ARDA โชว์ฮับเกษตรสมุนไพร แหล่งแปรรูปเก๊กฮวย – คาโมมายล์ใหญ่ที่สุดในประเทศ
สร้างนวัตกรรมยกระดับรายได้ 80,000 บาทต่อไร่ ภายใน 5 เดือนให้เกษตรกรพื้นที่สูง
สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (ARDA) โชว์ความสำเร็จของศูนย์แปรรูปเก๊กฮวย-คาโมมายล์อบแห้งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ณ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ จ.เชียงราย โครงการวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2556 เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรบนพื้นที่สูงหันมาปลูกพืชสมุนไพรมูลค่าสูงแทนการปลูกฝิ่น

ดร.วิชาญ อิงศรีสว่าง ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร กล่าวว่า โครงการงานวิจัย
การพัฒนากระบวนการแปรรูปอบแห้งดอกคาโมมายล์ และดอกเบญจมาศ (เก๊กฮวย) เป็นโครงการวิจัยที่มีเป้าหมายในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้เกษตรกรบนพื้นที่สูงหันมาปลูกพืชสมุนไพรมูลค่าสูง โดยมีรศ.ดร.ฤทธิชัย อัศวราชันย์ อาจารย์ประจำหลักสูตรวิศวกรรมอาหาร คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นหัวหน้าโครงการวิจัยฯ โดยได้คัดเลือกคาโมมายล์และเก๊กฮวย มาส่งเสริมทดแทนการปลูกฝิ่น เพื่อลดปัญหายาเสพติด

และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกรกลุ่มเปราะบางบนพื้นที่สูงได้อย่างมั่นคง ซึ่งจากจุดเริ่มต้นโครงการมีเกษตรกรเข้าร่วมเพียง 20 ครัวเรือน บนพื้นที่ 3 ไร่ โดยได้อบรมถ่ายทอดเทคโนโลยี และเข้าสู่ระบบการจัดการเพื่อแปรรูปเก๊กฮวยอบแห้งที่โรงงานของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ อย่างไรก็ตาม กระบวนการแปรรูปดอกเก๊กฮวยสด ยังคงประสบปัญหา การสูญเสียผลผลิตมากถึง 850 กิโลกรัมต่อรอบการผลิต ส่งผลให้เกษตรกรขาดทุนและสูญเสียโอกาสทางรายได้กว่า 17,000 บาทต่อรอบการผลิต ส่งผลให้ในปี พ.ศ. พ.ศ. 2562 ได้ร่วมกันพัฒนาเครื่องอบแห้งระบบถาดหมุนและโรงอบพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับระบบให้ความร้อนเสริมควบคุมอัตโนมัติด้วยเทคโนโลยีไอโอที และขยายผลสู่เกษตรกร
ในพื้นที่หมู่บ้านใกล้เคียง เช่น บ้านแม่มะ บ้านเวียงแก้ว บ้านดอยสะโงะ และบ้านป่าก๋อย ปัจจุบันมีเกษตรกรเข้าร่วม853 ครัวเรือน บนพื้นที่กว่า 67 ไร่ สามารถผลิตและแปรรูปดอกเก๊กฮวยและดอกคาร์โมมายล์ได้ถึง 2-3 ตันต่อวันช่วยลดการสูญเสียผลผลิตกว่า 70% และจากการพัฒนา “เทคโนโลยีที่เหมาะสม” (appropriate technology)ส่งผลให้ราคาผลผลิตสดปรับตัวสูงขึ้น เพิ่มรายได้เกษตรกรอย่างก้าวกระโดด จากเก๊กฮวยราคารับซื้ออยู่ที่ 30 บาทเพิ่มเป็น 50 บาท/กก. คาโมมายล์จาก 50 บาทเพิ่มเป็น 75 บาท/กก. ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้สุทธิ 80,000 บาทต่อไร่ต่อรอบการผลิต

ปัจจุบันศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ กลายเป็นแหล่งแปรรูปเก๊กฮวยและคาโมมายล์อบแห้งที่ใหญ่ที่สุด
ในประเทศไทย ผลผลิตได้รับการเชื่อมโยงสู่มูลนิธิโครงการหลวงและบริษัทดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด นำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เช่น น้ำเก๊กฮวย และชาสมุนไพรต่าง ๆ พร้อมทั้งขยายตลาดไปยังผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์สุขภาพและตลาดส่งออก

รศ.ดร.ฤทธิชัย อัศวราชันย์ หัวหน้าโครงการวิจัยฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผมขอเป็นตัวแทนของเกษตรกรที่อยู่ในความดูแลของโครงการหลวงสะโง๊ะขอบคุณ ARDA ที่ได้เห็นความสำคัญของงานวิจัยและการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ในการสร้างอาชีพให้กับเกษตรกรกลุ่มเปราะบางบนที่สูง และจากการดำเนินงาน 12 ปีที่ผ่านมา พบว่าเกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นจากมีรายได้ที่ต่ำกว่าเส้นความยากจน สู่การมีรายได้และก้าวพ้นเส้นความยากจน ปัจจุบันเกษตรกรสามารถประกอบอาชีพเฉลี่ยไร่ละหนึ่งแสนถึงหนึ่งแสนสองหมื่นบาท นอกจากนั้นจากการที่เราสนับสนุนโครงการวิจัยอย่างครบวงจร ต้นน้ำกลางน้ำและปลายน้ำ ทำให้เกิดการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดจากโรงอบคอกหมู ปัจจุบันเป็นโรงอบที่ได้มาตรฐาน GAP ซึ่งผลลัพท์ที่เห็นได้ชัดคืองานวิจัยนี้ช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจได้จริง ลดความเลื่อมล้ำในสังคมได้ เกษตรกรสามารถดำรงชีพได้ด้วยอาชีพเกษตรกรรม
ดร.วิชาญ ผอ. ARDA กล่าวปิดท้ายว่า การลงพื้นที่เยี่ยมชมนวัตกรรมงานวิจัยในครั้งนี้เป็นเพียงหนึ่งในหลายโครงการที่ ARDA ให้การสนับสนุนทุนวิจัยเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับพี่น้องเกษตรกรไทยให้มีรายได้เพิ่มขึ้นผ่านการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาปรับใช้กับสินค้าเกษตรพื้นถิ่น แน่นอนว่าอนาคตของเกษตรไทยไม่ได้อยู่ที่การขายวัตถุดิบ แต่คือการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรด้วยนวัตกรรมเพื่อก้าวสู่การแข่งขันในตลาดระดับโลกและ ARDA พร้อมเป็นแรงสนับสนุนสำคัญในการขับเคลื่อนภาคเกษตรกรรมไทยสู่ความยั่งยืนต่อไป


