คุณรู้หรือไม่ใน 1 ปี มีเด็กเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถจักรยานยนต์ เฉลี่ยปีละ 1 โรงเรียนใหญ่ ทำไมเด็กในประเทศนี้…..ตายก่อนวัยอันควร!! แล้วเราจะมีหนทางป้องกันแก้ไขอย่างไรบ้าง!!?
ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน(ศวปถ.)มูลนิธินโยบายถนนปลอดภัย(มนป.)ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)สนับสนุนการทดสอบและกำหนดมาตรฐานแนะนำภายใต้โครงการจักรยานยนต์ขับขี่ปลอดภัย (Safety bike)เพื่อส่งเสริมให้ประชาชน เลือกใช้มาตรฐานรถจักรยานยนต์อย่างปลอดภัย

นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน กล่าวว่า “แผนงานรถจักรยานยนต์เป็นแผนงานหนึ่งของศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน ที่มุ่งเน้นการทำงานเพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ข้อมูลสถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนทั่วโลก บ่งชี้ว่าเกิดขึ้นจาก 3 ปัจจัย คือพฤติกรรมคน ปัจจัยด้านรถ และปัจจัยด้านถนนหรือสิ่งแวดล้อม การทำงานเพื่อลดอุบัติเหตุทางถนน จึงต้องทำในทุกปัจจัยทั้ง คน รถ และถนน
อย่างที่ทุกท่านทราบกันดี ว่า สถานการณ์การบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนของประเทศไทยถูกจัดอันดับจากองค์การอนามัยโลกให้เป็นประเทศที่มีผู้เสียชีวิตสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก มากไปกว่านั้นข้อมูลบ่งชี้ว่า 3 ใน 4 ของการบาดเจ็บรุนแรงเกิดจากรถจักรยานยนต์ ในขณะที่ รถจักรยานยนต์เป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของการเสียชีวิต (มากถึง 65%) มีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยปีละกว่า 5,500 ราย สอดคล้องกับจำนวนจดทะเบียนรถจักรยานยนต์สูงขึ้นเรื่อยๆ เห็นได้จากตัวเลขปี 2559 ของกรมการขนส่งทางบกมีรถจดทะเบียนสะสมสูงถึง 20 ล้านคันและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และประเด็นที่น่าสังเกตคือ รถจักรยานยนต์ในประเทศไทยมีมาตรฐานการผลิตตามมาตรฐานอุตสาหกรรมแต่ยังขาดการตระหนักเรื่องมาตรฐานด้านความปลอดภัยในการขับขี่ สังเกตได้จาก รถยี่ห้อเดียวกัน รุ่นเดียวกัน แต่การผลิตเพื่อจำหน่ายในต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น หรือ ทางยุโรป จะไม่เหมือนการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศไทย ด้านโครงสร้างกายภาพของรถ ทั้งขนาดหน้ายาง ความกว้างวงล้อ ที่มีส่วนสัมพันธ์กับความเร็วและระยะเบรก
ดังนั้นวัตถุประสงค์ของโครงการจักรยานยนต์ขับขี่ปลอดภัยในครั้งนี้ เพื่อทบทวนและกำหนดมาตรฐานแนะนำสำหรับรถจักรยานยนต์ที่ผลิตและจำหน่ายในประเทศไทย ส่งเสริมให้กลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ เด็กและเยาวชน ผู้ปกครอง เลือกซื้อรถจักรยานยนต์โดยคำนึงถึงประเด็นความปลอดภัยมากขึ้น และผลักดันให้ผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ที่เป็นเจ้าหลักในประเทศไทยออกแบบและผลิตรถจักรยานยนต์โดยคำนึงถึงความปลอดภัยมากขึ้น”
ผศ.ดร.จินดา เจริญพรพาณิชย์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในการทดสอบมาตรฐานรถของประเทศไทย กล่าวว่า “ การทดสอบจักรยานที่ได้มาตรฐานแนะนำด้านความปลอดภัยภายใต้โครงการจักรยานยนต์ขับขี่ปลอดภัย (Road safety bike) นั้นจะทำการทดสอบ
- ตรวจสอบลักษณะทางกายภาพ เช่น เครื่องยนต์ ระบบเบรก ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางล้อ ความกว้างของหน้ายาง
- ทดสอบความเร็วสูงสุด โดยใช้วิธีทดสอบบน Chassis Dynamometer หรือทดสอบบนถนน
- ทดสอบระยะเบรก โดยเทียบเคียงและนำบางส่วนของ มาตรฐาน FMV122 ของประเทศสหรัฐอเมริกา มาประยุกต์ใช้ โดยทดสอบแบบถนนแห้ง ที่ความเร็ว 40 km/h สำหรับจักรยานยนต์ที่มีเครื่องยนต์ขนาด 50 cc หรือจักรยานยนต์ที่มีความเร็วสูงสุดไม่เกิน 50 km/h และทดสอบที่ความเร็ว 60 km/h สำหรับจักรยานยนต์ที่มีเครื่องยนต์ขนาดใหญ่กว่า 50 cc หรือที่มีความเร็วสูงสุด เกิน 50 km/h
นอกจากนี้ ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน(ศวปถ.) มูลนิธินโยบายถนนปลอดภัย(มนป.)ที่ผ่านมา ยังได้มีการจัดทำคลิปวิดิโอรณรงค์มาตรฐานของการใช้รถใช้ถนนและคำนึงถึงจิตสำนึกสาธารณะร่วมกันโดยจะเผยแพร่คลิปออกสู่ประชาชน ทางPage : OHPA TV https://th-th.facebook.com/ohpatv/
ซึ่งทางมูลนิธิฯเชื่อว่าเราจะสามารถแก้ปัญหาการเสียชีวิตของเด็ก เยาวชนและประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด สร้างจิตสำนึกที่ดีในการเลือกและคำนึกถึงความปลอดภัยแก่ชีวิตเป็นอันดับต้น
สถานการณ์ปัญหาในประเทศไทย จากรายงานสหพันธ์ทางหลวงนานาชาติปี 2553 ระบุว่า คนไทยใช้รถจักรยานยนต์สูงเป็นอันดับ 4 ของโลก รองจากประเทศมาเลเชีย เวียดนาม โมนาโค ด้วยจำนวนรถจักรยานยนต์จดทะเบียนสะสม 18 ล้านคัน และอยู่ในอันดับ 3 ของกลุ่มประเทศอาเซียน สถิติข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 ของกรมการขนส่งทางบกระบุว่า มีจำนวนรถจักรยานยนต์จดทะเบียนสะสมสูงถึง 20,276,806 คัน ไม่นับรวมรถจักรยานยนต์สาธารณะอีก 198,463 คันข้อมูลจากระบบE-Claim ของบริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด จากการวิเคราะห์ข้อมูลปี 2556-2557 โดยสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชียระบุว่า อุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เกิดเฉลี่ย 20,000 กรณีต่อเดือน แนวโน้มการเกิดอุบัติเหตุจะสูงขึ้นช่วงปลายปี และเกิดเหตุสูงสุดในเดือนธันวาคม ส่วนใหญ่เกิดวันเสาร์-อาทิตย์ ลักษณะการเกิดอุบัติเหตุมี 3 รูปแบบ คือ (1) ล้มเอง (2) ชนกับพาหนะประเภทอื่น เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตมากที่สุด โอกาสเสียชีวิตมีสูงมากหากคู่กรณีเป็นรถบรรทุก (3) ชนกับจักรยานยนต์ในส่วนของผู้บาดเจ็บเสียชีวิต กลุ่มอายุ 10-19 ปี เป็นกลุ่มที่บาดเจ็บมากที่สุด ส่วนกลุ่มอายุ 20-29 ปี เป็นกลุ่มที่เสียชีวิตมากที่สุด จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์มากที่สุดคือ กรุงเทพมหานครข้อมูลจากใบมรณบัตรปี 2554-2557 ระบุว่า กลุ่มอายุที่บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดคือ 15-19 ปี มีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยปีละ 1,688 รายหากนับรวมกลุ่มอายุ 0-14 ปี จะมีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยสูงถึงปีละ 2,509 ราย เทียบเท่าโรงเรียนขนาดใหญ่ 1 โรงเรียน หรือวันละ 7 คน ประเด็นสำคัญของกลุ่มอายุนี้คือ 1 ใน 4 เคยประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เป็นกลุ่มอายุที่มีสัดส่วนไม่มีอนุญาตขับรถสูงสุด เกือบครึ่งหนึ่งมีการดัดแปลงสภาพรถทั้งการดัดแปลงชนิดล้อและการเปลี่ยนขนาดยาง พฤติกรรมเสี่ยงสำคัญคือ ไม่สวมหมวกนิรภัย และดื่มแอลกอฮอล์ก่อนขับขี่

