อนุทินลงพื้นที่สุราษฎร์ฯ ให้กำลังใจผู้ประสบอุทกภัย เน้นย้ำความปลอดภัยเป็นหลัก

20.12.24 | 09:00 น.

เมื่อวันนี้ 18 ธ.ค. 67 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย เดินทางลงพื้นที่อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย พร้อมให้กำลังใจผู้ประสบภัย โดยมอบถุงยังชีพและน้ำดื่มแก่ประชาชนกว่า 300 คน ณ ศาลาประชาคม อำเภอกาญจนดิษฐ์ ก่อนเดินทางต่อไปยังบ้านคลองกะแดะแจะ หมู่ 6 ตำบลตะเคียนทอง ซึ่งเป็นการเดินทางต่อเนื่องจากวันที่ 17 ธ.ค. 67 ที่ได้ร่วมคณะของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจผู้ประสบภัยใน อ.เมืองนครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช และ อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี

นายอนุทิน กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือประชาชนในทุกสถานการณ์ โดยย้ำว่า “ทุกข์ของประชาชนหนักเท่าไร คนมหาดไทยทุกข์ยิ่งกว่าประชาชนหลายเท่า” พร้อมมอบหมายให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประสานกับหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อเร่งสำรวจความเสียหายและดำเนินการช่วยเหลือตามมาตรการที่กำหนด ซึ่งรวมถึงการจ่ายเงินเยียวยาสูงสุดครัวเรือนละ 9,000 บาท

จากสถานการณ์ฝนตกหนักในช่วง 12-16 ธันวาคมที่ผ่านมา มีปริมาณน้ำฝนสะสมถึง 300 มิลลิเมตร ส่งผลให้อำเภอกาญจนดิษฐ์ได้รับความเสียหายรุนแรง มีประชาชนเดือดร้อนกว่า 12,900 คน บ้านเรือนเสียหาย 7,840 ครัวเรือน และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ขณะที่ยังอยู่ระหว่างการค้นหาผู้สูญหายและสำรวจความเสียหายเพิ่มเติม

Advertisement

นอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยังกล่าวเตือนประชาชนให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของทางราชการ โดยเฉพาะในสถานการณ์ฉุกเฉินที่ต้องอพยพไปยังศูนย์พักพิง เพื่อความปลอดภัยสูงสุด โดยศูนย์พักพิงมีการดูแลที่ครบถ้วน ทั้งอาหาร สุขอนามัย และความปลอดภัย พร้อมเน้นว่า “ชีวิตสำคัญที่สุด ข้าวของเสียหายสามารถซ่อมแซมหรือจัดหามาใหม่ได้ แต่ชีวิตและสุขภาพไม่สามารถทดแทนได้”

ในพื้นที่อำเภอกาญจนดิษฐ์ ขณะนี้มีการจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์และโรงครัวพระราชทาน เพื่อประกอบอาหารแจกจ่ายให้ผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง โดยมีเจ้าหน้าที่และจิตอาสาพระราชทานร่วมปฏิบัติหน้าที่ เพื่อฟื้นฟูพื้นที่และช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่

กระทรวงมหาดไทยยังยืนยันว่าจะสรุปบทเรียนจากเหตุการณ์ครั้งนี้เพื่อเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติในอนาคต โดยเน้นการดูแลชุมชนที่มีความเสี่ยงสูง เช่น บ้านที่ตั้งอยู่ใกล้เนินเขาหรือริมแม่น้ำ เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนมีประสิทธิภาพและครอบคลุมมากที่สุด