เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2567 กรมชลประทานร่วมกับโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) จัดประชุมทบทวนและถอดบทเรียนความก้าวหน้าในการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการด้านเพศภาวะ (Gender Action Plan) ประจำปี 2567 โดยมีเป้าหมายสำคัญในการบูรณาการมิติด้านเพศภาวะในทุกระดับของการบริหารจัดการน้ำและการเกษตร เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้หญิง เยาวชน และกลุ่มเปราะบางให้สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การดำเนินงานครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเสริมสร้างความสามารถในการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในลุ่มน้ำของประเทศไทย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทุนภูมิอากาศสีเขียว (GCF) โดยเน้นการให้ผู้หญิงและกลุ่มเปราะบางเข้าถึงข้อมูลสำคัญและทรัพยากรที่จำเป็น รวมถึงเสริมสร้างบทบาทผู้นำในชุมชน ในปีที่ผ่านมา โครงการฯ สามารถส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้หญิงในกิจกรรมต่างๆ ได้มากกว่า 40% ผ่านการจัดตั้งโรงเรียนเกษตรกร การอบรมพัฒนาศักยภาพ และการพัฒนาแนวทางการปรับตัวโดยอาศัยระบบนิเวศ (EbA) ซึ่งช่วยสร้างโอกาสให้ผู้หญิงสามารถเข้าถึงข้อมูลด้านสภาพภูมิอากาศเพื่อนำไปวางแผนการจัดการน้ำและการเกษตรได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังพบข้อจำกัดในการเข้าถึงทรัพยากรและอำนาจการตัดสินใจที่เป็นอุปสรรคสำคัญในการขับเคลื่อนความเสมอภาคทางเพศ

ในปี 2568 โครงการฯ ตั้งเป้าขยายการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย พร้อมร่วมมือกับคณะกรรมการกำกับดูแลด้านความเสมอภาคระหว่างหญิงชายในการพัฒนามาตรฐานขั้นตอนปฏิบัติงาน (SOP) เพื่อแบ่งปันข้อมูลด้านสภาพภูมิอากาศที่คำนึงถึงมิติด้านเพศภาวะ รวมถึงการพัฒนาศักยภาพ “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง” และเผยแพร่เรื่องราวความสำเร็จเพื่อตอกย้ำความสำคัญของการสร้างความเท่าเทียมทางเพศในบริบทของการพัฒนาที่ยั่งยืน โครงการสำคัญ ได้แก่ ตลาดแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่จะส่งเสริมให้เพศหญิงได้ร่วมเป็นหัวหน้าโครงการ โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษายมน่าน ในพื้นที่ 24 ตำบล 7 อำเภอ 3จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพิษณุโลก สุโขทัย และอุตรดิตถ์ ภายใต้โครงการเสริมสร้างความสามารถในการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในลุ่มน้ำของประเทศไทย ด้วยการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพและการเกษตรแบบยั่งยืน
กรมชลประทานและ UNDP ยังคงเดินหน้าร่วมกันผลักดันส่งเสริมให้เพศหญิงได้เป็นผู้จัดการในการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่มีความหมาย ให้เพศหญิงเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมความเท่าเทียมและความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างอนาคตที่ทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมกันในการรับมือกับความท้าทายของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมทั้งพัฒนาชุมชนและสังคมไทยให้แข็งแกร่ง



