่อการบริการประชาชนของตำรวจในยุคไทยแลนด์ 4.0” โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง พร้อมด้วย พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เป็นประธานเปิดงาน เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2560 ณ ห้องศักดิ์ ผาสุขนิรันต์ อาคารหอประชุมพ่อขุนรามคำแหงมหาราช
โอกาสนี้ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล บรรยายพิเศษ “ภาพลักษณ์ตำรวจไทยยุคไทยแลนด์ 4.0” โดยมี พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล คุณพรศักดิ์ พิทักษ์พูลสิน ประธาน อนุ กต.ตร.บก.น.4 และประธาน กต.ตร.สน.หัวหมาก และพล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล 4 รวมทั้งผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลทั้ง 8 แห่ง ตลอดจนข้าราชการตำรวจจราจร กว่า 200 นาย ร่วมในพิธี
ผศ.วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ อธิการบดี ม.ร. กล่าวว่า การอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “การสื่อสารเพื่อการบริการประชาชนของตำรวจในยุคไทยแลนด์ 4.0” ในครั้งนี้ ถือเป็นการบริการวิชาการแก่สังคม ถือเป็นพันธกิจหลักของมหาวิทยาลัยรามคำแหง และในฐานะบุคลาการทางการศึกษา จะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับสังคมและทำหน้าที่ส่งเสริม ให้กำลังใจคนดีในการทำงาน รวมทั้งเสริมสร้างสังคมให้มีความเข้มแข็งด้วย
“ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีที่วงการวิชาการกับสถาบันตำรวจได้ร่วมกันพัฒนาบุคลากร ข้าราชการตำรวจจราจรที่ต้องพบปะกับประชาชนจำนวนมาก ให้เกิดการสื่อสารและบริการที่ประทับใจ สมกับเป็นยุคไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างยิ่ง”
ด้าน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวถึงภาพลักษณ์ตำรวจไทยยุคไทยแลนด์ 4.0 ว่า ตำรวจเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ทุ่มเทกำลังแรงกาย แรงใจทำหน้าที่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ดูแลความปลอดภัยให้แก่ประชาชน สังคม และประเทศชาติ การทำงานจึงต้อง “รุก รบ จบเร็ว” ไม่สะสมความเกียจคร้านหรือเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้น ต้องทำทันทีให้จบทุกปัญหาโดยเร็ว เพื่อคลายความหวาดกลัว กังวนใจของประชาชน ดังนั้น การทำงานของข้าราชการตำรวจไทยในยุค 4.0 ต้องพร้อมทุกเวลานาที หากมีเหตุร้ายเกิดขึ้นต้องพร้อมปฏิบัติงานเสมอและต้องทำภารกิจนั้นๆ ให้สำเร็จ รวมทั้งต้องนึกถึง ใจเขาใจเรา ทุกข์ของประชาชนคือทุกข์ของเราด้วย ดังพระพระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ความว่า “ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครทำทุกคนให้เป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุขเรียบร้อย จึงไม่ใช้อยู่ที่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากอยู่ที่การส่งเสริมคนดีได้ปกครองบ้านเมืองและควบคุมคนไม่ดีไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวาย”
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวต่อไปว่า ขอให้มุ่งมั่น ตั้งใจทำความดีและสิ่งที่เป็นประโยชน์ รวมทั้งต้องเป็นคนเก่ง มีความรู้ในด้านต่างๆ และที่สำคัญเป็นคนกล้าที่จะต้องทำความดีด้วย ตลอดจนคำนึงเสมอว่าสิ่งที่ทำเป็นหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติ เมื่อเกิดกาจราจรติดขัดที่ใด ก็ต้องรีบเข้าไปแก้ไขอย่างฉับไว ซึ่งจะช่วยสร้างภาพลักษณ์ของข้าราชการตำรวจจราจรได้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ต้องขอความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนที่สัญจรไปมาด้วย
“การอบรมกับวันนี้จะทำให้ข้าราชการตำรวจจราจรมีความมั่นใจ และได้รับองค์ความรู้ นวัตกรรมใหม่ๆในการสื่อสาร และมีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้น ทำให้ประชาชนเกิดความรัก ความเมตตา และประทับใจในการปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งในระดับชาติสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้นานาชาติ ช่วยกันทำให้เกิดความสงบ ปลอดภัย และจราจรติดขัดน้อยลง ทั้งนี้ขอให้ยึดหลัก “ทำดี ทำได้ ทำทันที และต้องมีสมาธิ” นำไปใช้ในการทำงานต่อไป”
สำหรับ การจัดกิจกรรมครั้งนี้ ยังมีการบรรยายเรื่อง “การสื่อสารเพื่อการบริการประชาชน” และการแบ่งกลุ่มระดมความคิด “สถานการณ์เกี่ยวกับการสื่อสารกับประชาชนในขณะปฏิบัติหน้าที่จราจร” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิภา แก้วศรีงาม นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาและบุคลิกภาพ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ลีนา ลิ่มอภิชาต รองอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์ อาจารย์จเลิศ เจษฎาวัลย์ คณบดีคณะสื่อสารมวลชน ม.รามคำแหง ตลอดจนการนำเสนอผลงานและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นระหว่างกันด้วย

