Hub of Talents ยางพารา วช. ประชุมสร้างเครือข่าย/พัฒนาโจทย์วิจัยภาคใต้

15.01.25 | 16:59 น.

ปัจจุบันอุตสาหกรรมยางพาราตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำเริ่มมีการขยายตัวไปทั่วพื้นที่ของประเทศไทยมากขึ้น ดังนั้นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในด้านต่าง ๆ ของอุตสาหกรรมยางพาราจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมยางพาราทั้งระบบเพื่อให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับยางพาราและช่วยกระจายรายได้ให้กับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องได้เป็นอย่างมาก ในการนี้ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านยางพารา (Hub of Talents in Natural Rubber) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ จึงได้ดำเนินการจัดประชุมสร้างเครือข่ายความร่วมมือและพัฒนาโจทย์วิจัยในอุตสาหกรรมยางทั้งระบบต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำในพื้นที่ภาคใต้ ในวันอังคารที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2568 ณ โรงแรมทีอาร์ร็อคฮิลล์ จังหวัดสงขลา นำโดยรองศาสตราจารย์
ดร.วีรศักดิ์ สมิทธิพงศ์ ผู้บริหารจัดการศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญฯ และหัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางวัสดุยางและพอลิเมอร์เพื่อการเกษตรและอุตสาหกรรม ภาควิชาวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นประธานจัดกิจกรรม พร้อมทั้งคณะทำงานและภาคีเครือข่ายในภาคใต้ อาทิ รองศาสตราจารย์ ดร.นิธินาถ แซ่ตั้ง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมดำเนินการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมงานทั้งสิ้น 55 คน จากหน่วยงานต่าง ๆ ได้แก่ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ การยางแห่งประเทศไทยเขตภาคใต้ตอนล่าง ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 11 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี สมาคมยางพาราไทย สมาคมน้ำยางข้นไทย สมาคมธุรกิจไม้ยางพาราไทย สมาคมผู้ผลิตถุงมือยางไทย กลุ่มเกษตรทำสวนยาง กลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) และผู้ประกอบการด้านยางพารา

โดยกิจกรรมประชุมสร้างเครือข่ายความร่วมมือและพัฒนาโจทย์วิจัยในอุตสาหกรรมยางทั้งระบบต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างนักวิจัยในภาครัฐและภาคเอกชนในอุตสาหกรรมยางพาราทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ตลอดจนรวบรวมข้อมูลของปัญหาเพื่อนำเสนอแนวทางการแก้ไขและกำหนดเป็นโจทย์วิจัย ซึ่งกิจกรรมในภาคเช้าจะเป็นการสร้างเครือข่ายและสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้องด้านยางพาราที่เข้าร่วมงานทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยได้รับเกียรติจากผู้ช่วยศาสตราจารย์ สุพล เพชรานนท์ อดีตหัวหน้าคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลามาเป็นวิทยากรบรรยาย ทำความรู้จัก สร้างแรงบันดาลใจ และสร้างเครือข่ายระหว่างบุคลากรด้านยางพารา

Advertisement

สำหรับกิจกรรมในภาคบ่ายจะเป็นการประชุมกลุ่มย่อยเพื่อระดมสมองในการพัฒนาโจทย์วิจัยในอุตสาหกรรมยางทั้งระบบต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ตลอดจนความต้องการในการฝึกอบรมของบุคลากรในภาคส่วนต่าง ๆ โดยมีข้อสรุป ดังนี้

  1. ด้านต้นน้ำ : สำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและผู้ประกอบการภาคเอกชนที่เกี่ยวกับยางพารากลางน้ำมีความต้องการหรือแนวทางโจทย์วิจัยไปทางด้านการจัดการสวนยางพารา เช่น โรคและแมลงที่เกี่ยวข้อง ปัญหาแรงงาน ปัญหาราคายาง และปัญหาสิ่งแวดล้อม รวมถึงอุปกรณ์ที่ช่วยในการลดต้นทุนและเวลา เป็นต้น
  2. ด้านกลางน้ำ : สำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและผู้ประกอบการภาคเอกชนที่เกี่ยวกับยางพารากลางน้ำ มีความสนใจในด้านกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องทางด้านยางพารา เช่น EU Deforestation Regulation (EUDR) เป็นต้น การประเมิน Carbon footprint ของอุตสาหกรรมยางพาราทั้งห่วงโซ่อุปทาน การใช้พลังงานทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับกระบวนการผลิตและแปรรูปไม้ยางพารา ตลอดจนการพัฒนาปัจจัยและเทคโนโลยีการผลิตน้ำยางข้น ยางแท่ง และยางแผ่นอีกด้วย
  3. ด้านปลายน้ำ : สำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและผู้ประกอบการภาคเอกชนที่เกี่ยวกับยางพาราปลายน้ำ ได้มุ่งเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาในกระบวนการผลิต และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบใหม่เพื่อสร้างมูลค่าให้แก่ยางพารา การสนับสนุนทางด้านการตลาด และการส่งออกผลิตภัณฑ์ยางพาราไปยังต่างประเทศ ตลอดจนมีความต้องการแนวทางในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผลิตภัณฑ์ยางพาราไทยด้วย

จากการจัดประชุมสร้างเครือข่ายความร่วมมือและพัฒนาโจทย์วิจัยในอุตสาหกรรมยางทั้งระบบต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำในพื้นที่ภาคใต้ครั้งนี้ ก่อให้เกิดการสร้างเครือข่ายวิจัยและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐ ภาคการเกษตร ตลอดจนภาคการศึกษาและคณะนักวิจัย ทำให้เกิดผลกระทบ (Impact) ต่ออุตสาหกรรมยางพาราทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะแนวทางการวิจัยและพัฒนาด้านยางพาราเพื่อเข้าร่วมแก้ไขปัญหาแก่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับยางพาราซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมทั้งระบบและในที่สุดก็จะส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย ซึ่งศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านยางพารา วช. จะดำเนินการรวบรวมข้อมูลส่งให้สำนักงานการวิจัยแห่งชาติต่อไป