เปิดสถานธนานุเคราะห์(โรงรับจำนำของรัฐ) สาขาที่ 10 แห่งใหม่ !!!

4.04.17 | 09:24 น.

เปิดสถานธนานุเคราะห์(โรงรับจำนำของรัฐ) สาขาที่ 10 แห่งใหม่ ดึงเทคโนโลยีทันสมัย พัฒนารูปแบบการให้บริการ รองรับความต้องการและช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยอย่างทั่วถึง คาดจะมีผู้ใช้บริการไม่น้อยกว่า 8,000 ราย มูลค่า 100 ล้านบาทในปีแรก “ให้ราคาสูง ดอกเบี้ยต่ำ เก็บทรัพย์อุ่นใจ”

สำนักงานธนานุเคราะห์ (โรงรับจำนำของรัฐ) ภายใต้การดูแลของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ สังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้สนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่ประสบปัญหาเฉพาะหน้าด้านการเงิน การดำรงชีพและการประกอบอาชีพ นับเป็นสถาบันการเงินทางเลือกหนึ่งที่ทำให้ประชาชนได้มีโอกาสเข้าถึงบริการทางการเงินของภาครัฐ ลดความเหลื่อมล้ำ ลดปัญหาการกู้เงินนอกระบบ พึ่งพาตนเองได้ นำมาสู่การสร้างความมั่นคงในการดำรงชีวิต และดำรงตนอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข

 ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ประจำปี 2560 จึงได้กำหนดให้มีการขยายสาขาสถานธนานุเคราะห์ไปสู่ภูมิภาค เพื่อเพิ่มช่องทางบริการรับจำนำของภาครัฐ จำนวน 3 แห่งคือ สาขาที่ 37 จังหวัดสุราษฎร์ธานี สาขาที่ 38 จังหวัดอุดรธานี และสาขาที่ 39 จังหวัดพิษณุโลก โดยการเปิดให้บริการทั้ง 3 แห่งคาดว่าจะช่วยเหลือประชาชนให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ไม่น้อยกว่า 15,000 ราย มีมูลค่าการรับจำนำรวมทั้งสิ้นประมาณ  250 ล้านบาท ในขณะเดียวกันการจัดตั้งสถานธนานุเคราะห์(โรงรับจำนำของรัฐ) สาขา 10 แห่งใหม่ เนื่องด้วยสถานที่เดิมบริเวณเชิงสะพานดาวคะนองถูกเวนคืนที่ดินเพื่อสร้างทางรถไฟฟ้าสายสีม่วง สำนักงานธนานุเคราะห์ได้เล็งเห็นว่าพื้นที่แขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก กรุงเทพฯ เหมาะสมกับการตั้งสถานธนานุเคราะห์ 10 แห่งใหม่นี้ เนื่องจากเล็งเห็นพื้นที่เขตหนองจอกเป็นแหล่งชุมชนที่มีประชากรหนาแน่น ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ค้าขาย ที่อาจมีความต้องการเงินทุนไปใช้ในการประกอบอาชีพ จึงได้ดำเนินการจัดตั้งสถานธนานุเคราะห์สาขาที่ 10 แห่งใหม่ เขตหนองจอก เพื่อรองรับความต้องการและช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยในท้องถิ่นได้อย่างทั่วถึง

นายไมตรี อินทุสุต ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ประธานพิธีเปิดสถานธนานุเคราะห์ สาขาที่ 10 แห่งใหม่ กล่าวว่า “เพื่อเป็นการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่ประสบปัญหาเฉพาะหน้าด้านการเงิน การดำรงชีพและการประกอบอาชีพ นับเป็นสถาบันการเงินทางเลือกหนึ่งที่ทำให้ประชาชนได้มีโอกาสเข้าถึงบริการทางการเงินของภาครัฐ ลดความเหลื่อมล้ำ ลดปัญหาการกู้เงินนอกระบบ พึ่งพาตนเองได้ นำมาสู่การสร้างความมั่นคงในการดำรงชีวิต และดำรงตนอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข”

Advertisement

ปัจจุบัน สถานธนานุเคราะห์มีสาขาทั้งสิ้น 36 แห่ง ตั้งอยู่ในเขตต่าง ๆ ของกรุงเทพฯ จำนวน 29 แห่ง ปริมณฑล 4 แห่ง ได้แก่ จังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และส่วนภูมิภาค 3 แห่ง ได้แก่ จังหวัดระยอง 2 แห่ง และจังหวัดลำพูน

ทั้งนี้ สถานธนานุเคราะห์มีการคิดอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ ซึ่งนับว่าเป็นการช่วยเหลือประชาชนอย่างแท้จริง และได้มีการปรับภาพลักษณ์ เปลี่ยนโฉมการบริการใหม่ ตั้งแต่เรื่องภาพลักษณ์ภายนอกให้ดูมีความสะดวกสบายมากขึ้น คล้ายคลึงสถาบันการเงินต่างๆ ตลอดจนการนำเอาเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการที่สะดวก รวดเร็ว และมีมาตรฐานมากยิ่งขึ้น สร้างความประทับใจให้แก่ผู้มาใช้บริการ  ดังสโลแกนที่ว่า “ให้ราคาสูง ดอกเบี้ยต่ำ เก็บทรัพย์อุ่นใจ