สุเมธ ลาวัณย์พินิจกุล ประกาศสำนึกผิดและขอโทษ ต่อคดีอาญา

22.05.25 | 14:46 น.

ตามคดีอาญาที่อ้างถึงข้างต้น ข้าพเจ้านายสุเมธ ลาวัณย์พินิจกุล  จำเลยที่ 1 ในคดีตามที่อ้างถึงข้างต้น ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาว่า “จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 175 , 177 วรรคสอง ประกอบมาตรา 83 จำเลยที่ 3 และที่ 5 มีความผิดตามประมวลฎหมายอาญา มาตรา 177 วรรคสอง ประกอบมาตรา 83 การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานฟ้องเท็จ จำคุก 1 ปี ฐานร่วมกันเบิกความเท็จต่อศาลในการพิจารณาคดีอาญา จำคุก 3 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 4 ปี จำคุกจำเลยที่ 3 และที่ 5 คนละ 3 ปี พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าเป็นเรื่องร้ายแรงที่ไม่สมควรรอการลงโทษแก่จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 5 ยกฟ้องจำเลยที่ 2” และต่อมา ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาแก้เป็นว่า “ในความผิดฐานร่วมกันเบิกความเท็จต่อศาลในการพิจารณาคดีอาญาให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 5 คนละ 1 ปี 4 เดือน โดยจำเลยที่ 1 เมื่อรวมกับโทษในความผิดฐานฟ้องเท็จ จำคุก 1 ปี แล้ว รวมจำคุก 2 ปี 4 เดือน ส่วนจำเลยที่ 1 และที่ 3 อุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษ ไม่ปรากฏพฤติการณ์ว่าจำเลยที่ 1 และที่ 3 สำนึกผิดในการกระทำ มีการขอโทษโจทก์หรือชดใช้ค่าเสียหายคงอ้างแต่ความเป็นผู้สูงอายุ ในชั้นอุทธรณ์จึงไม่รอการลงโทษจำเลยที่ 1 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น” รายละเอียดท่านทราบอยู่แล้วทุกประการ

เนื่องด้วย ข้าพเจ้ารู้สึกสำนึกผิดในสิ่งที่กระทำผิดต่อกฎหมาย จนเป็นเหตุให้เกิดมีคดีความ และทำให้ท่านได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย ข้าพเจ้าจึงขอทำหนังสือฉบับนี้ เพื่อแสดงถึงความสำนึกผิดจากใจจริง และขอโทษ ขอขมาโทษ ในสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดว่าที่ผ่านมาทำให้ท่านต้องเดือดเนื้อร้อนใจ และด้วยการที่ท่านและข้าพเจ้าเป็นเพื่อนกันมาเป็นระยะเวลากว่า 40 ปี มาแล้ว ปัจจุบันข้าพเจ้า นายสุเมธ ลาวัณย์พินิจกุล  มีอายุ 90 ปี  ต่างคนต่างมีอายุมากในวัยชรา อยู่ในช่วงบั้นปลายของชีวิต ด้วยความสำนึกผิดของข้าพเจ้า จึงรวบรวมเงินเพื่อเยียวยาความเสียหายให้แก่ท่าน โดยจะนำเงินไปวางเงินต่อศาลให้แก่ท่าน จำนวน 100,000 บาท ต่อไป และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านจะให้อภัยในสิ่งที่เกิดขึ้น