ประกันชีวิตกับประกันสุขภาพ เลือกแบบไหนดี ต่างกันอย่างไร ต้องทำทั้งคู่ไหม?

20.02.25 | 15:39 น.

แน่นอนว่าหากให้พูดถึงเรื่องประกันหลายๆท่าน ต่างก็ต้องนึกถึงประกันชีวิตเป็นอันดับแรก น้อยคนที่จะรู้ว่ามีประกันสุขภาพด้วย และความแตกต่างของ ประกันชีวิตและประกันสุขภาพมันต่างกันอย่างไร การจ่ายเงินค่าคุ้มครองเหมือนกันหรือไม่ และทำเพียงแค่ตัวเดียวคุ้มครองหมดหรือไม่วันนี้เรามีคำตอบ พร้อมได้ขนเอาทุกคำตอบที่ทุกท่านสงสัยมาตอบในบทความนี้ และอะไรที่ตอบโจทย์กว่ากัน มาดูความต่างของประกันทั้งสองได้เลย


 : ประกันชีวิตกับประกันสุขภาพ เลือกแบบไหนดี ต่างกันอย่างไร?

ประกันชีวิต อย่างตามชื่อประกันตรงตัว ก็คือเรื่องของการคุ้มครองครอบคลุมของชีวิต โดยประกันตัวนี้จะเข้ามาช่วยคุ้มครองชีวิตของผู้ทำประกัน โดยประกันประเภทนี้นั้นจะเน้นการคุ้มครองชีวิตและมอบความมั่นคงทางการเงินให้แก่ผู้รับผลประโยชน์เมื่อผู้ทำประกันเสียชีวิตหรือครบกำหนดสัญญา โดยประกันตัวนี้ทางด้านของผู้ทำประกันสามารถเลือกแผนที่เหมาะสมกับการเงินของแต่ละบุคคลได้อีกด้วย

ประกันสุขภาพ สำหรับประกันปรพเภทนี้จะเป็นการคุ้มครองค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ ค่ารักษาพยาบาล ค่าผ่าตัด ค่าห้องพักในโรงพยาบาล และค่ารักษาโรคร้ายแรง ประกันประเภทนี้จะช่วยคุ้มครองหากว่าผู้ทำประกันเกิดเหตุต้องเข้าโรงพยาบาล โดยค่ารักษาตัวประกันจะเป็นฝ่ายรับผิดชอบโดยผู้ทำประกันไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น แต่หากมีค่าใช้จ่ายเกินความคุ้มครองค่าใช้จ่ายส่วนต่างตัวผู้ทำประกันต้องทำการจ่ายเองทั้งหมด

 : ประเภทของประกันชีวิต

  1. ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ สำหรับประกันประเภทนี้จะให้ความคุ้มครองตลอดชีวิตและมอบเงินก้อนให้ผู้รับผลประโยชน์เมื่อผู้ทำประกันเสียชีวิตตามที่เรารู้ๆและเข้าใจกันนั่นเองส่วนเงินก้อนจะได้เท่าไหร่ก็ขึ้นอยู่กับแผนประกันที่ผู้ทำประกันเลือกเอาไว้
  2. ประกันชีวิตแบบระยะเวลา สำหรับประกันประเภทนี้จะให้ความคุ้มครองในช่วงเวลาที่กำหนดอย่างเช่น 5 ปี เป็นต้น หากเสียชีวิตในช่วงเวลานั้น ผู้รับผลประโยชน์จะได้รับเงินประกัน
  3. ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ สำหรับประกันประเภทนี้จะให้ความคุ้มครองชีวิตและการออมเงิน และเมื่อครบสัญญาตัวผู้ทำประกันจะได้รับเงินคืนโดยไม่จำเป็นต้องเสียชีวิตนั่นเอง
  4. ประกันชีวิตแบบบำนาญ สำหรับประกันประเภทสุดท้ายตัวนี้ได้มีการออกแบบมาเพื่อสร้างรายได้ระยะยาวในช่วงเกษียณ เมื่อครบกำหนดตามสัญญาตัวผู้ประกันสามารถรับเงินก้อนได้ทันที แต่ต้องมีอายุครบตามสัญญาที่ทำเอาไว้

 : ประเภทของประกันสุขภาพ

  1. ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย ประกันสขภาพตัวแรกที่หลายๆท่านนิยมทำ นั่นก็คือประกันประเภทเหมาจ่าย โดยประกันประเภทนี้นั้นจะให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลตามวงเงินที่กำหนด ค่าใช้จ่ายทุกอย่างจะเป็นตามสัญญาประกันที่ได้ระบุเอาไว้
  2. ประกันสุขภาพแบบค่าห้อง ในส่วนของประกันสุขภาพประเภทนี้จะเป็นในความคุ้มครองเพียงแค่ค่าห้องและค่ารักษาตามเงื่อนไขของกรมธรรม์
  3. ประกันสุขภาพแบบเฉพาะโรค และอีกประเภทของประกันสุขภาพที่ผู้คนต่างก็ให้ความสนใจและหันมาทำประกันประเภทนี้กันจำนวนมาก นั่นก็คือประกันโรคร้ายแรงโดยตัวประกันจะให้ความคุ้มครองโรคร้ายแรงหรืออุบัติเหตุเฉพาะทาง โดยโนคร้ายแรงจะมีระบุในสัญญาของประกันอย่างชัดเจน

Advertisement

: เหตุผลที่ควรมีทั้งประกันชีวิตและประกันสุขภาพ

  1. ให้ความคุ้มครองครบวงจรไม่ว่าจะเป็นประกันชีวิตหรือประกันสุขภาพ
  2. ลดความเสี่ยงทางการเงิน แน่นอนว่าเมื่อเกิดเหตุขึ้นเรื่องเงินเป็นสิ่งสำคัญการมีประกันจะช่วยให้ผู้ทำประกันอุ่นใจเรื่องค่าใช้จ่ายมากขึ้น
  3. เป็นการวางแผนการเงินที่ดี สำหรับประกันบางประเภทสามารถทำเป็นออมเมื่อถึงอายุสัญญาก็ได้ค่าประกันเป็นเงินก้อนเป็นสำรองเลี้ยงชีพได้
  4. ลดหย่อนภาษีได้ นอกจากจะซื้อความอุ่นใจแล้วนั้น การทำประกันก็สามารถที่จะนำไปลดหย่อนภาษีได้เช่นกัน
  5. เสริมความมั่นคงให้ครอบครัว อย่างที่ได้บอกกล่าวไปนั้นการทำประกันบางประเภทสามารถสร้างเป็นเงินออมได้ เมื่อครบสัญญาผู้ทำประกันก็มีเงินทำให้รากฐานครอบครัวเรื่องการเงินมั่นคงมากขึ้น

 :  แนะนำประกันสุขภาพและประกันชีวิตจาก AXA ทำประกันเพื่อความอุ่นใจ

 : AXA SmartCare Executive

เป็นแผนประกันสุขภาพที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลทั้งในฐานะผู้ป่วยใน (IPD) และผู้ป่วยนอก (OPD) โดยสามารถเลือกแผนได้ตามความต้องการของแต่ละบุคคล

ความคุ้มครองหลัก

  • คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสูงสุด 750,000 บาท
  • ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยใน (IPD) และผู้ป่วยนอก (OPD)
  • ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลกรณีล้างไตจากไตวายเรื้อรัง และรักษาโรคมะเร็ง
  • คุ้มครองทั่วโลกในกรณีบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ

ค่าเบี้ยประกัน

  • ขึ้นอยู่กับแผนที่เลือก อายุ และปัจจัยด้านสุขภาพของผู้ทำประกัน
  • สามารถเลือกผ่อนชำระรายเดือนหรือรายปีได้

 : iHealthy Ultra Bronze

แผนประกันสุขภาพเหมาจ่ายที่ให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมเพิ่มมากขึ้น โดยประกันประเภทนี้จะเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองที่สูงขึ้นในกรณีรักษาพยาบาล

ความคุ้มครองหลัก

  • วงเงินค่ารักษาสูงสุด 10,000,000 บาทต่อปีกรมธรรม์
  • ซื้อได้ตั้งแต่อายุ 6 ขวบ และคุ้มครองต่อเนื่องจนถึงอายุ 90 ปี
  • ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก
  • ค่ารักษาพยาบาลเกี่ยวกับการตั้งครรภ์และการคลอดบุตร
  • ครอบคลุมถึงการผ่าตัด ล้างไต และการรักษาโรคมะเร็ง เช่น เคมีบำบัด รังสีรักษา และการรักษามะเร็งแบบ Targeted Therapy

ค่าเบี้ยประกัน

  • เบี้ยประกันภัยขึ้นอยู่กับอายุและแผนที่เลือก
  • สามารถเลือกจ่ายเป็นรายปีหรือแบ่งจ่ายรายเดือน

 :  iInvest – ประกันชีวิตควบการลงทุน

แผนประกันชีวิตที่ช่วยสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน ประกันประเภทนี้จะเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองชีวิตพร้อมทั้งโอกาสในการเพิ่มพูนความมั่งคั่งในอนาคต

ความคุ้มครองหลัก

  • ชำระเบี้ยประกันภัยครั้งเดียว ไม่มีภาระผูกพันระยะยาว
  • สามารถเพิ่มเงินลงทุนได้ทุกปี ตั้งแต่ปีที่ 2 เป็นต้นไป
  • มอบผลประโยชน์กรณีเสียชีวิต 110% ของเบี้ยประกันภัยที่ชำระ
  • สามารถเลือกกองทุนการลงทุนได้หลากหลายตามความเสี่ยงที่รับได้

ค่าเบี้ยประกัน

  • จ่ายเบี้ยประกันภัยครั้งเดียว และสามารถเติมเงินลงทุนเพิ่มเติมได้

 : iWealthy – ประกันออมเงินเพื่อการเกษียณอายุ

แผนประกันชีวิตที่ช่วยให้คุณบริหารการออมเงินเพื่ออนาคต พร้อมทั้งเพิ่มมูลค่าและส่งต่อความมั่งคั่งจากรุ่นสู่รุ่น และเมื่อครบอายุเกษียณ ผู้ทำประกันจะได้รับเงินก้อนทันที

ความคุ้มครองหลัก

  • ชำระเบี้ยประกันภัยเป็นงวด เพื่อสะสมไว้สำหรับสร้างผลตอบแทน
  • สามารถปรับเปลี่ยนความคุ้มครองชีวิตได้ โดยมอบผลประโยชน์กรณีเสียชีวิตสูงถึง 120%
  • สามารถเลือกกองทุนที่ต้องการลงทุนได้เอง
  • รับโบนัสพิเศษทุกปี ตั้งแต่ปีที่ 6 เป็นต้นไป

ค่าเบี้ยประกัน

  • สามารถเลือกจ่ายเบี้ยประกันภัยเป็นงวด หรือเลือกระยะเวลาการชำระเงินตามแผนที่ต้องการ

 : วิธีการเลือกประกันชีวิตและประกันสุขภาพ สิ่งที่ต้องนำมาพิจารณาก่อนทำสัญญา

การเลือกซื้อประกันชีวิตและประกันสุขภาพเป็นการตัดสินใจทางการเงินที่สำคัญ เพราะเราจะมีภาระทางการเงินที่ต้องนำมาจ่ายค่าเบี้ยประกัน เพราะฉะนั้นแล้วการคำนวนและการคำนึงจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยทั่วไปแล้วเราต้องคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้

  1. งบหรือค่าเบี้ยที่เราจ่ายไหวที่สามารถจ่ายเบี้ยประกันได้อย่างสม่ำเสมอ

การเลือกแผนประกันควรคำนึงถึงเรื่องเบี้ยประกันเป็นอันดับแรก เพราะค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไม่ควรกระทบต่อค่าใช้จ่ายจำเป็นในชีวิตประจำวัน

  1. พิจารณาความต้องการด้านความคุ้มครอง

หากเราสนใจทำประกันประเภทนี้ควรอ่านความคุ้มครองให้ครบถ้วน และความคุ้มครองนั้น จะต้องครอบคลุมทุกความต้องการของเราด้วยเช่นกัน

  1. คำนึงถึงอายุและสภาพสุขภาพปัจจุบัน

ข้อนี้ถือว่าสำคัญทั้งสองประกันไม่ว่าจะประกันสุขภาพหรือประกันชีวิตเรื่องของอายุและสุขภาพมีผลต่ออัตราเบี้ยประกันและสิทธิ์ในการรับประกันสุขภาพ หากสมัครประกันสุขภาพขณะที่อายุน้อยและสุขภาพแข็งแรง เบี้ยประกันมักจะถูกกว่าและได้รับความคุ้มครองมากขึ้นนั่นเอง

  1. พิจารณาภาระผูกพันทางการเงินและครอบครัว

อีกเรื่องที่ขาดไม่ได้ เพราะหากว่าทางครอบครัวหรือตัวผู้ทำประกันมีภาระทางการเงิน เช่น การดูแลบุตร หนี้สิน หรือค่าใช้จ่ายในครอบครัว แนะนำควรเลือกแผนประกันชีวิตที่ให้ผลประโยชน์เพียงพอในการช่วยเหลือครอบครัวในกรณีฉุกเฉิน

  1. อ่านและเปรียบเทียบเงื่อนไขของแต่ละบริษัทประกัน

การศึกษารายละเอียดของกรมธรรม์เป็นสิ่งสำคัญเพราะเมื่อถึงคราวต้องใช้จริงๆ เราควรได้รับค่าความคุ้มครองแบบครอบคลุมมากที่สุด

ประกันชีวิตกับประกันสุขภาพ เลือกแบบไหนดี ต่างกันอย่างไร ประกันทั้งสองประเภทนี้มีหน้าที่และความคุ้มครองที่ต่างกันอย่างชัดเจน ด้วยรูปแบบความคุ้มครองและรวมไปถึงค่าเบี้ยที่ต้องจ่ายรายเดือน ดังนั้นหากต้องการทำประกัน ท่านควรคำนวนงบทางการเงินที่ท่านมี พร้อมกับเลือกแผนประกันที่สามารถจ่ายไหว เพื่อสร้างความอุ่นใจหากมีเหตุฉุกเฉิน และเงินสำรองในอนาคต

แหล่งที่มาข้อมูลจากเว็บไซต์ตัวแทนประกันชีวิตกรุงไทยแอกซ่า : https://www.ichalita.com/articles/health/life-insurance-vs-health-insurance/