หลังจากที่กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนว่า ภาคใต้ตอนล่างจะมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังค่อนข้างแรง ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณชายฝั่งตะวันออกของประเทศมาเลเซียที่กำลังเคลื่อนผ่านมาเลเซียลงสู่ทะเลอันดามันตอนล่าง ส่งผลให้หลายจังหวัดในภาคใต้เผชิญกับฝนที่ตกหนักและน้ำท่วมครั้งรุนแรง จนสร้างความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชนบางพื้นที่

เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย พร้อมด้วย น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย งพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยพื้นที่ภาคใต้และการช่วยเหลือผู้ประสบภัย เมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2567 ที่ผ่านมา
โดยจุดแรกนายอนุทินและคณะลงพื้นที่ จ.นราธิวาส มีการประชุมติดตามสถานการณ์น้ำภาพรวมของ 4 จังหวัด ได้แก่ นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา ณ ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส

นายอนุทิน กล่าวว่า ได้เร่งประสานงานกับกรมบัญชีกลางเพื่อขยายวงเงินทดรองราชการในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด จากจังหวัดละ 20 ล้านบาท เป็น 50 ล้านบาทโดยเร็ว นอกจากนี้ สั่งการให้อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เร่งสนับสนุนสรรพกำลัง อุปกรณ์ เครื่องไม้เครื่องมือตามที่จังหวัดร้องขอ โดยเฉพาะเรื่องเรือพาหนะ สิ่งที่มีความจำเป็นที่ทุกจังหวัดกำลังต้องการขณะนี้ และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดใช้สรรพกำลังและทรัพยากรที่มีกระจายเข้าไปในพื้นที่โดยเร็วที่สุด
หลังจากนั้น นายอนุทินและคณะได้เดินทางไปเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ประสบภัยที่ศูนย์พักพิง อ.ระแงะ พบปะพูดคุยกับผู้ประสบภัยฯ กลุ่มเปราะบาง และผู้สูงอายุภายในศูนย์พักพิง พร้อมมอบถุงยังชีพเครื่องอุปโภคบริโภค และเงินช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์อุทกภัย ก่อนจะร่วมประกอบอาหารโรงครัวพระราชทาน เมนู ‘ผัดกะเพราไก่’ เพื่อแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัย
“นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้เร่งลงพื้นที่ไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ วันนี้ผมและคณะมาด้วยความห่วงใยพี่น้องประชาชนทุกคน การจะเอาชนะธรรมชาติอาจจะเป็นเรื่องที่ยากลำบาก แต่เราสามารถเอาชนะการทำงานเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนได้ ขอบคุณพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่ให้ความร่วมมือกับภาครัฐ โดยทางจังหวัดและอำเภอจัดให้มีศูนย์พักพิง และพาครอบครัวผู้ประสบภัยมาอยู่ที่นี่ ซึ่งมีความปลอดภัยกว่า และการช่วยเหลือฟื้นฟูสถานการณ์ก็จะมีความรวดเร็วยิ่งขึ้น” นายอนุทินกล่าว

นายอนุทิน กล่าวว่า สิ่งสำคัญคือขวัญและกำลังใจของพี่น้องประชาชน ทุกคนพยายามเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่เพื่อพี่น้องทุกคนได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด ขณะเดียวกันก็เดินหน้าสำรวจเพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม. จัดสรรงบประมาณรายครัวเรือนเร่งด่วน ซึ่งปีนี้ให้การช่วยเหลือในอัตราสูงสุดครัวเรือนละ 9,000 บาท เพื่อบรรเทาในเบื้องต้น ส่วนเรื่องอาหารก็จะต้องไม่ให้ขาด มีครบทุก 3 มื้ออย่างมีคุณภาพ อย่างไรก็ดี ตนต้องขอบคุณพี่น้องประชาชนที่มีกำลังใจ มีรอยยิ้ม เข้าใจสถานการณ์ เข้าใจเจ้าหน้าที่ เราจะทำงานอย่างเต็มที่เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
เมื่อเสร็จภารกิจที่ จ.นราธิวาส นายอนุทินและคณะได้เดินทางไปยัง อ.นาทวี จ.สงขลา เพื่อเยี่ยมศูนย์พักพิงผู้ประสบอุทกภัย พร้อมมอบถุงยังชีพช่วยเหลือประชาชน และมอบเงินเยียวยาให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตจากอุทกภัยในพื้นที่ จ.สงขลา

นายอนุทิน กล่าวว่า ด้วยสภาพอากาศที่ฝนตกตลอดทาง ทำให้มาถึง อ.นาทวี ล่าช้ากว่ากำหนดการ แต่ก็มาด้วยความตั้งใจเพื่อมาเยี่ยมพี่น้องประชาชน ในการนี้ได้เน้นย้ำกับผู้ว่าราชการ จ.สงขลา ให้ดูแลประชาชนในศูนย์พักพิง ต้องมีอาหารครบทุกมื้อ ถูกสุขลักษณะ มีโรงครัวพระราชทาน โรงครัวของจังหวัด โรงครัวของกาชาด และขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดูแลเรื่องอาหารการกิน รถผลิตน้ำดื่มของ ปภ. รวมถึงมีหน่วยงานด้านสาธารณสุขดูแลด้านสุขภาพกายและใจ
ทั้งนี้ กรมบัญชีกลางได้อนุมัติขยายวงเงินทดรองราชการแก่ จ.สงขลา และจังหวัดที่ได้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ กรณีอุทกภัยและวาตภัย ประกอบด้วย นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช รวม 6 จังหวัด อีกจังหวัดละ 50 ล้านบาท ซึ่งทำให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถใช้งบประมาณช่วยเหลือประชาชนได้ทันต่อกับสถานการณ์ต่อไป
นอกจากนี้ ภายหลังสถานการณ์คลี่คลาย ทาง ปภ. จะร่วมกับ จ.สงขลา เร่งสำรวจความเสียหายเพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนตามระเบียบต่อไป


