นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยว่า ตามที่ได้รับมอบหมายจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้ทำหน้าที่ดูแลพื้นที่ภาคเหนือตอนบน 8 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ แม่ฮ่องสอน น่าน ทั้งหมด 34 เขต ซึ่งมีจำนวน ส.ส.รวม 34 คน ดังนั้น นับตั้งแต่ได้รับมอบหมายให้เป็นรองหัวหน้าพรรค ตนได้มีการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา ลงพื้นที่จังหวัดพะเยาและเชียงราย ซึ่งนอกจากจะได้พบปะพี่น้องประชาชน สมาชิกพรรค และร่วมกิจกรรมต่างๆ เช่น เยี่ยมเยือนทีมฟุตบอลอาวุโสจังหวัดเชียงราย และแนะนำของว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค อีกทั้งพบปะพูดคุยกับแกนนำพรรคพลังประชารัฐในพื้นที่ โดยเน้นย้ำให้แกนนำทุกคนได้ลงพื้นที่เพื่อประชาสัมพันธ์เผยแพร่นโยบายของพรรค ทั้งด้านการปกป้องสถาบัน และด้านเศรษฐกิจ ที่เกี่ยวกับการทำมาหากิน ยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนให้ดีขึ้น

นายสุรเดชกล่าวอีกว่า วันนี้ พรรคพลังประชารัฐ เน้นการทำงานเพื่อสร้างพลังแห่งความสามัคคี ที่ไม่แบ่งสี ไม่แบ่งเพศ ไม่แบ่งวัย มีแต่ความเป็นคนไทยเหมือนกัน จึงถือเป็นความสามัคคีที่จะขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวต่อไปได้ พร้อมกันนี้ จะมุ่งสร้างความร่วมมือร่วมใจของประชาชน เพื่อพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้ามั่นคงยั่งยืน ปราศจากความขัดแย้งของคนในชาติ ดั่งเห็นได้จากโลโก้ใหม่ของพรรคพลังประชารัฐ ที่มีคำว่า “พลัง” เป็นสีเขียว คำว่า “ประชา” เป็นสีน้ำเงิน คำว่า “รัฐ” เป็นสีแดง อยู่ภายในวงล้อพลวัตที่มี 3 แถบสี ได้แก่ สีแดง สีน้ำเงิน สีเขียว บนพื้นสีขาว โดยสีแดง หมายถึง ความสามัคคีร่วมมือร่วมใจของประชาชน สีน้ำเงิน หมายถึง ชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ ขณะที่ สีเขียว หมายถึง การอนุรักษ์ธรรมชาติ วัฒนธรรม ประเพณีที่ดีงาม และผสมผสานกับโลกเทคโนโลยีในปัจจุบัน และสีขาว หมายถึง ความเป็นธรรมาภิบาลของภาครัฐ

“ต้องเรียนว่า ขณะนี้ กระแสความนิยมพรรคพลังประชารัฐในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องจากการทำงานอย่างทุ่มเท จริงจัง โดยยึดประชาชนเป็นหลัก จึงทำให้มี ส.ส. รวมถึงผู้สนใจลงสมัคร ส.ส.ในพื้นที่ ที่อยู่ในระดับคุณภาพ หรือเกรด A ให้ความสนใจลงสมัครในนามพรรค ซึ่งตนขอยืนยันว่า จะคัดคนที่ดีที่สุด มีความสามารถที่สุด ส่งลงสนามสู้ศึกเลือกตั้ง โดยจากที่ประเมินสถานการณ์ในเบื้องต้น คาดว่า หากมีการจัดการเลือกครั้งใหม่ หวังว่าพี่น้องประชาชนใน 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน จะให้โอกาสพรรคพลังประชารัฐ เลือกผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคเข้าไปทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร ไม่ต่ำกว่า 10 เขต”
นายสุรเดชกล่าวต่อไปว่า สำหรับแนวทางการทำงานในพื้นที่รับผิดชอบทั้ง 8 จังหวัด ภาคเหนือตอนบน ตนมีความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ที่จะใช้ประสบการณ์ ที่เคยได้รับเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จ.พะเยา และเป็นอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อแผ่นดิน รวมถึงความรู้ ความสามารถที่ตนเองมีมาใช้เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับพรรคพลังประชารัฐ และพี่น้องประชาชน โดยยึดแนวนโยบาย และปรัชญาพรรค “อนุรักษนิยมทันสมัย” ที่ยึดมั่นการปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ สืบสานวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม และค่านิยมอันดีงามของชาติ มาสร้างการพัฒนาที่สร้างประโยชน์ และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบัน ทำให้เกิดเป็นพลังประชาชนเพื่อประชาชนและประเทศชาติ

