แน่นอนว่าหากให้พูดถึงเรื่องประกันหลายๆท่าน ต่างก็ต้องนึกถึงประกันชีวิตเป็นอันดับแรก น้อยคนที่จะรู้ว่ามีประกันสุขภาพด้วย และความแตกต่างของ ประกันชีวิตและประกันสุขภาพมันต่างกันอย่างไร การจ่ายเงินค่าคุ้มครองเหมือนกันหรือไม่ และทำเพียงแค่ตัวเดียวคุ้มครองหมดหรือไม่วันนี้เรามีคำตอบ พร้อมได้ขนเอาทุกคำตอบที่ทุกท่านสงสัยมาตอบในบทความนี้ และอะไรที่ตอบโจทย์กว่ากัน มาดูความต่างของประกันทั้งสองได้เลย
: ประกันชีวิตกับประกันสุขภาพ เลือกแบบไหนดี ต่างกันอย่างไร?
ประกันชีวิต อย่างตามชื่อประกันตรงตัว ก็คือเรื่องของการคุ้มครองครอบคลุมของชีวิต โดยประกันตัวนี้จะเข้ามาช่วยคุ้มครองชีวิตของผู้ทำประกัน โดยประกันประเภทนี้นั้นจะเน้นการคุ้มครองชีวิตและมอบความมั่นคงทางการเงินให้แก่ผู้รับผลประโยชน์เมื่อผู้ทำประกันเสียชีวิตหรือครบกำหนดสัญญา โดยประกันตัวนี้ทางด้านของผู้ทำประกันสามารถเลือกแผนที่เหมาะสมกับการเงินของแต่ละบุคคลได้อีกด้วย
ประกันสุขภาพ สำหรับประกันปรพเภทนี้จะเป็นการคุ้มครองค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ ค่ารักษาพยาบาล ค่าผ่าตัด ค่าห้องพักในโรงพยาบาล และค่ารักษาโรคร้ายแรง ประกันประเภทนี้จะช่วยคุ้มครองหากว่าผู้ทำประกันเกิดเหตุต้องเข้าโรงพยาบาล โดยค่ารักษาตัวประกันจะเป็นฝ่ายรับผิดชอบโดยผู้ทำประกันไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น แต่หากมีค่าใช้จ่ายเกินความคุ้มครองค่าใช้จ่ายส่วนต่างตัวผู้ทำประกันต้องทำการจ่ายเองทั้งหมด
: ประเภทของประกันชีวิต
- ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ สำหรับประกันประเภทนี้จะให้ความคุ้มครองตลอดชีวิตและมอบเงินก้อนให้ผู้รับผลประโยชน์เมื่อผู้ทำประกันเสียชีวิตตามที่เรารู้ๆและเข้าใจกันนั่นเองส่วนเงินก้อนจะได้เท่าไหร่ก็ขึ้นอยู่กับแผนประกันที่ผู้ทำประกันเลือกเอาไว้
- ประกันชีวิตแบบระยะเวลา สำหรับประกันประเภทนี้จะให้ความคุ้มครองในช่วงเวลาที่กำหนดอย่างเช่น 5 ปี เป็นต้น หากเสียชีวิตในช่วงเวลานั้น ผู้รับผลประโยชน์จะได้รับเงินประกัน
- ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ สำหรับประกันประเภทนี้จะให้ความคุ้มครองชีวิตและการออมเงิน และเมื่อครบสัญญาตัวผู้ทำประกันจะได้รับเงินคืนโดยไม่จำเป็นต้องเสียชีวิตนั่นเอง
- ประกันชีวิตแบบบำนาญ สำหรับประกันประเภทสุดท้ายตัวนี้ได้มีการออกแบบมาเพื่อสร้างรายได้ระยะยาวในช่วงเกษียณ เมื่อครบกำหนดตามสัญญาตัวผู้ประกันสามารถรับเงินก้อนได้ทันที แต่ต้องมีอายุครบตามสัญญาที่ทำเอาไว้
: ประเภทของประกันสุขภาพ
- ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย ประกันสขภาพตัวแรกที่หลายๆท่านนิยมทำ นั่นก็คือประกันประเภทเหมาจ่าย โดยประกันประเภทนี้นั้นจะให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลตามวงเงินที่กำหนด ค่าใช้จ่ายทุกอย่างจะเป็นตามสัญญาประกันที่ได้ระบุเอาไว้
- ประกันสุขภาพแบบค่าห้อง ในส่วนของประกันสุขภาพประเภทนี้จะเป็นในความคุ้มครองเพียงแค่ค่าห้องและค่ารักษาตามเงื่อนไขของกรมธรรม์
- ประกันสุขภาพแบบเฉพาะโรค และอีกประเภทของประกันสุขภาพที่ผู้คนต่างก็ให้ความสนใจและหันมาทำประกันประเภทนี้กันจำนวนมาก นั่นก็คือประกันโรคร้ายแรงโดยตัวประกันจะให้ความคุ้มครองโรคร้ายแรงหรืออุบัติเหตุเฉพาะทาง โดยโนคร้ายแรงจะมีระบุในสัญญาของประกันอย่างชัดเจน

: เหตุผลที่ควรมีทั้งประกันชีวิตและประกันสุขภาพ
- ให้ความคุ้มครองครบวงจรไม่ว่าจะเป็นประกันชีวิตหรือประกันสุขภาพ
- ลดความเสี่ยงทางการเงิน แน่นอนว่าเมื่อเกิดเหตุขึ้นเรื่องเงินเป็นสิ่งสำคัญการมีประกันจะช่วยให้ผู้ทำประกันอุ่นใจเรื่องค่าใช้จ่ายมากขึ้น
- เป็นการวางแผนการเงินที่ดี สำหรับประกันบางประเภทสามารถทำเป็นออมเมื่อถึงอายุสัญญาก็ได้ค่าประกันเป็นเงินก้อนเป็นสำรองเลี้ยงชีพได้
- ลดหย่อนภาษีได้ นอกจากจะซื้อความอุ่นใจแล้วนั้น การทำประกันก็สามารถที่จะนำไปลดหย่อนภาษีได้เช่นกัน
- เสริมความมั่นคงให้ครอบครัว อย่างที่ได้บอกกล่าวไปนั้นการทำประกันบางประเภทสามารถสร้างเป็นเงินออมได้ เมื่อครบสัญญาผู้ทำประกันก็มีเงินทำให้รากฐานครอบครัวเรื่องการเงินมั่นคงมากขึ้น
: แนะนำประกันสุขภาพและประกันชีวิตจาก AXA ทำประกันเพื่อความอุ่นใจ
: AXA SmartCare Executive
เป็นแผนประกันสุขภาพที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลทั้งในฐานะผู้ป่วยใน (IPD) และผู้ป่วยนอก (OPD) โดยสามารถเลือกแผนได้ตามความต้องการของแต่ละบุคคล
ความคุ้มครองหลัก
- คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสูงสุด 750,000 บาท
- ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยใน (IPD) และผู้ป่วยนอก (OPD)
- ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลกรณีล้างไตจากไตวายเรื้อรัง และรักษาโรคมะเร็ง
- คุ้มครองทั่วโลกในกรณีบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ
ค่าเบี้ยประกัน
- ขึ้นอยู่กับแผนที่เลือก อายุ และปัจจัยด้านสุขภาพของผู้ทำประกัน
- สามารถเลือกผ่อนชำระรายเดือนหรือรายปีได้
: iHealthy Ultra Bronze
แผนประกันสุขภาพเหมาจ่ายที่ให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมเพิ่มมากขึ้น โดยประกันประเภทนี้จะเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองที่สูงขึ้นในกรณีรักษาพยาบาล
ความคุ้มครองหลัก
- วงเงินค่ารักษาสูงสุด 10,000,000 บาทต่อปีกรมธรรม์
- ซื้อได้ตั้งแต่อายุ 6 ขวบ และคุ้มครองต่อเนื่องจนถึงอายุ 90 ปี
- ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก
- ค่ารักษาพยาบาลเกี่ยวกับการตั้งครรภ์และการคลอดบุตร
- ครอบคลุมถึงการผ่าตัด ล้างไต และการรักษาโรคมะเร็ง เช่น เคมีบำบัด รังสีรักษา และการรักษามะเร็งแบบ Targeted Therapy
ค่าเบี้ยประกัน
- เบี้ยประกันภัยขึ้นอยู่กับอายุและแผนที่เลือก
- สามารถเลือกจ่ายเป็นรายปีหรือแบ่งจ่ายรายเดือน
: iInvest – ประกันชีวิตควบการลงทุน
แผนประกันชีวิตที่ช่วยสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน ประกันประเภทนี้จะเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองชีวิตพร้อมทั้งโอกาสในการเพิ่มพูนความมั่งคั่งในอนาคต
ความคุ้มครองหลัก
- ชำระเบี้ยประกันภัยครั้งเดียว ไม่มีภาระผูกพันระยะยาว
- สามารถเพิ่มเงินลงทุนได้ทุกปี ตั้งแต่ปีที่ 2 เป็นต้นไป
- มอบผลประโยชน์กรณีเสียชีวิต 110% ของเบี้ยประกันภัยที่ชำระ
- สามารถเลือกกองทุนการลงทุนได้หลากหลายตามความเสี่ยงที่รับได้
ค่าเบี้ยประกัน
- จ่ายเบี้ยประกันภัยครั้งเดียว และสามารถเติมเงินลงทุนเพิ่มเติมได้
: iWealthy – ประกันออมเงินเพื่อการเกษียณอายุ
แผนประกันชีวิตที่ช่วยให้คุณบริหารการออมเงินเพื่ออนาคต พร้อมทั้งเพิ่มมูลค่าและส่งต่อความมั่งคั่งจากรุ่นสู่รุ่น และเมื่อครบอายุเกษียณ ผู้ทำประกันจะได้รับเงินก้อนทันที
ความคุ้มครองหลัก
- ชำระเบี้ยประกันภัยเป็นงวด เพื่อสะสมไว้สำหรับสร้างผลตอบแทน
- สามารถปรับเปลี่ยนความคุ้มครองชีวิตได้ โดยมอบผลประโยชน์กรณีเสียชีวิตสูงถึง 120%
- สามารถเลือกกองทุนที่ต้องการลงทุนได้เอง
- รับโบนัสพิเศษทุกปี ตั้งแต่ปีที่ 6 เป็นต้นไป
ค่าเบี้ยประกัน
- สามารถเลือกจ่ายเบี้ยประกันภัยเป็นงวด หรือเลือกระยะเวลาการชำระเงินตามแผนที่ต้องการ

: วิธีการเลือกประกันชีวิตและประกันสุขภาพ สิ่งที่ต้องนำมาพิจารณาก่อนทำสัญญา
การเลือกซื้อประกันชีวิตและประกันสุขภาพเป็นการตัดสินใจทางการเงินที่สำคัญ เพราะเราจะมีภาระทางการเงินที่ต้องนำมาจ่ายค่าเบี้ยประกัน เพราะฉะนั้นแล้วการคำนวนและการคำนึงจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยทั่วไปแล้วเราต้องคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้
- งบหรือค่าเบี้ยที่เราจ่ายไหวที่สามารถจ่ายเบี้ยประกันได้อย่างสม่ำเสมอ
การเลือกแผนประกันควรคำนึงถึงเรื่องเบี้ยประกันเป็นอันดับแรก เพราะค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไม่ควรกระทบต่อค่าใช้จ่ายจำเป็นในชีวิตประจำวัน
- พิจารณาความต้องการด้านความคุ้มครอง
หากเราสนใจทำประกันประเภทนี้ควรอ่านความคุ้มครองให้ครบถ้วน และความคุ้มครองนั้น จะต้องครอบคลุมทุกความต้องการของเราด้วยเช่นกัน
- คำนึงถึงอายุและสภาพสุขภาพปัจจุบัน
ข้อนี้ถือว่าสำคัญทั้งสองประกันไม่ว่าจะประกันสุขภาพหรือประกันชีวิตเรื่องของอายุและสุขภาพมีผลต่ออัตราเบี้ยประกันและสิทธิ์ในการรับประกันสุขภาพ หากสมัครประกันสุขภาพขณะที่อายุน้อยและสุขภาพแข็งแรง เบี้ยประกันมักจะถูกกว่าและได้รับความคุ้มครองมากขึ้นนั่นเอง
- พิจารณาภาระผูกพันทางการเงินและครอบครัว
อีกเรื่องที่ขาดไม่ได้ เพราะหากว่าทางครอบครัวหรือตัวผู้ทำประกันมีภาระทางการเงิน เช่น การดูแลบุตร หนี้สิน หรือค่าใช้จ่ายในครอบครัว แนะนำควรเลือกแผนประกันชีวิตที่ให้ผลประโยชน์เพียงพอในการช่วยเหลือครอบครัวในกรณีฉุกเฉิน
- อ่านและเปรียบเทียบเงื่อนไขของแต่ละบริษัทประกัน
การศึกษารายละเอียดของกรมธรรม์เป็นสิ่งสำคัญเพราะเมื่อถึงคราวต้องใช้จริงๆ เราควรได้รับค่าความคุ้มครองแบบครอบคลุมมากที่สุด
ประกันชีวิตกับประกันสุขภาพ เลือกแบบไหนดี ต่างกันอย่างไร ประกันทั้งสองประเภทนี้มีหน้าที่และความคุ้มครองที่ต่างกันอย่างชัดเจน ด้วยรูปแบบความคุ้มครองและรวมไปถึงค่าเบี้ยที่ต้องจ่ายรายเดือน ดังนั้นหากต้องการทำประกัน ท่านควรคำนวนงบทางการเงินที่ท่านมี พร้อมกับเลือกแผนประกันที่สามารถจ่ายไหว เพื่อสร้างความอุ่นใจหากมีเหตุฉุกเฉิน และเงินสำรองในอนาคต
แหล่งที่มาข้อมูลจากเว็บไซต์ตัวแทนประกันชีวิตกรุงไทยแอกซ่า : https://www.ichalita.com/articles/health/life-insurance-vs-health-insurance/

