ARDA ลงนาม MOU ร่วมกับ อย. ยกระดับอุตสาหกรรมอาหารและสมุนไพรไทยตั้งเป้าทำ Positive list เพิ่ม 150 รายการ ติดสปีดการขึ้นทะเบียนส่งสินค้าไทยออกผงาดตลาดโลก
สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) – ARDA เดินหน้าเครื่องผลักดันธุรกิจอาหาร แห่งอนาคตเต็มกำลังตั้งเป้าจัดทำ Positive list เพิ่มอีก 150 รายการภายใน 3 ปี เปิดไฟเขียวให้ผู้ประกอบการใช้ข้อความกล่าวอ้างทางสุขภาพที่ผ่านการรับรองได้ทันทีหวังลดต้นทุน ลดขั้นตอน เพิ่มโอกาสแข่งขันระดับโลกตั้งเป้าดันรายได้อุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคตแตะ 5 แสนล้านบาท

ดร.วิชาญ อิงศรีสว่าง ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร กล่าวว่า ปัจจุบันอาหารแห่งอนาคต (Future Food) เช่น โปรตีนจากพืช อาหารฟังก์ชัน และโปรตีนทางเลือก กำลังได้รับความสนใจ
จากผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้อุตสาหกรรม Future Food ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศเติบโตขึ้น
อย่างรวดเร็ว การขึ้นทะเบียนสารสำคัญใน Positive List จะช่วยให้ผู้ประกอบการกล่าวอ้างสรรพคุณได้ง่ายขึ้น
ลดขั้นตอน ลดต้นทุน และเร่งการเข้าสู่ตลาดโลก อย่างไรก็ตามการขึ้นทะเบียน สารสำคัญใน Positive List
ในอดีตผู้ประกอบการต้องใช้เวลานานในการขออนุมัติข้อความกล่าวอ้างทางสุขภาพบนฉลาก ทำให้เสียโอกาสทางธุรกิจ อย. จึงได้จัดทำ Positive List จำนวน 147 รายการ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 447 พ.ศ. 2566ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 2 กรกฎาคม 2567 เป็นต้นไป ซึ่งกำหนดให้ผู้ประกอบการสามารถใช้ข้อความกล่าวอ้างทางสุขภาพที่ผ่านการรับรองได้ทันที โดยไม่ต้องยื่นเอกสารให้ อย. ประเมินใหม่ และเพื่อสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารระดับสากล อีกทั้งยังเป็นการช่วยลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายให้กับผู้ปอบการ ARDA ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เรื่อง “การพัฒนางานวิจัยและใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัยด้านสมุนไพรและอาหาร” เพื่อยกระดับมาตรฐานของไทยให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล ร่วมกับ อย. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย สอวช. สกสว. บพข. วว. และ FIRN จัดทำ Positive List เพิ่มอีก 150 รายการภายใน 3 ปี เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดอาหารแห่งอนาคต

“ประเทศไทยอุดมไปด้วยพืชสมุนไพร และมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี ทั้งในรูปของยา อาหารเสริม และเครื่องสำอาง แต่ปัญหาสำคัญที่ขวางกั้นไม่ให้สมุนไพรไทยไปไกลกว่านี้ คือ กระบวนการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ที่ซับซ้อนและใช้เวลานาน รวมถึง มาตรฐานที่ยังไม่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ทำให้ผลิตภัณฑ์ของไทยหลายตัวไม่สามารถเข้าสู่ตลาดโลกได้เต็มที่ การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นนิมิตรหมายที่ดีในการบูรณาการทำงานร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มความคล่องตัวให้กับกระบวนการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ด้านสมุนไพรและอาหาร ดังนั้นหากสามารถเชื่อมโยงงานวิจัยเข้ากับภาคอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ การสนับสนุนจากภาครัฐ และมาตรการที่เอื้อต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ไทยก้าวขึ้นเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนี้ในอนาคต” ผอ. ARDA กล่าวปิดท้าย



