นายศักดิ์ สมบุญโต ผุ้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานในการแถลงข่าวความสามัคคีปรองดองของคนในชาติ ณ.ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี โดยมีนายสมเจตน์ จงศุภวิศาลกิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี,พันเอกชินโชติ บุญไพศาลเจริญ รองผู้อำนวยการกองกำลังรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดกาญจนบุรี,พันตำรวจเอกเชาวลิต สุขสุวรร์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ,ด๊อกเตอร์ณรงค์เดช รัตนนานนท์เสถียร อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี,และนายวิสิทธิ์ พงษ์เพชร ปลัดจังหวัดกาญจนบุรี ร่วมในการแถลงข่าวให้กับสื่อมวลชนจากทุกแขนงเพื่อนำไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์โครงการดังกล่าวให้กับประชาชนได้รับรู้รับทราบแนวทางการดำเนินงาน
ในด้านของนายศักดิ์ สมบุญโต ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่าตามที่นายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชาอยากทำให้เกิดการปฎิรูปยุทธศาสตร์ของประเทศรวมทั้งให้เกิดความสามัคคีปรองดองกันให้สำเร็จลุล่วงไปโดยเร็วจึงมีการประชุมปรึกษากันแบ่งกรรมการเป็นหลายคณะทั้งในระดับส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนกลางก็มีหลายคณะเพื่อขับเคลื่อนการปฎิรูปประเทศและการสร้างความสามัคคีปรองดอง มีหลักก็คือ เรื่องการปฎิรูป การวางแผนยุติศาสตร์ประเทศ ในการสร้างความสามัคคีปรองดอง โดยใช้ คำย่อคือว่า ป.ย.ป. เพื่อให้เกิดการปฎิรูป การวางแผน การสร้างความสามัคคีปรองดอง และได้เรียนเชิญทุกภาคส่วนของจังหวัดกาญจนบุรี มาประชุมกันวางแผนกันให้เกิดการปฏิรูปยุทธศาสตร์ในการสร้างความสามัคคีปรองดองกันทุกระดับชั้นตั้งแต่ระดับล่างขึ้นไปถึงระดับบน ซึ่งจะได้จำกัดขอบเขตหรือทำขอบเขตให้เด่นชัดยิ่งขึ้น ในกลุ่มต่างๆได้แบ่งเป็น4กลุ่ม
กลุ่มแรก ก็จะมี นายกอบจ. สมาชิกสภาจังหวัด นายกอบต. นายกเทศมนตรีหรือกลุ่ม สท. หรือกลุ่มสมาชิกประจำตำบลหมู่บ้านเรียกว่าการเมืองท้องถิ่น กลุ่มแกนนำมวลชลทางการเมือง กลุ่มที่2กลุ่มนักวิชาการ นักวิชาการ นักศึกษาเช่นอาจารย์มหาลัยมหิดล ราชภัฏ ครู อาจารย์เป็นนักวิชาการในกลุ่มนี้จะประกอบด้วยสื่อมวลชลด้วย สื่อมวลชลอาจจะมี สิ่งพิมพ์ วิทยุ โซเชีลมีเดียต่างๆ กลุ่มองค์กรภาคประชาสังคม กลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชล NGO ที่ไม่ฝักใฝ่ก็เป็นกลุ่มภาคประชาสังคม หรือพวกจิตรอาสาต่างๆ กลุ่มอุดมการณ์ทางการเมือง บางคนชอบสังคมนิยม แล้วแต่ชอบอะไรต่างๆ พวกทุนนิยมอันนี้จะอยู่ใน
กลุ่มที่2 ก็จะมีการค้นคว้าหารรายชื่อกันว่ามีใครบ้าง เช่นเดียวกันกลุ่มนี้ก็ให้มาทีละ10คน เพื่อดูให้ชัดเจนหรือกลุ่มอุดมการณ์อะไรไม่ตรงก็จะแบ่งกันไม่เอามาประชันหน้ากัน
กลุ่มที่3อันนี้เป็นกลุ่มราชการพวกที่รับเงินเดือนไม่ว่าจะเป็นข้าราชการปกติ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พนักงานรัฐวิสาหกิจและก็เพิ่มเติมว่าคนที่ทำงานร่วมกันเช่นหอการค้า องค์กรต่างๆที่ทำงานร่วมกับรัฐบาลหรือองค์การประชารัฐต่างๆอันนี้เป็นอีกกลุ่มก็เช่นเดียวกันแต่กลุ่มนี้ไม่ค่อยขัดแย้งชัดเจนร่วมโต๊ะกันได้โต๊ะละ 10 คน
กลุ่มที่4 คือกลุ่มผู้นำชุมชน อันนี้ไม่เข้ากับสามกลุ่มแรก อาจจะเป็นกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม กลุ่มเกษตร กลุ่มคนในท้องถิ่น กลุ่มผู้นำจิตวิทยา กลุ่มทำเกษตรอินทรีย์ กลุ่มที่ไม่เข้าพวกในสามกลุ่มแรก กลุ่มสาขาอาชีพ กลุ่มช่างไม้ กลุ่มช่างต่างๆหรือกลุ่มดนตรีไทย กลุ่มหางเครื่อง
ทั้งหมดจะมี4กลุ่ม ใน4กลุ่มก็จะมีหน้าที่ที่เกี่ยวข้องค้นรายชื่อมาให้เป็นตัวแทนอาจจะไม่ได้มาหมดเพราะแต่ละกลุ่มจะแบ่งๆกันมา หรือถ้าใครไม่ได้เข้าในกลุ่มนี้ก็จะมีรายการในหัวข้อ 10+1 ว่ามีคุยเรื่องอะไรบ้าง ท่านสามารถคิดแล้วเสนอเอกสารเข้ามาได้อันนี้ก็เป็นการแบ่งกลุ่มองค์กร ซึ่งในการพูดคุยครั้งนี้เป็นการพูดคุยเพื่อที่จะสร้างสรรค์ประเด็นที่พูดคุยเรื่องแรกคือการปฏิรูปประเทศแน่นอนว่าต้องมีการพัฒนายก เช่นแค่เราปลูกข้าวจะเรียกปฏิรูปการปลูกข้าวก็จะมีหัวข้อคือข้อ1.ทำอย่างไรให้ลดต้นทุนในการปลูกข้าว ข้าวก็ต้องลดต้นทุน 2.ทำอย่างไรเพื่อที่จะให้เพิ่มผลผลิต 3.ทำอย่างไรเพื่อที่จะไม่อันตรายต่อชาวนา ไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค สิ่งแวดล้อมทำให้ได้พันธ์ดีๆ เรียกการทำใหม่ๆคิดใหม่ๆเราเรียกการปฏิรูป การปฏิรูปเมื่อไหร่เค้าจะเรียกว่าวางยุทธศาสตร์ จะมีระยะเวลาในขั้นตอน มีการวางแผน
อีกเรื่องคือเรื่องที่ไม่ค่อยถูกกันถ้าจะให้เข้าหากันจะทำยังไงให้เดินไปด้วยกันได้ จะอยู่ในหมวดที่3 คือการสร้างความปรองดองฉะนั้นทุกคนมีสิทธ์ที่จะคิดและหาวิธีการที่จะทำ ให้สำเร็จตามความคิดถ้าเกิดว่ามีปัญหาให้คิดวิธีแก้ไขปัญหาถ้าความคิดดีอาจจะนำไปใช้ได้เลยแต่ต้องมีวิธีการที่จะแก้ไขปัญหาด้วย

