เดินหน้าตั้งศูนย์รับร้องเรียน หลอกพระโชว์หัวฉีดน้ำดับเพลิง อาละวาดนัก
มิจฉาชีพระบาดหนักวงการสงฆ์ คนร้ายใช้โซเชียลหลอกพูดคุยพระให้เคลิ้มแล้ววางแผนให้เหยื่อเปิดหัวฉีดน้ำดับเพลิงโชว์ผ่านโซเชียล ล่าสุดพระลูกวัดไผ่ล้อมโดนอีก หลวงพี่น้ำฝนตลบหลังให้ลูกศิษย์โอน 4 บาท ย้อนรอยจับบัญชีม้า สาวถึงขบวนการ ส่วนนายกสมาคมไวยาวัจกรแห่งประเทศไทยเตรียมดำเนินคดีทั้งคนก่อเหตุและผู้เปิดบัญชีม้า โดยประสานหลวงพี่น้ำฝนถือฤกษ์ดีวันคริสต์มาส เปิดตัวศูนย์รับรองทุกข์กันปัญหาพระตกเป็นเหยื่อ ย้ำ พระสงฆ์ต้องรู้ว่าอยู่ในสถานะใดไม่ใช่ปล่อยใจให้ล่องลอยแล้วกลายเป็นเหยื่อ
เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม อ.เมือง จ.นครปฐม เดินหน้าเอาจริง จัดทีมงานพระ ลูกศิษย์ วิดีโอคอล แก๊งมิจฉาชีพหลอกคุยพระทำสนิทใจแล้วชักชวนให้เปลื้องจีวรแลกดูหัวจ่ายเครื่องดับเพลิง หลังอาละวาดหนักวนกลับมาหลอกพระลูกวัดอีก คราวนี้ทีมงานตั้งท่ารอหลอกส่งบัญชีโอนเงิน สำเร็จ เตรียมเดินหน้าแจ้งความเอาผิดสาวหาขบวนการอันตรายสายผ้าเหลือง โดยไม่เว้นเอาผู้เปิดบัญชีม้าเข้าห้องขังด้วย ซึ่งในการสนทนาวิดีโอคอล แก๊งมิจฉาชีพได้เผยท่าทีสนทนา กดดันข่มขู่ ซึ่งหากใครหรือพระรูปใดจิตไม่แข็งอาจพลาดเป็นเหยื่อ ซึ่งสุดท้าย ทีมงานถึงกับทนไม่ไหวต้องด่ากราดด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว ไม่เป็นตามแผนที่แก๊งนี้ต้องการหลอกเงินจากเหยื่อ
หลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม เผยว่า เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจากพระลูกวัดว่ามีแก๊งมิจฉาชีพซึ่ง น่าจะเป็นแก๊งเดิมกับคนที่เคยหลอกรีดทรัพย์จากพระลูกวัดรายหนึ่ง โดยคนร้ายได้เงินไป 50,000 บาท โดยมีลักษณะพฤติกรรมเหมือนเดิมคือเข้ามาทักทายใน Facebook ส่วนตัว จากนั้นก็จะทำทีชักชวนพูดคุยให้เคลิบเคลิ้ม เมื่อเห็นว่าเหยื่อหลงกลก็จะเข้าเชิงรุกด้วยการชักชวนให้ถอดเสื้อผ้าโชว์ จากนั้นก็จะให้ปฏิบัติกิจผ่านกล้อง เมื่อเหยื่อซึ่งเป็นพระภิกษุหลงกลแล้ว ก็จะนำภาพที่แอบบันทึกไว้มาข่มขู่และรีดทรัพย์เหมือนเดิม โดยจะแคปเอา Pages ของคนดังและสำนักสื่อรวมถึงทนายความต่างๆ มาข่มขู่ แต่ครั้งนี้พระลูกวัดทุกรูป ได้รู้ล่วงหน้ามาก่อน ซึ่งอาตมาได้สั่งการให้มีการประสานงานกับทีมกฎหมายในการล่อซื้อ ซึ่งตอนนี้เชื่อว่าน่าจะได้มีการแจ้งความกับแก๊งนี้อีกหนึ่งคดี ซึ่งมีเป้าหมายในการปกป้องพระพุทธศาสนา และพระสงฆ์ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของแก๊งมิจฉาชีพ และถือว่าเป็นมหันตภัยในวงการซึ่งกำลังมีพระภิกษุตกเป็นเหยื่ออยู่อีกมากในขณะนี้ ซึ่งตอนนี้อยากจะเตือนพระภิกษุที่กำลังจะตกเป็นเหยื่อว่าต้องรู้ตัวเองว่าอยู่ในสถานะใด ต้องมีสติที่จะไม่พลาดให้ตัวเองตกเป็นเหยื่อ โดยหากมิจฉาชีพล่อลวงก็ควรพิจารณาถึงสถานะที่กำลังห่มผ้าเหลืองอยู่จะได้ไม่เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง
“ตอนนี้อาตมาได้รับแจ้งเรื่องราวของแก๊งมิจฉาชีพเข้ามาเยอะมาก จึงได้ตัดสินใจประสานกับนายกสมาคมไวยาวัจกรแห่งประเทศไทยในการตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ สำหรับแก๊งรีดทรัพย์ โดยใช้วิธีการวิดีโอคอลเป็นการ Black Mail โดยเชื่อว่าทั่วประเทศน่าจะมีพระที่ถูกกระทำแต่ไม่กล้าออกมาแจ้งความและไม่กล้าดำเนินคดีเนื่องจากมีความอับอาย เรื่องนี้อาจจะมาจึงขอแจ้งว่าวัดไผ่ล้อม จะขอตั้งเป็นศูนย์ประสานงานในการให้ความรู้ทางกฎหมายกับพระภิกษุซึ่งอาจจะหลงผิดและรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และเคลิบเคลิ้มไปกับกระบวนการเหล่านี้ จึงอยากจะขอบอกกับแก๊งนี้ว่าอย่าทำกับพระสงฆ์เลย มันเป็นบาป และเรามีทีมกฎหมายที่จะตามเรื่องคดีความตั้งแต่ผู้ก่อเหตุ ผู้ร่วมขบวนการ รวมถึงผู้ที่เปิดบัญชีมาสนับสนุนการหลอกลวงแบบนี้ด้วย” หลวงพี่น้ำฝนกล่าวปิดท้าย

ด้าน นายศุภภัทร์พจน์ นิติศศธร หรือทนายพจน์ ในฐานะนายกสมาคมไวยาวัจกรแห่งประเทศไทย กล่าวว่ากลุ่มขบวนการเหล่านี้เริ่มมีการดำเนินการที่มากขึ้น และล่าสุดพระลูกวัดไผ่ล้อมก็โดนอีกหนึ่งรายแต่เป็นกระบวนการที่ทางผมและคณะสงฆ์ได้วางแผนร่วมกันในการล่อซื้อเพื่อจะให้มีการดำเนินคดีอย่างจริงจัง และผมก็จะเดินหน้าสุดซอยเพื่อที่จะเอาผิดกับขบวนการเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นต้นทางที่เข้ามาหลอกลวงรวมถึงบุคคลที่เปิดบัญชีม้า มารับโอนซึ่งตรงนี้ก็จะมีมีความผิดอาญาและมีโทษจำคุกสูงด้วย

ทนายพจน์กล่าวอีกว่า สำหรับวันนี้หลังจากได้ปรึกษาหารือกับหลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม ผมจึงได้ขอแจ้งให้ทราบว่าตอนนี้ที่วัดไผ่ล้อม และทางผม นายกสมาคมไวยาวัจกรแห่งประเทศไทย ได้มีการตั้งศูนย์ร้องทุกข์ร้องเรียน ซึ่งสามารถแจ้งมาทางผมได้ ผ่านทางเพจ “คุยข่าว เล่าความ” หรือจะประสานงานมาที่สำนักงานวัดไผ่ล้อม เราจะมีการให้ความรู้ทางด้านกฎหมายโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ซึ่งเรื่องนี้ต้องขอฝากไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ว่าควรจะมีการประชาสัมพันธ์อย่างจริงจังและให้ความรู้อย่างชัดเจน เนื่องจากจะทำให้ไม่เกิดความเสื่อมเสียในวงการคณะสงฆ์ และขอให้ประชาชนได้มองอีกมุมว่าพระที่ถูกหลอกลวง เป็นพระใหม่ หรือพระที่ออกพรรษา แต่เราเองอาจจะมองท่านว่าเป็นสมมุติสงฆ์ มีความพระอรหันต์ ซึ่งมีความคาดหวังสูง แต่ต้องตระหนักว่าท่านก็ยังเรียนรู้อะไรได้ไม่มากและกลุ่มมิจฉาชีพนี้ก็จะอาศัยช่องว่างตรงนี้หว่านแห หากใครพลาดก็จะตกเป็นเหยื่อทันที เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่เราจะมองข้ามไม่ได้แล้ว

