บิ๊ก ททท.นำทีมท่องเที่ยว “ต่างประเทศ-ในประเทศ” ไตรมาส 2-3 ปี’68 ใช้ยาแรง “เสน่ห์ไทย” กระตุ้นตลาดไกล อาเซียน เอเชีย โกยรายได้ตามเป้า 1.92 ล้านล้านบาท ส่วน “ในประเทศ” รุกใช้“สุขทันทีที่เที่ยวไทย” 4 โครงการ “Grand Moment-อะเมซิ่ง แกรนด์ เซล-เที่ยววันธรรมดา-เที่ยวคนละครึ่ง” ปลุกกำลังซื้อใหม่ ๆ ทำเงิน 1.17 ล้านล้านบาท
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.วางกลยุทธ์นำอุตสาหกรรมการท่องเที่ยววทำงานหนักเพิ่มมากขึ้นทั้งการกระตุ้น “ตลาดในประเทศและต่างประเทศ” ไตรมาส 2-3 ปี 2568 เริ่มตั้งแต่พฤษภาคมนี้เป็นต้นไป เพื่อรับมือคความท้าทายภายนอกจากมาตรการภาษีทรัมป์ 2.0 อาจกระทบกับเศรษฐกิจโลกซึ่งทุกประเทศหันมาใช้ “ยาแรง” นำการท่องเที่ยวกระตุ้นรายได้ ส่วนไทยมีบางตลาดลดลงอย่างมีนัยสำคัญคือ “สาธารณรัฐประชาชนจีน” ไทยเคยครองอันดับ 1 ตอนนี้ต้องเร่งสร้างสมดุลย์ไม่ให้ภาคธุรกิจไทยโดยได้เปิดรับฟังทุกฝ่ายเรื่องดีมานต์กับซัพพลายซึ่งมีสาเหตุหลายมิติด้วยกัน เบื้องต้นจะต้องมองหาตลาดคุณภาพใช้เงินสูงเข้ามาเติมเต็มตลาดจีน เพื่อรักษาฐาน “รายได้ท่องเที่ยวต่างประเทศ” ปี 2568 ให้ได้ตามเป้าหมายใกล้เคียงปี 2562 ไม่ต่ำกว่า 1.92-2.01 ล้านล้านบาท และในประเทศเกินกว่า 1.17 ล้านล้านบาท

ขณะนี้สาธารณรัฐจีนเดินทางมาท่องเที่ยวไทย 4 เดือนแรก ระหว่าง 1 มกราคม -30 เมษายน 2568 ยังคงเป็นบวกมีประมาณ 1.6 ล้านคน เปรียบเทียบแล้วลดจากช่วงเดียวกันกับปีก่อนเกือบ 29 %
ททท.ต้องหาตลาดนักเดินทางระยะไกล (Longhaul Tourism) เข้ามาทดแทนจีนชะลอตัว เป็นผลมาจากการขับเคลื่อนตลาดตามยุทธศาสตร์ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2567 นำเสนอ IGNITE THAILAND ปี 2568 ใส่เกียร์แรงการท่องเที่ยว “เสน่ห์ไทย/ซอฟท์ พาวเวอร์” ทำให้ตลอด 4 เดือนแรก มกราคม-เมษายน 2568 นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ สหภาพยุโรป เพิ่ม 16 % โอเชเนีย (ออสเตรเลีย) เพิ่ม 17 % เอเชียใต้ เพิ่ม 16 % ตะวันออกกลาง (มีการใช้จ่ายเงินท่องเที่ยวสุดที่สุด) เพิ่ม 10.9 % แอฟริกา เป็นตลาดใหม่ร้อนแรง โดยเฉพาะแอฟริกาใต้ เพิ่ม36 % และ “อเมริกา” เพิ่ม 14%
ส่วนอเมริกามี 2 สายการบินชั้นนำของโลก คือ อีวีเอแอร์ กับยูไนเต็ดแอร์ไลน์ เตรียมเปิดบินตรงไป-กลับ อเมริกา-ประเทศไทย เริ่มปลายเดือนตุลาคม 2568 นำร่อง 2 เส้นทาง “อีวีเอ แอร์ (ไต้หวัน) จะเปิดเส้นทาง “ดัลลัส (อเมริกา)-ไทเป (แวะพักเครื่องที่ไต้หวัน)-กรุงเทพฯ(ไทย)” และ ยูไนเต็ดแอร์ไลน์ บินตรง ลอสแองเจลิส-กรุงเทพฯ
นางสาวฐาปนีย์กล่าวว่า ททท.จะขยายฐานตลาดระยะใกล้ (Shorthaul) จากอาเซียนและเอเชียเข้ามาเสริมด้วยอีก 9 ตลาด ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย อินเดีย ศรีลังกา นำเสนอสินค้าไฮเอนด์กระตุ้นนักท่องเที่ยวใช้จ่ายเงินเพิ่มสูงขึ้น 4 หมวดหลัก คือ หมวดที่ 1 การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพองค์รวม Health & Wellness หมวดที่ 2 การท่องเที่ยวทางเรือยอร์ชกับซูเปอร์ยอร์ช หมวดที่ 3 การท่องเที่ยวเอนเตอร์เทนเมนท์ หมวดที่ 4 สถานที่ทำงานดิจิทัลได้ท่องเที่ยวด้วย (digital nomad) สามารถตอบโจทย์และรองรับตลาดคุณภาพสูงใช้เงินพักผ่อนครั้งละจำนวนมากอันดับต้น ๆ ได้แก่ อังกฤษ อิสราเอล สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรเลีย อาร์เจนตินา บราซิล “ตะวันออกกลาง” มี ซาอุดิอาระเบีย คูเวต
ขณะเดียวก็จะใช้ “Grand Festivities :เทศกาลท่องเที่ยวที่ยิ่งใหญ่” ภายใต้โครงการหลัก Amazing Thailand Grand Tourism & Sports Year 2025 สร้างแรงดึงดูดนักท่องเที่ยวไทยและทั่วโลกใช้จ่ายเงินจำนวนมากขึ้น ได้แก่ งาน “Amazing LoveWins Festival” ยิ่งใหญ่สุดในเอเชีย จะจัดวันที่ 30 พฤษภาคม-1 มิถุนายน 2568 กระจายหลายพื้นที่ เช่น กรุงเทพฯ เชียงใหม่ พัทยา/ชลบุรี เกาะสมุย/สุราษฎร์ธานี ต้อนรับทุกคู่รักทั่วโลกเดินทางมาไทย จัดงานเทศกาลดนตรี การท่องเที่ยวเชิงกีฬา ซึ่งไทยจะเป็นเจ้าจัดการแข่งขันกีฬาซีเกม ครั้งที่ 33 วันที่ 9-20 ธันวาคม 2568 และจัดกิจกรรมอีเวนต์ขนาดใหญ่อีกหลายรายการ

นางสาวฐาปนีย์ กล่าวว่าการจัดทำแผนกระตุ้น “ตลาดภายในประเทศ” ไตรมาส 2-3 ปีนี้แนวโน้มกำลังซื้ออาจจะหดตัวบ้าง แต่ ททท.จะใช้พลังจากโครงการ “สุขทันทีที่เที่ยวเมืองไทย”ปลุกกระแสการเดินทางตลอดทั้งปี 2568 ได้ถึง 205 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้เกิน 1.17 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 5 % สูงกว่าปี 2567 ทำไว้ 200 ล้านคน-ครั้ง 1.08 ล้านล้านบาท โดยจะสร้างจุดขายใหม่ครึ่งปีหลัง พฤษภาคม-กันยายน 2568 ผ่านโครงการ “Year Celebration : 55 เมืองน่าเที่ยว” ตอบโจทย์ความสนใจตลาด 4 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ กลุ่มที่ 1 เจนวาย กลุ่มที่ 2 ผู้หญิง กลุ่มที่ 3 ชื่นชอบความหรูหรา กลุ่มที่ 4 LGBTQ+ นักเดินทางที่มีความหลากหลายทางเพศ
สินค้าการท่องเที่ยว “ตลาดในประเทศ” ททท.ใช้ความร่วมมือกันกับทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนรายได้ช่วงไตรมาส 2-3 ปี 2568 ประกอบด้วย 4 โครงการ ได้แก่
โครงการที่ 1 Grand Moment จะมีทั้งโมเมนท์แห่งการให้ ความทรงจำ ความมหัศจรรย์ เตรียมเปิดตัวกลางเดือนพฤษภาคม 2568
โครงการที่ 2 Amazing Thailand Grand Sale 2025 สร้างความแตกต่างจากทุกปี โดยจะร่วมกับพันธมิตรทุกกลุ่มธุรกิจภาคบริการและท่องเที่ยว “มอบพริวิเลจ” ให้คนไทยและต่างชาติ จะเริ่มระหว่าง 1 มิถุนายน-15 สิงหาคม 2568
โครงการที่ 3 การท่องเที่ยววันธรรมดา เป็นนโยบายหลักของรัฐบาลมุ่งให้นักท่องเที่ยวกระจายตัวเดินทางสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการอย่างทั่วถึงและสมดุลย์ระหว่างวันหยุดกับวันปกติทั่วไป
โครงการที่ 4 เที่ยวไทยคนละครึ่ง ซึ่งทางรัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวให้แต่ละคนตามเงื่อนไข 50 % จะเริ่มเดือนมิถุนายน 2568
ส่วน “เครื่องมือการสื่อสาร” จะคัดเลือก “อินฟลูเอนเซอร์” กลุ่มผู้มีอิทธิพลทางการตลาดท่องเที่ยว “เซเลบริตี้” กลุ่มผู้มีชื่อเสียงโด่งดังได้รับความนิยมสูง และ “Event Marketing” โปรโมทการท่องเที่ยวผ่านแบรนด์ ผลิตภัณฑ์ บริการทางออนไลน์ ออฟไลน์ และช่องทางที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างรวดเร็ว และตลอดปี 2568 จะใช้ Music Marketing จะใช้เทศกาลดนตรีเป็นกลยุทธ์การตลาดท่องเที่ยวในประเทศเพิ่มรายได้ให้มากที่สุด

นางสาวฐาปนีย์ กล่าวว่า ททท.ยังเตรียมจัดงานใหญ่ในประเทศ Thailand Travel Mart Plus :TTM+ 2025 ครั้งที่ 22 (เริ่มมาตั้งแต่ปี 2544) ระหว่างวันที่ 4-6 มิถุนายน 2568 ที่อุทยานราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่ มหกรรมส่งเสริมการขายท่องเที่ยวรายการใหญ่สุด ซึ่งจะทำให้ไทยมีความโดดเด่นแตกต่างและเชื่อมโยงสู่นักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ ๆ ปีนี้จะเน้นจุดขาย “เสน่ห์ไทย/Soft Power สู่การท่องเที่ยวยั่งยืน :Sustainable Tourism” ทางผู้ประกอบการกลุ่มตัวแทนผู้ซื้อท่องเที่ยวทั่วโลก (buyers) ตอบรับเข้าร่วมมากถึง 425 ราย จากพื้นที่หลัก พื้นที่รอง และพื้นที่ศักยภาพใหม่ เช่น ภูฎาน กลุ่มประเทศ CIS และตะวันออกกลางอย่าง จอห์แดน โอมาน การ์ตา คูเวต รวมทั้งมีบริษัทจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเข้ามาด้วย เดือนมิถุนายน 2568 ททท.จะปูทางตลาดเพื่อช่วงชิงนักท่องเที่ยวจากนานาประเทศเดินทางต่อเนื่องเข้ามาเพิ่มไตรมาส 3-4 ปี 2568 ด้วย
ส่วนการประชุมยุทธศาสตร์และแผนการตลาด TATAP 2025 :Tourism Autority of Thailand Action Plan ปี 2569 ททท.แต่ละตลาดทั้งในและต่างประเทศจะต้องกำหนดยุทธศาสตร์อย่างชัดเจน ในส่วนแผนวิสาหกิจ ททท.ได้ดำเนินการเพราะอานิสงได้ผลลัพธ์ดีเกินเป้าหมายมาตลอด หรือบางตลาดอาจจะอยู่นอกเหนือปัจจัยที่ควบคุมได้ ปีหน้าจะพุ่งเป้า 1.เพิ่ม Amazing Thailand Unforgetable Experience : ตอบโจทย์ประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ดีงามจดจำได้ไม่รู้ลืม 2.ขับเคลื่อนเร่งกระตุ้นความต้องการตลาด 3.ใช้ทุกมิติเชิงรุกกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทำตลาดแบบ 360 องศา เชื่อมโยงทำให้มีผู้เยี่ยมเยือนท่องเที่ยวไทยกลุ่มใหม่ ๆ
ททท.พร้อมจะร่วมมือกับทุกภาคส่วน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งในและต่างประเทศ สร้างกระแส “สุขทันทีที่เที่ยวเมืองไทย” และ ไทยคือจุดหมายปลายทางของนักเดินทางทั่วโลกที่แข็งแกร่งและยั่งยืน
เรื่องโดย #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza, www.facebook.com/penroongyaisamsaen

