อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย พร้อมจัด 15 งานใหญ่ ตั้งเป้าขึ้นเบอร์หนึ่งผู้จัดงานแสดงสินค้าในอาเซียน

12.03.25 | 16:28 น.

อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย พร้อมจัด 15 งานใหญ่ ตั้งเป้ารายได้ 1,600 ล้านบาท ขึ้นเบอร์หนึ่งผู้จัดงานแสดงสินค้าในอาเซียน

อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ประกาศศักดาความเป็นผู้นำตลาดงานแสดงสินค้า เผยรายได้ปี 2568 คาดทะลุ 1,600 ล้านบาท โตพุ่ง 15% พร้อมเดินหน้าจัด 15 งานใหญ่ ครอบคลุมอุตสาหกรรมสำคัญและเทรนด์โลก มุ่งเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงธุรกิจอาเซียนสู่ตลาดสากล ตอกย้ำบทบาทสำคัญในภาคอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการทั่วภูมิภาค

นายสรรชาย นุ่มบุญนำ ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย เผยว่า อุตสาหกรรมงานแสดงสินค้าปรับตัวครั้งใหญ่จากปัจจัยเศรษฐกิจ ดิจิทัลเทคโนโลยี และพฤติกรรมผู้เข้าชมงาน อินฟอร์มา มุ่งพัฒนางานแสดงสินค้าให้เป็น “The Gateway to Global Business” หรือประตูสู่โอกาสทางธุรกิจระดับโลก โดยเน้นยกระดับมาตรฐานงานแสดงสินค้าให้เป็นมากกว่าสถานที่จัดแสดง แต่เป็นเวทีสร้างเครือข่ายและจุดนัดพบสำหรับอุตสาหกรรมทุกระดับ

จากกลยุทธ์การขยายงานและพัฒนาอุตสาหกรรม ปี 2566 อินฟอร์มา ทำรายได้ 1,300 ล้านบาท ปี 2567 รายได้ 1,400 ล้านบาท และปี 2568 ตั้งเป้า 1,600 ล้านบาท โต 15% ขึ้นแท่นบริษัทจัดงานแสดงสินค้ารายได้สูงสุดของอาเซียน ทั้งนี้ งานแสดงสินค้าของอินฟอร์มาฯ ไม่ได้เป็นเพียงแพลตฟอร์มซื้อขาย แต่เป็นศูนย์กลางแห่งโอกาสที่ช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยและอาเซียนให้เติบโตสู่ระดับสากล

 

Advertisement

5 ปัจจัยสู่ความสำเร็จ

 

1.ขยายพอร์ตงานแสดงสินค้าใหม่ – หลังโควิดเราได้จัดงานใหม่เพิ่ม 8 งาน เช่น อาทิ Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok, Jewellery & Gem ASEAN Bangkok, Asean Paper Bangkok, Plastics & Rubber Thailand, Vitafoods Asia, Medlab Asia & Asia Health, Tyrexpo Asia รองรับอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูง แต่ละงานจะโตเฉลี่ย 7-10%ต่อปี

2.ต่อยอดงานที่ประสความสำเร็จ – ซึ่งมีการเติบโตมากกว่า 10% ต่อปี ประกอบด้วย กลุ่มนวัตกรรมเทคโนโลยีอาหาร ส่วนผสมสำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ (งาน Fi Asia) กลุ่มอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ อาหาร เครื่องดื่ม (งาน ProPak Asia) และ กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานและสิ่งแวดล้อม (งาน ASIA Sustainable Energy Week)

3.สร้างเครือข่ายพันธมิตรทั่วโลก – ผสานความร่วมมือกับภาครัฐ สมาคม และภาคเอกชน เสริมศักยภาพอุตสาหกรรม เชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจ พร้อมดึงดูดผู้แสดงสินค้าระดับนานาชาติเข้าร่วมงานในไทยมากขึ้น ทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางธุรกิจที่ดึงดูดการลงทุนจากทั่วโลก

4.นำเทคโนโลยีมาพลิกโฉมงานแสดงสินค้า – พัฒนา Digital Platform ใช้ Big Data และ AI ช่วยบริหารจัดการข้อมูล วิเคราะห์พฤติกรรมผู้เข้าร่วมงาน นำไปสู่การพัฒนาประสบการณ์ที่ดีขึ้นทั้งในด้านผู้จัดแสดงสินค้าและผู้เข้าร่วมชมงาน รวมถึงระบบจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ที่ช่วยให้เกิดดีลทางธุรกิจได้รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น

5.ยึดแนวทาง ESG สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน – เราให้ความสำคัญกับ ความยั่งยืน ในทุกมิติของการจัดงาน โดยใช้แนวคิด Upcycling เพื่อลดของเสีย สนับสนุน ขนส่งสาธารณะ เพื่อลดคาร์บอน ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และเปลี่ยนไปสู่ โซลูชันดิจิทัล เพื่อลดการใช้กระดาษ เรายังเลือกของแจกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จัดกิจกรรมเพื่อสังคม และดำเนิน โครงการ CSR เช่น สนับสนุนธุรกิจท้องถิ่น, บริจาคอาหารและวัสดุเหลือใช้, และ กิจกรรมอาสาสมัคร เช่น การปลูกต้นไม้และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม และพัฒนาชุมชนร่วมกับองค์กรต่างๆ