มจพ. ผงาดสู่ยุคใหม่ ‘5 มิติขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยชั้นนำ’ ตอบโจทย์โลกอนาคต

22.05.25 | 14:43 น.

ในยุคที่โลกเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และกระแสการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีแบบพลิกผัน (Disruption) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ประกาศวิสัยทัศน์และแนวทางการบริหารมหาวิทยาลัย ที่มุ่งมั่นในการพัฒนาสู่ความเป็นเลิศในทุกมิติ เพื่อก้าวสู่การเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ที่ได้รับการยอมรับทั้งในระดับประเทศและระดับสากล พร้อมเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจนวัตกรรมของประเทศ

ศาสตราจารย์ ดร.ธานินทร์ ศิลป์จารุ อธิการบดี มจพ. คนล่าสุด เผยกับ “มติชน” ถึงการวางแผนนำพาการศึกษาสู่แนวทางใหม่ โดยยึดหลักการว่า การศึกษาคือการสร้างมนุษย์ให้ครบด้าน ทั้งในมิติของความรู้ ทักษะ และคุณธรรม การเรียนจึงไม่ใช่เพียงการถ่ายทอดวิชา แต่คือการบ่มเพาะความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์การผลิตบัณฑิตต้องไม่หยุดอยู่กับเพียงความรู้ทางเทคนิค แต่ต้องสร้าง “พลเมืองโลก” ที่มีจิตสำนึกต่อสังคม มีความรับผิดชอบ เป็นผู้นำที่มีคุณธรรมได้ในทุกมิติของชีวิตและการทำงาน

ความท้าทายของการศึกษายุคใหม่

เมื่อโลกเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม และสังคมสูงวัย ซึ่งล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบการศึกษา อธิการบดี มจพ. ระบุว่า มหาวิทยาลัยจำเป็นต้องปรับตัวเชิงรุกเพื่อรับมือกับ 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ สังคมผู้สูงอายุ ทำให้จำนวนนักศึกษาใหม่ลดลงอย่างต่อเนื่อง, งบประมาณจากภาครัฐที่ลดลง ส่งผลให้มหาวิทยาลัยต้องพึ่งพาตนเองมากขึ้น และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีแบบ Disruption ที่ส่งผลกระทบในทุกภาคส่วน มจพ. จึงจำเป็นต้องวางยุทธศาสตร์ระยะยาวเพื่อเป็นผู้นำการเปลี่ยนผ่านนี้ให้ได้อย่างมั่นคง

Advertisement

หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่ มจพ. ใช้ตอบโจทย์โลกยุคใหม่คือการสร้างระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ผ่านกลไก “ธนาคารหน่วยกิต” (Credit Bank) ซึ่งผู้เรียนสามารถสะสมความรู้จากหลากหลายช่องทาง ทั้งในห้องเรียน การอบรม หรือการทำงานจริง ระบบนี้เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถโอนหน่วยกิตเพื่อรับวุฒิบัตรหรือปริญญาในอนาคต ลดข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่ เพิ่มความยืดหยุ่นและเข้าถึงการศึกษาสำหรับทุกคนทุกช่วงวัย ถือเป็นการพลิกโฉมการศึกษาแบบเดิมอย่างสิ้นเชิง

Soft Skills หัวใจของมนุษย์ในโลกยุคดิจิทัล

มจพ. ไม่ได้มุ่งผลิตเพียงวิศวกรที่เชี่ยวชาญเครื่องจักร แต่ให้ความสำคัญกับการพัฒนา Soft Skills ซึ่งเป็นสิ่งที่เทคโนโลยีไม่สามารถทดแทนได้ เช่น ความคิดสร้างสรรค์ ความอดทน ความซื่อสัตย์ การทำงานเป็นทีม และความสามารถในการสื่อสาร กิจกรรมเสริมหลักสูตร เช่น โครงการจิตอาสา ผู้นำจริยธรรม กิจกรรมสมาธิเพื่อชีวิต และกิจกรรมทางสังคมอื่นๆ จึงถูกร้อยเรียงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้เชิงจิตใจ เพื่อสร้างบัณฑิตที่สมดุลทั้ง “สมองและหัวใจ”

การวิจัยเชิงพาณิชย์และความร่วมมือกับนานาชาติ

มจพ. ได้ส่งเสริมให้เกิดระบบนิเวศวิจัยเชิงพาณิชย์ ผ่านการตั้งศูนย์วิจัยชั้นสูงและสนับสนุนนักวิจัยให้จดสิทธิบัตร นำผลงานสู่การต่อยอดเป็นนวัตกรรมที่ใช้งานได้จริงหนึ่งในแนวทางสำคัญคือการสนับสนุนให้เกิด Deep Tech Startup ภายในมหาวิทยาลัย โดยมีทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ทุนสนับสนุน และเครือข่ายภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้ผลงานวิจัยสามารถเข้าสู่ตลาดได้จริง สร้างรายได้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมอย่างเป็นรูปธรรมและเพื่อยกระดับสู่เวทีโลก มจพ.ได้สร้างความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำและภาคอุตสาหกรรมในระดับนานาชาติ อาทิ การพัฒนาหลักสูตรร่วมกับมหาวิทยาลัยในยุโรปและจีน การแลกเปลี่ยนนักศึกษา และการจัดประชุมวิชาการนานาชาติ

ความร่วมมือดังกล่าวไม่เพียงสร้างโอกาสให้กับนักศึกษาและบุคลากรเท่านั้น แต่ยังเพิ่มศักยภาพของประเทศในการเป็นศูนย์กลางทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของภูมิภาค

สร้างศูนย์ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ฯ-เทคโนโลยีการบิน

โครงการสำคัญที่เกิดขึ้นภายใต้การบริหารของ ศ.ดร.ธานินทร์ คือการจัดตั้ง “ศูนย์ไมโครอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์” ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางระดับประเทศด้านการออกแบบ วิจัย และผลิตบุคลากรในสายงานเทคโนโลยีขั้นสูง โดยตั้งอยู่ในอาคารสูง 5 ชั้น ที่มหาวิทยาลัยจัดสร้างเอง และได้รับอุปกรณ์มูลค่าสูงจากสมาคมภาคอุตสาหกรรม เพื่อรองรับการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ของไทยอย่างยั่งยืนในอนาคต

นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งจุดเด่น คือการเปิดหลักสูตรด้านการบินและอวกาศ โดยเฉพาะการได้รับความร่วมมือจากบริษัทจีนในการมอบดาวเทียมต้นแบบมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท พร้อมเปิดศูนย์ฝึกการบินที่จังหวัดปราจีนบุรี  หลักสูตรนี้มีเป้าหมายในการพัฒนานักศึกษาสู่สายงานด้านการบินและอวกาศ รวมถึงเปิดรับนักศึกษาต่างชาติเพื่อยกระดับสู่หลักสูตรนานาชาติที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล

ระบบธรรมาภิบาล-สร้างสุขบุคลากร

ศ.ดร.ธานินทร์ ย้ำถึงการให้ความสำคัญกับธรรมาภิบาล การบริหารงานโปร่งใส ตรวจสอบได้ มีการวางระบบป้องกันการทุจริต และกลไกตรวจสอบภายในที่เข้มแข็ง ทั้งยังได้รับรางวัลด้านการบริหารโปร่งใสมาอย่างต่อเนื่องความโปร่งใสนี้ไม่เพียงสร้างความเชื่อมั่นในระดับองค์กรเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงคุณภาพของผู้นำที่ยึดถือความยุติธรรมเป็นแกนกลางของการบริหาร

ด้านของสวัสดิการบุคลากร มีการจัดให้มีระบบสวัสดิการที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ค่ารักษาพยาบาล ทุนการศึกษา และสิทธิประโยชน์อื่นๆ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับบุคลากร นอกจากนี้ยังส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพทั้งด้านวิชาการและภาวะผู้นำ เตรียมความพร้อมสำหรับผู้บริหารรุ่นใหม่ เพื่อขับเคลื่อนองค์กรอย่างยั่งยืน

มหาวิทยาลัยเพื่อสังคม และปรัชญา ‘บวก ลบ คูณ หาร’

วิสัยทัศน์ของอธิการบดี มจพ. ไม่ได้หยุดอยู่แค่ภายในรั้วมหาวิทยาลัย แต่ต้องการให้สถาบันแห่งนี้เป็นศูนย์กลาง “นวัตกรรมเพื่อสังคม” ที่ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแก้ไขปัญหาของประเทศ “มหาวิทยาลัยต้องรับใช้ประชาชน สร้างงานวิจัยที่เป็นคำตอบของปัญหาจริง ไม่ใช่แค่ตีพิมพ์ในวารสาร” นี่คือหัวใจของการศึกษาเชิงรับผิดชอบต่อสังคม

ศาสตราจารย์ ดร.ธานินทร์ ทิ้งท้ายถึงหลักคิดที่เปรียบเสมือนแผนที่ในการก้าวเดินร่วมกันอย่างยั่งยืน ผ่านหลักปรัชญาการบริหาร “บวก ลบ คูณ หาร” หลักการที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยพลัง และเป็นหลักแห่งชีวิตและความเป็นผู้นำที่ตั้งใจจะยึดถือ ดังนี้

“บวก” หมายถึง การประพฤติตัวให้เป็นต้นแบบที่ดี มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ตั้ง “ลบ” การไม่ประพฤติชั่วหรือประพฤติผิด ไม่ให้ มจพ. ต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง “คูณ” การที่ผู้นำต้องมีความขยันหมั่นเพียร ทุ่มเท เสียสละ และสร้างความรักความสามัคคีในองค์กร เพื่อสนับสนุนและผลักดันให้ มจพ. เจริญก้าวหน้าอย่างทวีคูณ

สุดท้ายคือ “หาร” หมายถึงการที่ผู้นำต้องมีความยุติธรรม และให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา ลูกศิษย์ และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายอย่างทั่วถึง โดยไม่เลือกที่รักมักที่ชัง

“โอกาสนี้ขอฝากถึงนักศึกษา ศิษย์เก่า และบุคลากรทุกท่านว่า มหาวิทยาลัยจะเจริญก้าวหน้าได้อย่างแท้จริง ก็ต่อเมื่อเราทุกคนมีจิตใจที่พร้อมจะ “บวกความดี ลบความชั่ว คูณความรักสมัครสามัคคี และหารความเป็นธรรมให้กันและกันเสมอ ขอให้ทุกท่านร่วมเป็นพลังในการสร้าง มจพ.ให้เป็นสถาบันที่เปี่ยมด้วยคุณค่า ภูมิใจในอดีต มุ่งมั่นในปัจจุบัน และสร้างความยิ่งใหญ่ในอนาคตร่วมกันต่อไป”