“นิธิโรจน์” หมดตัวเหลือเงินติดตัว 300 พลิกชีวิตสู่เจ้าของธุรกิจขนส่ง “Transport” ครบวงจร ภายใน 5 ปี

15.06.25 | 15:04 น.

นายนิธิโรจน์ จริยบวรรุจน์ (มายด์) ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา สาขาวิชาธุรกิจพาณิชยนาวี วิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน รุ่น 06 รหัส 59 เด็กหนุ่มจังหวัดเพชรบุรี ในวัย 27 ปี

ปัจจุบัน “นิธิโรจน์” เป็นเจ้าของธุรกิจด้าน การจัดการการขนส่ง Transport แบบครบวงจร บริหารงานเพียงคนเดียวภายใต้ตำแหน่ง กรรมการบริหาร ของบริษัท บี ดับบลิว อาร์ โลจิสติกส์ จำกัด

“นิธิโรจน์” เป็นบุตรชาย ของนายพิสิษฐ์ จริยบวรรุจน์ อาชีพ ผู้รับเหมา และนางรัชดาวัลย์ จริยบวรรุจน์
มีพี่น้อง 2 คน “นิธิโรจน์” เป็น บุตรคนที่ 1 ภูมิลำเนาเป็นคนจังหวัดกรุงเทพมหานคร “นิธิโรจน์” มีน้องชาย ชื่อ นายรัฐธนินท์ จริยบวรรุจน์ ปัจจุบัน อายุ 24 ปี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิชาธุรกิจพาณิชยนาวี วิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน รุ่น 10 รหัส 63 จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เช่นเดียวกัน

“นิธิโรจน์” เปิดเผยว่า “หลังจากจบ ม.6 จากโรงเรียนสตรีวิทยา 2 ได้หาข้อมูลว่า แต่ละมหาวิทยาลัยเปิดหลักสูตรการเรียนอย่างไรบ้าง และดูว่าควรจะเลือกเรียนสาขาวิชาอะไร ที่เมื่อจบแล้วจะไม่ตกงาน และต้องเป็นสาขาวิชาที่ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน และทันต่อสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของโลกด้วย ตอนนั้น ผมมองหา หลักสูตรทางด้านของการขนส่งทางเรือ เพราะทราบว่า ธุรกิจเกี่ยวกับโลจิสติกส์กำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก แต่ยังขาดบุคลากรที่มีความรู้ทางด้านนี้ ผมจึงเลือกเรียนหลักสูตรบริหารธุรกิจ สาขาวิชาธุรกิจพาณิชยนาวี วิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา”

Advertisement

“นิธิโรจน์” กล่าวอีกว่า “ในช่วงนั้นอาชีพด้านการจัดการการขนส่ง ขาดแคลนบุคลากรที่จบสาขาโลจิสติกส์ ซึ่งหลักสูตรนี้ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ใช้ระยะเวลาเรียนเพียง 3 ปีครึ่ง จะทำให้ผมสำเร็จการศึกษาเร็วขึ้นและมีงานทำอย่างรวดเร็ว ผมมองเห็นโอกาสทองทางธุรกิจ จึงได้ตัดสินใจเรียนสาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์”

“ตลอดระยะเวลา 3 ปีครึ่งที่เรียนหนังสือ ผมมุ่งมั่นและตั้งใจ และกับการศึกษาเล่าเรียนอย่างจริงจัง ทั้งเรียนและทำกิจกรรมควบคู่กัน เพราะผมเป็นคนที่มีนิสัย “หากจะทำอะไรต้องทำทีละอย่างให้สำเร็จ” แล้วสิ่งที่ทำจึงจะมีคุณภาพและผลงานที่ออกมาจะมีประสิทธิภาพอีกด้วย ผมเลือกที่จะทำอย่างใดอย่างหนึ่งอย่างมุ่งมั่น คือ ผมเลือกที่จะใช้ชีวีตในวัยเรียนอย่างคุ้มค่า ทำอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพราะผมต้องการประสบความสำเร็จในทุกมิติโดยเร็ว”

ผมสมัครเป็นนักศึกษาฝึกงานที่บริษัท JWD INFO LOGISTICS คลังสินค้าอันตราย ท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี ในตำแหน่งฝึกงาน warehouse / Operation planner คลังสินค้า และ ชิปปิ้ง

เมื่อจบสำเร็จการศึกษา ผมสมัครเข้ารับการสัมภาษณ์ที่ บริษัท RTN LOGISTICS ในตำแหน่ง CS TRANSPORT จำได้ว่า มีคนมาสมัครเข้ารับการสัมภาษณ์ 5-6 คน แต่ผมเป็นเพียงคนเดียวที่ได้รับการคัดเลือก ให้เข้าทำงาน ผมเป็นพนักงานเพียงคนเดียวที่ผ่านช่วงทดลองงานอย่างรวดเร็ว และได้รับการปรับเลื่อนขึ้นเงินเดือนทะลุเกณฑ์มาตรฐานของบริษัท ตลอดระยะเวลา 3 ปี ผมทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้ผู้บริหาร ผู้บังคับบัญชาเอ็นดูและเมตตา

จึงเป็นเหตุที่ทำให้ทุกสายตาของคนในบริษัทจับจ้องมาที่ผมคนเดียว ตั้งแต่ระดับผู้บริหารจนถึงระดับปฏิบัติงาน

ซึ่งพอเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ทำให้ผมได้ยิ่งมุ่งมั่นตั้งใจทำงาน ไม่สนใจว่าใครจะคิดยังไง เพราะผมทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ กำลังสติปัญญา ในการทำงานอย่างสุดความสามารถ ผมถือว่าเป็นเรื่องปกติในสังคมที่ทำงาน ก็จะทำให้ผู้บังคับบัญชาของผมโดยตรงเห็นถึงผลงานของผม กระทั่งผมอยู่ในจุดอิ่มตัว ทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายผมทำจนกลายเป็นงานประจำที่ทำซ้ำ ๆ กันในทุก ๆ วัน

ผมต้องการหาประสบการณ์ใหม่ ๆ จากหน่วยงานอื่น ๆ จึงได้ลาออกจากบริษัทแรก ลงประวัติการทำงานในระบบและสมัครที่ใหม่ จึงได้เข้าทำงานที่บริษัท JTC LOGISTICS บริษัท Pioneer logistics บริษัท GTL OCS (THAILAND) ผ่านการทำงานด้านรถยนต์ไฟฟ้า AION และผ่านการอบรมประกาศนียบัตร

ตลอดระยะเวลาการทำงานในบริษัทต่าง ๆ ที่ผ่านมา ผมมุ่งมั่น ตั้งใจ ทำทุกหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย หรือแม้กระทั่งทำเกินหน้าที่ ผมทำงาน 24 ชั่วโมง มีผลงานโดดเด่น ทำให้เจ้านายรักใคร่ เอ็นดู เช่น หน้าที่พนักงานขาย หรือ sale ผมหารายได้ให้บริษัทเป็นจำนวนมาก และลดต้นทุนการใช้ทรัพยากรให้กับบริษัทอีกด้วย

ซึ่งเมื่อเป็นแบบนี้ แน่นอนว่าในการทำงานสังคมออฟฟิศ สิ่งที่ทุกคนต้องเจอคือ Toxic. สังคมเป็นพิษ ที่จะต้องมีการแก่งแย่งชิงดี ชิงเด่น ติฉิน นินทา ว่าร้าย ผมใช้หลักในการบริหารจัดการกับ Toxic คือ การทำงาน ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด คุยเฉพาะเรื่องงาน สิ่งที่หนึ่งที่ผมเจอ ในสังคม office. ผมจะแบ่งแยกเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงาน จะผูกสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานเฉพาะเรื่องงานเท่านั้น เพื่อให้งานเดินหน้าต่อไปได้

หากจะถามว่าทำไมผมบริหารจัดการ toxic ได้ ผมอ่านหนังสือจิตวิทยาหลักในการบริหารคน ทำให้เรารู้ว่าควรจะปฏิบัติตนอย่างไรในสังคมออฟฟิศ

ชีวิตผม ไม่ได้สวยหรูโรยด้วยกลีบกุหลาบ เป็นเรื่องธรรมดาที่มนุษย์คนหนึ่งจะต้องมีเรื่องที่ผิดพลาดเกิดขึ้นได้ ในชีวิต แต่พอผิดพลาดแล้วก็ไม่กลับไปทำซ้ำเดิมอีก

ผมเคยหมดตัว เพียงเพราะผมทุ่มเทให้กับคนรัก แต่สุดท้ายเขาก็ทิ้งผมไป ทำให้หมดหมดตัวถึงขนาดเหลือเงินติดตัวเพียง 300 บาท

ผมได้ขอความช่วยเหลือจากเพื่อนสนิทของคนหนึ่ง ผมได้รับความช่วยเหลือเป็นอย่างดีจากเพื่อนคนนั้น เขาเลี้ยงข้าวผม ในวันที่ผมหมดตัว ผมบอกกับเขาว่า หากผมกลับมามีอีกครั้ง เขาอยากได้อะไรผมจะซื้อให้

ผมจึงกลับมาบ้านตั้งหลัก ผมได้รับความเมตตาจากผู้ใหญ่ใจดีให้การสนับสนุน ชี้แนะแนวทางการดำเนินธุรกิจให้ผมสามารถมีธุรกิจเป็นของตัวเองจนถึงทุกวันนี้

ผมเป็นคนมีน้ำใจ อ่อนน้อมถ่อมตน ให้กำลังใจตนเอง ไม่ยอมแพ้ สิ่งที่ทำให้ผมกลับมามีกำลังใจอีกครั้ง ได้กำลังใจจากเพื่อน และครอบครัว เราต้องลุกขึ้นมาอีกครั้ง ทำงานประจำและเก็บเงิน อะไรที่ทำให้เราไม่ยอมแพ้ นั่นก็คือ เป้าหมายในชีวิตที่ตั้งใจจะกลับมายืนได้อีกครั้ง และบัดนี้ผมก็ทำสำเร็จ

ปัจจุบัน ผมให้บริการเช่าตู้คอนเทนเนอร์ รายวัน รายเดือน ให้บริการรับฝากตู้คอนเทนเนอร์ บริษัทโลจิสติกส์ ทรานสปอร์ต ขนส่งในประเทศ และขนส่งระหว่างประเทศ บริการเคลียชิปปิ้งลูกค้า ด่านประเทศกัมพูชา ลาว และพม่า รวมถึงให้บริการแรงงาน

ส่วนตัวผม ผมเป็นนักวางแผนอนาคต ซึ่งผมมองและวางแผนอนาคตตัวเองไว้ว่า ต้องการทำงานในวัยที่ยังมีแรงทำไหวให้ได้เร็ว และต้องการเกษียณอายุงานก่อนอายุ 60 ปี โดยการมีอิสระภาพทางการเงิน ผมคิดว่า ถ้าเรายิ่งช้า ก็จะทำให้เรา ยิ่งอายุมากขึ้น เรี่ยวแรงทำงาน ถึงช่วงนั้นก็จะถดถอยลงไปทุกที

แรงบันดาลใจที่ทำให้ผม เป็นคนที่มีความคิดแบบนี้ ได้ เป็นเพราะผมอยู่ในสังคมแวดล้อม ที่เต็มไปด้วยแบบอย่างที่ดี มีนักธุรกิจผู้ใหญ่หลายท่านให้ความรัก ความเมตตาผม ทำให้ผมเกิดแรงบันดาลใจ ว่าทำอย่างไร เราจะเก่งเหมือนเขา จึงต้องอาศัยความอดทน มานะ พยายามมากที่สุด

อรวรรณ สุขมา