การประชุมวิชาการระดับนานาชาติด้านวัสดุศาสตร์ ครั้งที่ 6 (ICMARI 2024)

19.12.24 | 16:15 น.

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติ 6th International Conference on Materials Research and Innovation 2024 (หรือ 6th ICMARI 2024) ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ โดยมีศาสตราจารย์ ดร. ดอกรัก มารอด รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและความเป็นสากล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้เกียรติเป็นผู้กล่าวรายงานการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ รวมถึงได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ธงชัย สุวรรณสิชณน์ ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) นางสุภาพร โชคเฉลิมวงศ์ ผู้อำนวยการกองบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรม 1 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ รองศาสตราจารย์ ดร.วราภา มหากาญจนกุล ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปารเมศ กําแหงฤทธิรงค์ คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เข้าร่วมพิธีเปิดงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติ 6th ICMARI 2024 ด้วย ซึ่งงานนี้จัดโดยศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางวัสดุยางและพอลิเมอร์เพื่อการเกษตรและอุตสาหกรรม ภาควิชาวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านยางพารา สำนักงานการวิจัยแห่ชาติ ในวันที่ 18-19 ธันวาคม 2567 โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.วีรศักดิ์ สมิทธิพงศ์ ประธานจัดงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติฯ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางฯ และผู้บริหารจัดการศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านยางพารา สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ร่วมกับภาคีเครือข่ายประกอบด้วยสถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สมาคมพอลิเมอร์แห่งประเทศไทย และสมาคมนักวิชาการยางและถุงมือยาง รวมถึงการจัดประชุมในครั้งนี้ โดยได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ต่อศักดิ์ แก้วจรัสวิไล และคณะทำงานจากศูนย์กลางความรู้ศิลปะมวยไทยสู่ระดับโลก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ จัดการแสดงศิลปะมวยไทยที่เป็น Soft power ของประเทศไทยในพิธีเปิดงานประชุมวิชาการ ซึ่งเป็นการสร้างความร่วมมือระหว่างศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญ (Hub of Talents) และศูนย์รวมองค์ความรู้ (Hub of Knowledges) ภายใต้สำนักงานการวิจัยแห่งชาติอีกด้วย

งานประชุมวิชาการนานาชาติ ICMARI 2024 จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 6 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนานักวิจัยและเผยแพร่องค์ความรู้สมัยใหม่ทางวิทยาศาสตร์ด้านวิจัยและนวัตกรรมทางด้านวัสดุศาสตร์ให้แก่นิสิตนักศึกษา คณาจารย์ บริษัท องค์กร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเปิดโอกาสให้นักวิชาการได้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมความเข้มแข็งและสร้างความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและภาคอุตสาหกรรมทั้งในและต่างประเทศ ในการต่อยอดความก้าวหน้าของงานวิจัยด้านยางพารา พอลิเมอร์ และวัสดุศาสตร์ ภายใต้กรอบเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ และส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมทั้งภาควิชาการและภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือนักวิจัยด้านยางพารา พอลิเมอร์ และวัสดุศาสตร์ ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้สอดรับกับนโยบายประเทศไทย 4.0 ที่ต้องการขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยนวัตกรรมไปสู่การเปลี่ยนแปลง พร้อมเป็นรากฐานที่สำคัญสำหรับความก้าวหน้าของประเทศไทยตลอด 2 ทศวรรษที่กำลังจะมาถึง ซึ่งภายในงานมีการจัดงานประชุมนำเสนอผลงานแบบปากเปล่าและแบบโปสเตอร์ใน 3 หัวเรื่อง 1. Natural Rubber Science and Engineering (Sponsor by Hub of Talents in Natural Rubber, NRCT), 2. Sustainable Polymers and Biomaterials และ 3. Special Advanced Materials รวมถึง Parnel discussion ในหัวข้อ Strengthening Thailand’s Glove Value Chain: Overcoming Challenges through Innovation and ESG จากนายอดิศักดิ์ กองวารี นายกสมาคมผู้ผลิตถุงมือยางไทยและเครือข่ายผู้ประกอบการด้านยางพารา

โดยการประชุมวิชาการนานาชาติครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากสปอนเซอร์จากหน่วยงานในหลากหลายภาคส่วน ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านยางพารา สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) Program Management Unit for Competitiveness (บพข.) บริษัท เอส.เค. โพลีเมอร์ จำกัด บริษัท ไทยรับเทค จำกัด บริษัท ฮอริบา (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท เซิร์นเทค จำกัด บริษัท เทรเชอร์ โปรดักส์ จำกัด บริษัท แอลเอ็มเอส อินสทรูเม้นท์ จำกัด บริษัท ซีจี ไซแอนติฟิค จำกัด บริษัท ซีจี เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด บริษัท เจริญทัศน์ จำกัด บริษัท เมทเล่อร์-โทเลโด (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ซายน์ สเปค จำกัด บริษัท สยามยูไนเต็ดรับเบอร์ จำกัด และ Publish In English Proofreading & Editing Service

การประชุมวิชาการนานาชาติในครั้งนี้ได้รับความสนใจและมีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 140 คน จากหลายภาคส่วน ประกอบด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.ธงชัย สุวรรณสิชณน์ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) (ประเทศไทย) Prof. Sadhan C. Jana จาก The University of Akron (สหรัฐอเมริกา) Assoc. Prof. Karine Mougin จาก Institut de Science des Materiaux de Mulhouse (France) รองศาสตราจารย์ ดร.เจริญ นาคะสรรค์ จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ประเทศไทย) ศาสตราจารย์ ดร.ปราณี ภิญโญชีพ จากสมาคมพอลิเมอร์แห่งประเทศไทย (ประเทศไทย) และ Prof. Arkadiusz Chworos จาก Polish Academy of Sciences (Poland) อีกทั้งยังได้รับความสนใจจากนิสิตนักศึกษา อาจารย์ นักวิจัย ผู้ประกอบการจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส โปแลนด์ ญี่ปุ่น จีน มาเลเซีย ลาว และไทย

Advertisement

นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอผลงานวิจัยในรูปแบบโปสเตอร์ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 หัวข้อ คือ Materials Research และ Materials Innovation โดยมีการมอบรางวัลผลงานโปสเตอร์ แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่

  1. การนำเสนอผลงานวิจัยแบบโปสเตอร์ประเภท Materials Research ได้แก่

รางวัลชนะเลิศอันดับหนึ่ง คือ นางสาวศรัญปรียา ศรีสินรุ่งเรือง โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย

รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่หนึ่ง คือ นางสาวสุทธิกานต์ พรหมชนะ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่สอง คือ นายณัฏฐพล ไชยวิเชียร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

  1. การนำเสนอผลงานวิจัยแบบโปสเตอร์ประเภท Materials Innovation ได้แก่

รางวัลชนะเลิศอันดับหนึ่ง คือ นางสาวสุชาวดี รัตนะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่หนึ่ง คือ นางสาวภัทราวดี แซ่โค้ว มหาวิทยาลัยมหิดล

รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่สอง คือ นางสาวฐิติรัตน์ พรพงศ์วัชร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

จากการจัดประชุมวิชาการนานาชาติในครั้งนี้ ก่อให้เกิดการสร้างเครือข่ายวิจัยและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับภาคอุตสาหกรรม ภาคการศึกษาและนักวิจัยทั้งในและต่างประเทศ ทำให้เกิดผลกระทบ (Impact) ต่อวงการวิชาการเป็นอย่างสูงโดยเฉพาะทางการวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาการและเทคโนโลยีของวัสดุศาสตร์ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรมของภูมิภาคนี้และในที่สุดก็จะส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจร่วมกันต่อไป จัดเป็นการสนับสนุนนโยบายของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยเฉพาะนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาลในการพัฒนาประเทศต่อไปในอีก 20 ปีข้างหน้าอีกด้วย