ไทยพีบีเอส จัดเสวนาครบรอบ 20 ปี “สึนามิ” ร่วมถอดบทเรียน-เตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติในอนาคต

20.12.24 | 18:23 น.

องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือไทยพีบีเอส โดยสำนักข่าว

ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดงานเสวนา Thai PBS NEWS FORUM ครั้งที่ 1 หัวข้อ “20 ปี สึนามิ จุดเปลี่ยน…ภัยพิบัติ” เพื่อร่วมรำลึก 20 ปีเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิที่ถล่ม 6 จังหวัดทางภาคใต้ของไทย มุ่งหวังถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา ทบทวนมาตรการที่ใช้ในการรับมือภัยพิบัติ และประเมินความพร้อมในการรับมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในปัจจุบัน ที่สตูดิโอ 3 ไทยพีบีเอส

เริ่มการเสวนาด้วย นายไมตรี จงไกรจักร์ ผู้จัดการมูลนิธิชุมชนไท และอดีตผู้ประสบเหตุสึนามิ จ.พังงา เล่าเหตุการณ์ในวันนั้นว่า หลังจากที่เกิดสึนามิถล่มชายฝั่งอันดามันของไทย เขาเห็นภาพศพจำนวนมากกองระเกะระกะ และซากปรักหักพัง ที่เหลืออยู่เพียงบ้านสองชั้น ซึ่งเข้าใจว่าโลกได้ถูกน้ำท่วมทั้งหมดและคิดว่าพวกเขาคงเป็นกลุ่มคนสุดท้ายที่รอดชีวิต จากทั้งหมดที่เหลือมีแค่ทะเลกว้าง

“ผมตัดสินใจเก็บเศษขยะที่ลอยมาต่อแพ และนำศพกับคนพิการขึ้นไปบนแพ โชคดีที่พบศพพ่อในบ้าน จึงนำศพออกมาได้ เมื่อเห็นคนเจ็บเริ่มคลานเข้ามา ก็รู้สึกโล่งใจที่ยังมีคนรอดชีวิตอยู่ และเราก็หนีต่อไป” นายไมตรี กล่าว

Advertisement

แพทย์หญิงคุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์ อดีตผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กล่าวว่า กรณีสึนามิไม่ควรมองว่าเป็นแค่ภัยพิบัติ แต่ควรมองเป็นสถานการณ์วิกฤต เพื่อที่จะเข้าใจปัญหามากขึ้น ในช่วงนั้น ปัญหาหลักคือ รัฐยังไม่พร้อม เช่น นายกรัฐมนตรีให้รัฐมนตรีดูแลแต่ละจังหวัด แต่พื้นที่ที่ต้องบริหารมีมากเกินไป หรือแม้กระทั่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ก็ไม่สามารถทราบจำนวนผู้เสียชีวิตได้ ตำรวจก็มองเป็นเรื่องอาชญากรรม ดังนั้น การบริหารจัดการในสถานการณ์แบบนี้ต้องใช้วิธีการพิเศษ ไม่ใช่ตามโครงสร้างปกติ

“ทุกอย่างจึงเป็นการแก้ไขปัญหาทีละวัน และค่อย ๆ แก้ไขปัญหาไป โดยต้องลดความเสี่ยง และอยากให้มีการถอดบทเรียน เพราะถ้าทำได้ดีจะช่วยให้เราเรียนรู้และนำไปใช้ประโยชน์ได้” แพทย์หญิงคุณหญิง พรทิพย์ กล่าวทิ้งท้าย

นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า ปภ.ได้เตรียมการซักซ้อมการแจ้งเตือนภัยอย่างสม่ำเสมอ มีการอบรมแผนเผชิญเหตุ และระบบการบริหารจัดการเหตุการณ์ให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และผู้บริหารท้องถิ่น รวมถึงการเน้นให้จังหวัดปรับปรุงพื้นที่เสี่ยงภัยและซักซ้อมแผนการอพยพประชาชน นอกจากนี้ ยังมีการฝึกซ้อมการอพยพกับประชาชนในพื้นที่ 6 จังหวัดที่เสี่ยงภัย รวมถึงการออกแบบสิ่งปลูกสร้างที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการอพยพด้วย

สำหรับระบบการแจ้งเตือนภัย ปภ.จะรับข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา สทนช. กรมทรัพยากรธรณี และกรมทรัพยากรน้ำ เพื่อนำมาวิเคราะห์และตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงภัย ก่อนที่จะประกาศแจ้งเตือน เมื่อมั่นใจว่าเกิดเหตุการณ์ในพื้นที่ ปภ.จะแจ้งเตือนไปยังหน่วยงานราชการ เพื่อให้เตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือ และส่งข้อมูลเตือนภัยไปยังประชาชน ผ่านโซเชียลมีเดียหรือ SMS ซึ่งข้อความจะไม่เกิน 70 เป็นภาษาไทย หากเป็นภาษาอังกฤษจะมีข้อความยาวเป็นสองเท่า ระบบนี้จะแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า 12-24 ชั่วโมง หรือในกรณีฉุกเฉินจะมีการแจ้งเตือน 6-12 ชั่วโมง หากเข้าหลักเกณฑ์แจ้งเตือนภัย 5 ระดับ รวมถึงทุกช่องทาง เพื่อให้ประชาชนมีความพร้อมในการเฝ้าระวัง

ปัจจุบัน ปภ. มีทุ่นเตือนภัยจำนวน 2 ทุ่นที่ทำงานร่วมกับอินโดนีเซีย และหอสัญญาณ 130 แห่งในอันดามัน ซึ่งจะส่งสัญญาณเตือนภัยพร้อมกันเมื่อเกิดเหตุ และทุกวันพุธ เวลา 08.00 น. จะมีการทดสอบระบบเพื่อให้ประชาชนคุ้นเคยกับการแจ้งเตือน

นายก่อเขต จันทเลิศลักษณ์ ผู้อำนวยการสำนักข่าว ไทยพีบีเอส กล่าวว่า แม้เหตุการณ์สึนามิจะเกิดขึ้นมาแล้ว 20 ปี แต่ภัยพิบัติจากธรรมชาติยังคงมีอยู่และใกล้ตัวเราเสมอ การพูดถึงเหตุการณ์นี้อีกครั้งจึงเป็นการทบทวนและมองไปข้างหน้า ว่าควรทำอะไรเพิ่มเติม งานนี้มุ่งเน้นให้ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน และภาควิชาการ ได้มาร่วมกันหาทางออกและดำเนินการเพื่อป้องกันภัยพิบัติในอนาคต

ภัยพิบัติจากธรรมชาติจะยังคงเป็นปัญหาสำคัญในอนาคต โดยเฉพาะภัยจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งไม่ใช่แค่โลกร้อน แต่เป็นปัญหาที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ การพูดถึงภัยพิบัติในหลายรูปแบบ ทั้งสึนามิและภัยพิบัติอื่น ๆ เช่น เหตุการณ์น้ำท่วมที่แม่สาย เป็นการเรียนรู้และเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ ยังมีผลกระทบที่กว้างขวางจากภัยพิบัติ เช่น การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต การขาดแคลนทรัพยากร และผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหาร ดังนั้น การทำงานร่วมกันเพื่อเตรียมความพร้อมและลดความเสียหายจากภัยพิบัติจึงเป็นสิ่งสำคัญ นายก่อเขต กล่าว

ทั้งนี้ ตลอดเดือนธันวาคม 2567 ไทยพีบีเอสจะนำเสนอเนื้อหาพิเศษเกี่ยวกับสึนามิผ่านรายการต่าง ๆ แล้ว ในช่วงระหว่างวันที่ 24-27 ธันวาคม 2567 จะไปร่วมจัดกิจกรรมในพื้นที่ ณ อนุสรณ์สถานสึนามิบ้านน้ำเค็ม อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา โดยจะมีถ่ายทอดสัญญาณจาก จ.พังงา ผ่ายรายการข่าวต่าง ๆ ตลอดทั้งวัน รวมถึงรายการพิเศษ “20 ปี สึนามิ จุดเปลี่ยนภัยพิบัติ” ที่จะนำเสนอภาพบรรยากาศรําลึกจาก 4 ประเทศที่เคยได้รับผลกระทบจากสึนามิ ได้แก่ อินโดนีเซีย บังคลาเทศ มัลดีฟส์ และอินเดีย

นอกจากนี้ ยังมีการจัด “Policy Forum ครั้งที่ 26 : 20 ปี สึนามิ บทเรียนและจินตนาการใหม่ การจัดการภัยพิบัติ” ระดมความคิดเห็นเพื่อผลักดันการจัดทำนโยบายการจัดการภัยพิบัติอย่างยั่งยืน พร้อมนำเสนอข้อมูลและการติดตามนโยบายภัยพิบัติ จากแพลตฟอร์ม Policy Watch และเปิดตัวสารคดี “คลื่นเปลี่ยนเรา คลื่นเปลี่ยนโลก” (The Wave that changed the world) เรื่องราวของการตระหนักรู้และเตือนภัยธรรมชาติจากคลื่นยักษ์ สารคดีฝีมือคนไทย โดยความร่วมมือของ 10 ประเทศสมาชิกสหภาพวิทยุและโทรทัศน์แห่งภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก หรือ ABU ที่จะฉายครั้งแรกในโลก ณ บ้านน้ำเค็ม จ.พังงา ด้วย

มาร่วมกันเรียนรู้จากอดีต เพื่อสร้างความพร้อมในปัจจุบัน และมุ่งหน้าสู่การจัดการภัยพิบัติที่ครอบคลุมและยั่งยืน ทางไทยพีบีเอส ช่องหมายเลข 3 ทุกช่องทางออนไลน์ และ www.thaipbs.or.th/Disaster ตลอดเดือนธันวาคม 2567

สามารถติดตามไทยพีบีเอสทุกช่องทางออนไลน์ ได้ที่

▪ Website : www.thaipbs.or.th
▪ Application : Thai PBS

▪ Social Media Thai PBS : FacebookYouTubeX (Twitter)LINETikTokInstagramThreads