87 ปีแห่งความห่วงใย ‘โรงพยาบาลหัวเฉียว’ กับบทบาท ‘โรงพยาบาลเพื่อสังคม’ ที่ไม่เคยหยุดพัฒนา

28.05.25 | 19:02 น.

ในโอกาสครบรอบ 87 ปีแห่งการก่อตั้ง โรงพยาบาลหัวเฉียว’ ตอกย้ำบทบาท โรงพยาบาลเพื่อสังคม’ ด้วยการจัดกิจกรรมเผยแพร่ความรู้ด้านสุขภาพควบคู่กับการเสวนาพิเศษ ‘HuaChiew Healthy Together : หัวเฉียว สุขภาพดีไปด้วยกัน’ โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ถ่ายทอดแนวคิดและการพัฒนาศักยภาพโรงพยาบาลในทุกมิติ ทั้งด้านการรักษา เทคโนโลยี และการดูแลผู้ป่วยอย่างยั่งยืน สะท้อนความมุ่งมั่นในการยกระดับบริการสาธารณสุขให้เข้าถึงได้ในอัตราที่เป็นธรรม พร้อมก้าวสู่มาตรฐานระดับสากล

แนวคิดดังกล่าวสะท้อนผ่านคำกล่าวของ วิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานคณะกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และรองประธานคณะกรรมการบริหาร โรงพยาบาลหัวเฉียว ซึ่งเปิดเผยว่า โรงพยาบาลหัวเฉียว ถือเป็นโรงพยาบาลเอกชนที่ดำเนินงานภายใต้แนวคิด ‘โรงพยาบาลเพื่อสังคม’ ภายใต้สังกัดของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดยมีจุดเริ่มต้นจากสถานผดุงครรภ์ขนาดเล็ก เพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ จนเติบโตเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางที่สามารถรองรับการรักษาโรคซับซ้อนในหลายสาขา ปัจจุบันมีเตียงรองรับผู้ป่วย 338 เตียง และศูนย์ฟอกไต 62 เตียง

เรามุ่งพัฒนาอย่างรอบด้านเพื่อเข้าสู่มาตรฐานสากล ทั้งในด้านบุคลากร เครื่องมือแพทย์ สารสนเทศ และอาคารสถานที่ โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์ เรามีแพทย์ประจำ 120 ท่าน และแพทย์ที่ปรึกษากว่า 500 ท่าน ขณะเดียวกัน มูลนิธิฯ ยังให้ทุนสนับสนุนนักศึกษาพยาบาลวิชาชีพ ปีละ 40 ทุน ทุนละ 642,620 บาท คิดเป็นมูลค่ากว่า 25 ล้านบาทต่อปี ซึ่งดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 13 ปีแล้ว ปัจจุบันมีผู้สำเร็จการศึกษาจากโครงการนี้และปฏิบัติงานในโรงพยาบาลรวม 181 คน”

ยกระดับมาตรฐานสากล ดูแลผู้ป่วยด้วยหัวใจ พร้อมค่ารักษาที่เข้าถึงได้

ในส่วนเครื่องมือแพทย์ โรงพยาบาลหัวเฉียวมีความพร้อมด้วยอุปกรณ์ที่ทันสมัย อาทิ เครื่องตรวจวินิจฉัยด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) เป็นเครื่องตรวจอวัยวะภายในให้ภาพคมชัด, เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง (CT Scan) เป็นเครื่องตรวจหาความผิดปกติของอวัยวะภายในร่างกาย โดยใช้รังสีเอกซเรย์และสร้างภาพให้คมชัดกว่าภาพเอกซเรย์ทั่วไป, เครื่องตรวจสวนหัวใจและหลอดเลือด (Cath Lab) เป็นเครื่องตรวจอวัยวะหลอดเลือดตีบตันและขยายหลอดเลือดหัวใจตีบตัน, ห้องแล็บที่มีมาตรฐาน และหุ่นยนต์จัดยาอัตโนมัติ

Advertisement

ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ โรงพยาบาลนำระบบ Trakcare HIS ซึ่งเป็นระบบบริหารจัดการข้อมูลสุขภาพที่ใช้ในโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำมาใช้งาน ส่วนอาคารสถานที่ก็ได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัย มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งยังใส่ใจด้านระบบความปลอดภัยและสาธารณูปโภค

เรามุ่งมั่นพัฒนาทุกมิติอย่างต่อเนื่อง โดยคณะกรรมการบริหารมีนโยบายให้ผู้บริหารผลักดันทุกระดับงานให้เติบโตสู่การรับรองมาตรฐานสากล เพื่อให้ผู้ป่วยทุกกลุ่มได้รับบริการที่ปลอดภัยในอัตราค่ารักษาที่สมเหตุสมผล พร้อมกับสานต่อกิจกรรมเพื่อสังคม เช่น โครงการสงเคราะห์ค่ารักษา โครงการช่วยเหลือผู้ป่วยฟอกไต ที่ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ประมาณ 20 ล้านบาทต่อปี” วิชิต กล่าว

เสวนาพิเศษ ‘สุขภาพดีไปด้วยกัน’ เติมเต็มความรู้จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

เนื่องในวันครบรอบปีนี้ โรงพยาบาลได้จัดเสวนาพิเศษ ‘HuaChiew Healthy Together : หัวเฉียว สุขภาพดีไปด้วยกัน’ โดยเชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์ต่างๆ ของโรงพยาบาลมาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ พร้อมจัดกิจกรรมด้านสุขภาพแก่ผู้เข้าร่วมงาน

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกในเวทีเสวนา คือ สถานการณ์ของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่ง พญ.สลิลนาท พานประเสริญ อายุรแพทย์ อนุสาขาอายุรศาสตร์โรคไต แผนกอายุรกรรม ระบุว่า ปัจจุบันโรค NCDs คือภัยเงียบของสังคมไทย กว่า 75% ของคนไทยในแต่ละปี เสียชีวิตด้วยโรคเหล่านี้ โดยเฉพาะโรคหัวใจและหลอดเลือด ที่คร่าชีวิตคนไทยเกือบ 1 คนในทุก 10 นาที

ดังนั้น การป้องกันจึงต้องทำใน 4 มิติ คือ 1. การค้นหากลุ่มเสี่ยง โดยคนไข้อายุน้อยและอยู่ในวัยทำงานจะมีพฤติกรรมเสี่ยง 2. การตรวจสุขภาพประจำปี หมั่นตรวจคัดกรองระดับน้ำตาล ระดับไขมัน หรือความดันโลหิต 3. การดูแลเรื่องน้ำหนัก ที่เป็นปัจจัยเสี่ยงหลักของโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง และ 4. การรับคำแนะนำจากสหสาขาวิชาชีพ ในการลดปัจจัยเสี่ยง เช่น คำแนะนำเรื่องอาหาร หรือการออกกำลังกายที่เหมาะสม

ขณะเดียวกัน ประเด็นด้านสุขภาพของผู้สูงอายุซึ่งกำลังทวีความสำคัญท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ สังคมผู้สูงวัย (Aging Society)’ ก็ได้รับการกล่าวถึงโดย นพ.พลากร เลิศศักดิ์วรกุล อายุรแพทย์ สาขาประสาทวิทยา จากศูนย์สมองและระบบประสาท ซึ่งได้ร่วมบรรยายว่า ปัญหาทางสุขภาพในกลุ่มผู้สูงอายุนั้นมีความซับซ้อนและหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นโรคเรื้อรังหลายชนิด ปัญหาเรื่องการหกล้ม ภาวะกระดูกบาง ภาวะพึ่งพิง ตลอดจนปัญหาทางสมองและสุขภาพจิต ทั้งนี้ โรงพยาบาลหัวเฉียวมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในหลายสาขาที่พร้อมให้การดูแลและติดตามสุขภาพของผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิดและรอบด้าน

ต่อเนื่องจากแนวทางการดูแลสุขภาพผู้สูงวัย โรงพยาบาลหัวเฉียวได้ปรับตัวเพื่อรองรับสังคมสูงวัยอย่างเป็นระบบ โดยจัดตั้ง บ้านสุขใจ’ ซึ่งเป็นที่พักสำหรับผู้สูงอายุภายในพื้นที่โรงพยาบาล โดยมุ่งเน้นการดูแลที่ครบวงจรภายใต้มาตรฐานของโรงพยาบาลที่สะอาด ปลอดภัย และอบอุ่นในบรรยากาศที่เป็นกันเอง ทั้งยังมีทีมสหสาขาวิชาชีพให้บริการดูแลตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับทั้งการดูแลด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีควบคู่กันไป

นอกจากนี้ โรงพยาบาลหัวเฉียวยังให้ความสำคัญกับการนำนวัตกรรมล้ำสมัยเข้ามาพลิกโฉมระบบการแพทย์ ภายใต้แนวคิด Disruptive Medical Technology โดย นพ.สุวิทย์ หวานแก้ว อายุรแพทย์ อนุสาขาอายุรศาสตร์โรคไต แผนกอายุรกรรม ได้ให้ข้อมูลว่า การมาของเทคโนโลยีทางการแพทย์ยุคใหม่ ไม่ใช่เพียงแค่การต่อยอดจากสิ่งที่มีอยู่เดิม แต่คือการเปลี่ยนวิธีคิดจากฐานรากอย่างแท้จริง ซึ่งโรงพยาบาลหัวเฉียวได้นำเทคโนโลยีเหล่านี้เข้ามาใช้ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์ เปิดโอกาสให้ทีมแพทย์และพยาบาลสามารถทุ่มเทเวลาไปกับการดูแลผู้ป่วยได้อย่างเต็มที่มากขึ้น

ตัวอย่างของเทคโนโลยีที่ถูกนำมาใช้ในการดูแลรักษาผู้ป่วย อาทิ Cobra+ Fundus Camera ซึ่งเป็นเครื่องมือสำหรับถ่ายภาพจอประสาทตา ช่วยให้สามารถตรวจดูโครงสร้างภายในดวงตาและทราบผลได้ภายในไม่กี่นาที ด้วยการวิเคราะห์ภาพผ่านระบบ AI หรือเทคโนโลยี Precision Medicine ที่เน้นการรักษาเฉพาะบุคคล เช่น การวิเคราะห์การแพ้ยาระดับยีน และการตรวจวินิจฉัยก่อนคลอด รวมถึงการผ่าตัดผ่านกล้องที่ช่วยลดการบาดเจ็บของร่างกาย ฟื้นตัวเร็ว และให้ผลการรักษาที่แม่นยำ ขณะเดียวกันยังมีการใช้ Automated Dispensing Robot หรือหุ่นยนต์จัดยา ที่ช่วยคัดแยกและจ่ายยาให้ผู้ป่วยอย่างแม่นยำ ลดข้อผิดพลาดจากมนุษย์ ลดภาระของเภสัชกร และเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ป่วย

นอกจากการนำเทคโนโลยีมาช่วยในการรักษาและสนับสนุนการทำงานของบุคลากรแล้ว โรงพยาบาลหัวเฉียว ยังพัฒนาเครื่องมือดิจิทัลเพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้บริการ โดยเฉพาะแอปพลิเคชัน ‘HuaChiew Connect’ ที่ถูกออกแบบมาให้รองรับการใช้งานหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงข้อมูลสุขภาพส่วนตัว ประวัติการรักษา การนัดหมายล่วงหน้า บริการชำระเงินออนไลน์ ติดตามข่าวสารจากโรงพยาบาล รวมถึงการติดต่อสอบถาม หรือเรียกรถฉุกเฉิน ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงบริการของโรงพยาบาลได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยทุกที่ทุกเวลา

ภารกิจโรงพยาบาลเพื่อสังคม ก้าวไกลด้วยนโยบายยั่งยืน

สุดท้าย นพ.สุรพงษ์ วรสุวรรณรักษ์ ผอ.ฝ่ายการแพทย์ ได้กล่าวถึงทิศทางสำคัญของโรงพยาบาลว่า นโยบายหลักของโรงพยาบาลหัวเฉียว คือ การเป็น ‘โรงพยาบาลเพื่อสังคม’ (Social Enterprise) โดยยึดหลักการบริหารใน 6 ด้านสำคัญ ได้แก่ 1. การพัฒนาคุณภาพการรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรฐานสู่ระดับสูงสุด 2. การให้บุคลากรทางการแพทย์ยึดมั่นในคุณธรรมและจริยธรรมทางวิชาชีพอย่างเคร่งครัด 3. การบริหารจัดการโรงพยาบาลตามหลักธรรมาภิบาล โปร่งใส และปราศจากผลประโยชน์ทับซ้อน 4. การให้บริการด้วยความเอื้ออาทรต่อตัวผู้ป่วยและครอบครัวของผู้ป่วย 5. การกำหนดอัตราค่ารักษาและค่าบริการอย่างสมเหตุสมผล และ 6. การดำเนินโครงการเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ

ด้วยแนวทางดังกล่าว โรงพยาบาลหัวเฉียวจึงยึดมั่นในพันธกิจการเป็นโรงพยาบาลเพื่อสังคมอย่างแท้จริง โดยรายได้จากการให้บริการทางการแพทย์ทุกบาททุกสตางค์ จะถูกนำกลับมาพัฒนาโรงพยาบาลอย่างเต็มที่ ซึ่งตลอดช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมา โรงพยาบาลได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและก้าวกระโดด ไม่ว่าจะเป็นด้านการบริการจากศูนย์ต่างๆ การเพิ่มศักยภาพของทีมแพทย์และพยาบาล ตลอดจนการสนับสนุนจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งและทีมบริหารที่ร่วมแรงร่วมใจกันทำงานอย่างหนัก เพื่อให้โรงพยาบาลหัวเฉียวเป็นที่พึ่งของประชาชน และเป็นสถานพยาบาลที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ด้วยความมั่นใจ

นอกจากนี้ อีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่สะท้อนถึงความทุ่มเทตามพันธกิจ ‘ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต’ ก็คือ การที่ โรงพยาบาลหัวเฉียว ได้รับรางวัล The Winner ด้าน Best Medical Excellence Group B จากการประกวดโครงการ Alianz Ayudhya Hospital ซึ่งนับเป็นกำลังใจสำคัญในการเดินหน้าพัฒนาโรงพยาบาลเพื่อสังคมอย่างมั่นคงต่อไป