เกษตรกร 4 จังหวัดภาคเหนือ เชื่อมั่น พปชร. ขอให้ช่วยแก้ทุกข์ “รองสุรเดช” ลงประสานช่วยเต็มที่
นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยว่า ด้วยพรรคพลังประชารัฐ เป็นพรรคอนุรักษนิยมทันสมัย ที่มุ่งลดช่องว่างระหว่างชนชั้น และความเหลื่อมล้ำทางสังคม รวมถึงพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค มีความจริงใจ จริงจัง ในการช่วยเหลือ และแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน จึงให้ความสำคัญกับการเข้าถึงประชาชนในกลุ่มอาชีพต่าง ๆ เพื่อรับฟังปัญหา และช่วยประสานเพื่อดำเนินการแก้ไข ดังนั้น เมื่อวันที่ 21 – 23 พ.ค. 2568 ที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร ได้มอบหมายให้ตน ในฐานะรองหัวหน้าพรรคดูแลภาคเหนือตอนบน เป็นตัวแทนลงพื้นที่จังหวัดน่าน เชียงใหม่ ลำพูน และลำปาง เพื่อรับฟังปัญหาและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากพี่น้องประชาชน ซึ่งประกอบอาชีพด้านการเกษตร ที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ และถือเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจของประเทศ

“การลงพื้นที่ 4 จังหวัดภาคเหนือในครั้งนี้ พี่น้องเกษตรกรในทุกจุดที่ได้ไปพบปะ ล้วนสะท้อนถึงปัญหาความเดือดร้อนอย่างเปิดอก และขอให้ทางพรรคพลังประชารัฐ ได้เข้ามาช่วยเหลือแก้ปัญหา ซึ่งพร้อมช่วยเหลือแก้ไขปัญหาด้วยความจริงใจ จริงจัง และยึดความต้องการของประชาชนเป็นหลัก ทุกปัญหาถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไข ซึ่งตนได้รับเรื่องไว้ทั้งหมดแล้ว จากนี้จะนำทุกปัญหาส่งต่อให้กับสส.ของพรรค เพื่อดำเนินการขับเคลื่อน และผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป” นายสุรเดชกล่าว
นายสุรเดช กล่าวเพิ่มเติมว่า พร้อมกันนี้ ยังจัดประชุมว่าที่ผู้สมัครส.ส. 34 เขต 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ประกอบด้วย จังหวัดเชียงใหม่, เชียงราย, ลำปาง, ลำพูน, น่าน, แม่ฮ่องสอน, พะเยา และแพร่ ขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมแก่ว่าที่ผู้สมัคร ตามนโยบายเตรียมพร้อม “เลือกตั้งเสมอ” พร้อมทั้งมอบแนวทางการทำงาน ที่เน้นรุก และเข้าใจปัญหาในแต่ละพื้นที่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนว่า พรรคพลังประชารัฐพร้อมทุกเมื่อที่ประชาชนต้องการเปลี่ยนแปลง

ทั้งนี้ สำหรับการเดินทางลงพื้นที่ของนายสุรเดช ยะสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และคณะ ได้เริ่มต้นที่จังหวัดน่าน ในวันที่ 21 พ.ค. โดยเดินทางไปยังบ้านปัวชัย ต.ฝายแก้ว อ.ภูเพียง พบปะเกษตรกร และรับฟังปัญหาทั้งด้านอาชีพ และชีวิตความเป็นอยู่ ต่อมา วันที่ 22 พ.ค. เดินทางไปยังจังหวัดลำปาง ที่วัดแม่ฮวก ต.ไหล่หิน อ.เกาะคา พบปะผู้นำชุมชน และเยี่ยมชมกิจกรรมของกลุ่มผลิตไม้กวาดด้วยวัสดุเหลือใช้ ในการนี้ผู้นำชุมชน ได้นำเสนอปัญหา พร้อมขอให้ช่วยผลักดันให้เกิดการแก้ไข ที่เกี่ยวกับปัญหาลำน้ำตื้นเขิน เอกสารสิทธิ์ที่ทำกิน และความเดือดร้อนเรื่องปากท้องชาวบ้าน
ในวันเดียวกันได้เดินทางไปยังอำเภอเมือง จังหวัดลำพูน พบปะตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกลำไย ตำบลมะเขือแจ้ และประธานวิสาหกิจชุมชน กลุ่มแปรรูปลำไยสีทองบ้านสันป่าแหียง ซึ่งได้นำเสนอปัญหา พร้อมขอให้ชวยผลักดันการยกระดับราคาผลผลิต และหาตลาดรองรับเพิ่มทั้งในและต่างประเทศ
ส่วนวันที่ 23 พ.ค. นายสุรเดช และคณะ ได้ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ พบปะตัวแทนเกษตรกรจากกลุ่มอาชีพผู้เลี้ยงโคนม และวิสาหกิจชุมชุมของอำเภอแม่ออน ที่ศาลาประชาคมหมู่ที่ 9 ต.ออนกลาง ซึ่งได้ร้องเรียนถึงความเดือดร้อน ได้แก่ ปัญหาราคาน้ำนมตกต่ำ หนี้สินของเกษตรกร ที่พบอุปสรรคในการเข้าถึงมาตรการแก้ไขหนี้สินของ กฟก. หรือ กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร รวมถึงขอให้ช่วยผลักดันและส่งเสริมกลุ่มวิสาหกิจชุมชน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการสร้างรายได้ เป็นต้น
ทั้งนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจพบปะเกษตรกร นายสุรเดช ได้มีการพบปะกับผู้ที่แสดงเจตจำนงต้องการลงสมัครเป็นตัวแทนพรรคเพื่อลงเลือกตั้งปี 2570 ในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ประกอบด้วย จังหวัดเชียงใหม่, เชียงราย, ลำปาง, ลำพูน, น่าน, แม่ฮ่องสอน, พะเยา และแพร่ รวม 34 เขต ในการนี้ นายสุรเดช ได้กล่าวว่า ผู้ที่แสดงเจตจำนงต้องการลงสมัครเป็นตัวแทนพรรค ล้วนแต่เป็นบุคคลคุณภาพอยู่ในระดับ A และ B เป็นที่รู้จักของคนในพื้นที่ ซึ่งพร้อมจะเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกพรรคต่อไป ขอยืนยัน พรรคจะคัดเลือกตัวแทนที่ดีที่สุด มีความสามารถ ส่งลงสนามสู้ศึกเลือกตั้ง


